เก๋ไก๋ไกด์ สไตล์คุณ

เก๋ไก๋ไกด์ สไตล์คุณ

เก๋ไก๋ไกด์ สไตล์คุณ

อำเภอเมือง ราชบุรี 22 พ.ย. 2560

Like Tweet

ราชบุรีสีสันจัดจ้าน

“รถไฟจะไปโคราช ตดดัง….ถึงราชบุรี!!!”
นี่อาจจะเป็นความทรงจำหนึ่งของหลายๆคนที่พอทำให้นึกถึงราชบุรีได้ แต่สำหรับผมมีความคุ้นชินกับราชบุรีตั้งแต่สมัยเด็กๆ คำขวัญประจำจังหวัดแรกที่ท่องได้ก็ราชบุรีนี่แหละครับ พอบอกใครว่าจะไปเที่ยวราชบุรี ก็มักจะมีแต่คนพูดว่า ไปทำไร? ไปสวนผึ้งหรอ ? ...ก็จริงนะเพราะสวนผึ้งบรรยากาศสุดยอด จนบางทีก็เป็นสถานที่ที่ให้เราได้หลบไปนั่งชิลๆ ให้ธรรมชาติได้บำบัดสักวันสองวันได้เหมือนกัน แต่ราชบุรีที่จะไปครั้งนี้ มันไม่เหมือนราชบุรีครั้งไหน เพราะเมื่อวันเวลามันเปลี่ยนไป เลยทำให้ราชบุรี...สีมันจัดจ้านกว่าเดิม ...ไปกันเถอะครับ แป๊บเดียวเอง 555

เริ่มกันที่แรก เป็นความจัดจ้านแบบคลาสสิค เพราะหลังจากที่ขับรถลัดเลาะไปตามถนนสักพัก ก็มาเจอกับโบสถ์คริสต์ริมน้ำสีชมพูตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ นี่คือโบสถ์วัดพระคริสตหฤทัย วัดเพลง เป็นโบสถ์ที่สวยคลาสสิค โรแมนติกมาก

ความจริงข้างในจะตกแต่งด้วยกระจกสีสวยมากเวลาแดดส่อง เสียดายที่วันนั้นมีแดด แต่โบสถ์ปิด! หนังชีวิตชัดๆ

อันนี้เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่จะอยู่ฝั่งริมน้ำ เงียบสงบมาก

มองผ่านด้านหลังก็สวย

อีกหนึ่งที่ ที่ทำให้ราชบุรี สีจัดจ้านนนนน!!! ก็ต้องที่นี่เลย Street  Art บ้านโป่ง หลายคนจะงงว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่ ทำไมถามคนท้องถิ่นเค้าก็ไม่รู้ ก็เพราะว่ามันไม่ใช่เป็นถนนเส้นเดียวยาวๆ อย่างที่เราเข้าใจกันครับ

นี่ไงความ SWAG ความ Street แบบนี้มีอยู่ทั้งเมือง!!!

เอาจริงๆ แต่ละที่ไม่ได้ใกล้ขนาดเดินถึงกันได้หรอกครับ แนะนำให้หาจักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ หรือจะขับรถไปก็ได้

เพราะความสนุกอย่างหนึ่งมันอยู่ตรงที่เหมือนกับเราต้องไล่เก็บเลเวล จับโปเกม่อนอะไรแบบนั้นล่ะครับ

ตามซอกตามซอยบางทีมีหมดนะ รับรองว่าได้เที่ยวทั่วเมืองแน่นอน

นี่เหมือนอยู่ข้างๆ บ้านเลย

นี่ก็มีนะ 

จะว่าไป ราชบุรีมองไปทางไหนก็ชิคดีแฮะ! ระหว่างที่เราขับรถเข้ามาในตัวเมือง ผ่านไปที่ไหนก็มักจะเห็นศิลปะ อยู่ตามทางมากมาย อย่างลานหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ที่เราดันไปสะดุดตากับหมายักษ์สามสี่ตัวท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียวๆแบบนี้ น่ารักมาก

นี่ก็ background สีชมพูชัดๆ

บอกแล้วว่าเป็นเมืองชิคของจริง ถึงขนาดมีหอศิลป์ริมน้ำให้ไปเสพความอาร์ตกันแบบชิลๆ ที่นี่หอศิลป์ เถ้า ฮง ไถ่ หอศิลป์เล็กๆ ริมน้ำ

เสน่ห์สำคัญอยู่ที่ตัวอาคารเป็นบ้านไม้เก่าแก่ทรงมะนิลา สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ใครชอบความวินเทจไม่อยากให้พลาดครับ

ข้างในก็จะมีร้านกาแฟให้นั่งดื่มชมวิวกันชิลๆด้วย

ในอาคารจะมีทั้งหมด 3 ชั้น มีมุมต่างๆให้นั่งพัก ให้ถ่ายรูปมากมายเลย

ที่นี่ผมรู้จักมาตั้งแต่เด็ก เพราะมันอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดที่ผมท่องได้ แต่ไม่เคยได้มาสักที พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดขนอน

ด้านในจะมีการเก็บหนังไว้มากมายเลย สวยงามและประณีตมาก งาน Craft ของแท้เลยเนี่ย!!!

นอกจากดูแล้ว เค้ายังมีให้ลองฝึกทำด้วยนะครับ มาลองทำกันได้

นี่คือผลงานของผมฮะ!

จะเป็นเมืองอาร์ตทั้งที มันก็ต้องมีให้ครบ เพราะที่นี่นอกจากเราจะได้เห็นความอาร์ตจากฝีมือมนุษย์แล้ว ก็ยังมีความอาร์ตของธรรมชาติกันบ้าง กับอุทยานเขาหินงู  อลังการงานหุบเขามาก!!!

ให้ฟีลกำลังเดินเข้าหุบเขาไปหาสมบัติมาก ถ้าสะพายเป้แบกปืนแล้วมีเสือออกมา ก็นึกว่าอยู่ในหนังอังกอร์ 555

นี่คือร้านอาหารที่ผมรักมากกก!!! Inlaya Bar & Grill วิวดีในระดับล้านดาว คงเป็นเพราะผมมาในช่วงเวลาพอเหมาะพอเจาะด้วยมั้งครับ ลมเย็นๆ ริมน้ำที่ฉากหลังคือพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินไปในทิวเขา ชิลมากกกกก ถ้ามากับแฟนนี่คือขอแต่งงานได้เลยเนี่ย

บรรยากาศดีๆ แบบนี้ ขอจัดหนักกันหน่อย

ร้านกาแฟในดินแดนแห่งความลับ Secret Space ที่ไฮไลท์มันอยู่ที่การต้องเดินฝ่าเขาวงกตเข้ามาถึงร้านกาแฟให้ได้

แต่วันนี้เราข้ามเรื่องร้านกาแฟไป เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่อีกทีไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ เค้าเป็นที่เพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ใบที่ใหญ่มว้ากกกกกกกกก ใหญ่แบบยอมใจในการเสียค่าน้ำที่ต้องเอามารดเลย 555

ที่สำคัญ เราสามารถเดินเลือกซื้อได้หมดเลยนาจา

เดินตอนแรกๆก็ไม่ไรเท่าไหร่ แต่พอมันเจอเยอะๆเข้า ก็รู้สึกรักธรรมชาติขึ้นมาจนทำให้หิ้วกลับมาต้นนึงเหมือนกันครับ

สายคลั่งไคล้ความญี่ปุ่นห้ามพลาด!!! เพราะบรรยากาศที่ CORO FIELD เหมือนเดินอยู่สวนเมล่อนของคุณลุงมายาโมโต้ ที่จังหวัดฟุกุชิมะยังไงอย่างงั้น อินมาก อินเกินไปในบางที

ตุ๊กตาตัวนี้ชื่อ โคโรโระ เป็นตัวเมล่อน นะครับ ไม่ใช่หัวไชเท้า ผมยืนเถียงกับเพื่อนจนต้องเดินไปถามพนักงาน 555

นอกจากความมินิมอลของสวนพืชสวนผักที่ให้เราได้ได้ชมของที่นี่แล้ว เค้าก็ยังมีโซนต่างๆให้เราได้ทำกิจกรรมอีกด้วย เช่น ปลูกผัก หรือทำบอนไซ จัดสวนในโหลแก้ว

ทั้งเพลงที่เปิดคลอ ลมเอื่อยๆ กับบรรยากาศความมินิมอลแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นมาก

จริงเค้ายังมีกิจกรรม Workshop ให้ทำอีกมากมายเลย อยู่ที่นี่ทั้งวันก็มีให้ทำตลอด แต่ก็ไม่ต้องอินขนาดแต่งคอสเพลย์มานะครับ 555

 

เป็นไงฮะ ราชบุรีทริปนี้ของผมจัดจ้านกำลังดีมั้ย

ถ้าผมแบ่งตามรสชาติ ครั้งนี้ผมว่ามันกลมกล่อมนะ คือด้วยแต่ละสถานที่เค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พอมารวมกันเลยกำลังดี มีความคลาสสิคของศิลปะและเสน่ห์ของวิถีชุมชน เป็นเมืองที่มีสีสัน และที่สำคัญสถานที่ต่างๆ ที่ผมไปนี้ สามารถจัดทริปได้ไม่ยาก 2 วัน 1 คืน ผมว่ากำลังดีเลยนะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเที่ยวธรรมชาติชิลๆ ที่สวนผึ้ง มาเป็นเที่ยว อาร์ต หรือแนว creativity บ้างก็ดีเหมือนกัน ออกมาเที่ยวกันเถอะ!