เก๋ไก๋ไกด์ สไตล์คุณ

เก๋ไก๋ไกด์ สไตล์คุณ

เก๋ไก๋ไกด์ สไตล์คุณ

เขื่อนขุนด่านปราการชล นครนายก 13 ก.ย. 2560

Like Tweet

นครนายก เที่ยวไม่ไกลไปให้ลึกซึ้ง

ฤดูฝน วันหยุดมีน้อยไปเที่ยวไหนดี?

ไม่อยากเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ แต่อยากได้ความหลากหลายในการเดินทาง เราจะนึกถึงที่ไหน?

โหยหาธรรมชาติ ไปค้นหาอะไรใหม่ๆ อยากชวนไป นครนายก

จังหวัดที่อยู่ชายแดนกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยธรรมชาติระดับขั้นสุด ที่นี่มีน้ำตกมากที่สุดในประเทศไทย (มั้งนะ) คราวนี้จะพาไปนั่งเรือล่องเขื่อนขุนด่านฯไปสัมผัสน้ำตกกันให้ฟิน จะชวนไปกินข้าวนั่งแคร่แช่น้ำ ไปเรียนรู้วิถีเกษตรตามศาสตร์พระราชา และพาย้อนยุคไปเมืองโบราณตำนานลี้ลับ ไปจับหอยมาจั๊กจี้..กันดีมั้ยครับ

ไปมั้ยๆ..นครนายก เที่ยวไม่ไกลไปให้ลึกซึ้ง

#นครนายกเที่ยวไม่ไกลไปให้ลึกซึ้ง

ออกเดินทางแต่เช้าจากกรุงเทพฯแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงเขื่อนขุนด่านปราการชลจังหวัดนครนายกแล้ว แนะนำให้ล่องเรือกันแต่เช้าเพราะอากาศไม่ร้อนครับ

และมีชูชีพให้ใส่ได้ทุกคน ค่าบริการ 1-5 คน ราคาเหมาจ่าย 1,000 บาทต่อลำ ถ้า 6-10 คน คนละ 200 บาท เวลาเรือแล่นอากาศเย็นสดชื่นมาก สูดลมหายใจรับโอโซนกันให้เต็มปอด

ระหว่างทางช่วงเช้าๆ จะมีนกน้ำหลายชนิดให้ได้เห็น

ระดับน้ำสูงสุดของปีในเขื่อนก็คือระดับขอบหญ้าเขียวๆ ที่เห็นอยู่สองข้างทางนั่นเอง

น้ำตกแรกที่แวะชมคือน้ำตกผางามงอน น้ำตกนี้เดินไม่ไกลแต่ทางเดินก็มีความท้าทายอยู่บ้างเหมือนกัน

ตลอดทางเดินร่มรื่นมากและความสดชื่นของธรรมชาติที่น้ำตกแห่งนี้จะทำให้เพลิดเพลินจนลืมเวลา เป็นที่มาของชื่อ “งามงอน”

น้ำตกแห่งที่สองชื่อ น้ำตกคลองคราม น้ำตกนี้เดินไกลจากจุดจอดเรือ เป็นน้ำตกที่เหมาะแก่การเล่นน้ำ

สายๆ หน่อยจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำเพียบเลย

น้ำตกคลองครามชั้นในสุดคล้ายอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เหมาะแก่การมานอนแช่น้ำ ต้องฟินมากแน่

น้ำตกแห่งสุดท้ายชื่อน้ำตกช่องลม น้ำตกแห่งนี้จะมีระยะทางเดินไกลกว่า มันก็จะร้อนๆ หน่อย แต่หากช่วงน้ำสูงมากๆ เรือเข้าไปจอดหน้าชั้นน้ำตกได้เลย

ทางเดินก็มีช่วงอันตรายต้องมีแนวเชือกให้จับกันบ้าง

หากไม่รีบเดิน และนักท่องเที่ยวไม่มากช่วงต้นฤดูฝน จะได้เห็นผีเสื้อสวยงามระหว่างทางจำนวนมาก

ทางเดินบางช่วงต้องปีนก้อนหิน เดินสะพานไม้ไผ่ เดินบนต้นไม้ที่ล้มพาดไว้เป็นทาง สนุกสนานแต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย

ล่องเรือเดินชมน้ำตกไป 3 ชั่วโมง นั่งเรือกลับมาถึงจุดจอดรับส่ง มองดูทางเดินขึ้นบันไดกลับไปบนสันเขื่อนแล้วรู้สึก หมดแรงนิดๆ

ตอนนี้พูดเลยว่า หิวหนักมาก แวะกินข้าวนั่งแคร่แช่น้ำ ที่ร้านครัวป่ามะขาม ออกมาจากเขื่อนไม่ไกล เข้ามาในร้านก็ไม่เจอผู้คนแต่มีรถจอดเต็มไปหมด เพราะเค้าลงไปนั่งริมลำธารกันหมด

เมนูเด็ดของร้านเค้าแนะนำปลาช่อนเผาเกลือ ความอร่อยต้องมาพร้อมคุณภาพ โอ๊ย..ขาวอวบ อันนี้ดีเราประทับใจ

ลาบทอดที่ดูธรรมดาก็อร่อย

ต้มแซ่บกระดูกอ่อนนี้เนื้อเยอะนุ่มมาก และได้น้ำมะพร้าวอ่อนมาเป็นลูกๆหอมหวานสดชื่นจริงๆ แต่ประสบการณ์กินข้าวเท้าแช่น้ำนี้ก็แปลกๆดีนะ ฟังเสียงน้ำไหล ตีเท้าเล่นน้ำไปกินไป มีความระแวงระวังเท้าตลอดเวลา ฮ่า..

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติจัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นศูนย์นิทรรศการและแสดงแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อมและด้านพลังงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต ตลอดเส้นทางการเดินชมศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จะได้เห็นรายละเอียดต่างๆ ที่สอดแทรกให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องภูมิประเทศทั้งสี่ภาค

และแนวทางการปรับปรุงสภาพดิน น้ำ ป่าของพื้นที่ต่างๆ เช่นการแก้ไขดินเปรี้ยวซึ่งเป็นปัญหาของสภาพดั้งเดิมของพื้นที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมแห่งนี้

มีการรวบรวมให้ความรู้เรื่องพันธุ์ไม้ป่าต่างๆ พืชผักและผลไม้ที่ปลูกได้ในท้องถิ่น รวมทั้งพืชหายากและสมุนไพรต่างๆ ต้นไม้ในศูนย์ฯตลอดทางเดินชมก็จะมีป้ายบอกชื่อต้นไม้ไว้ให้ได้ทำความรู้จักกันด้วย

ป้ายให้ข้อมูลและการจำลองแนวคิดทฤษฎีแก้มลิง

โรงเผาถ่านที่สาธิตการเผาถ่านและการผลิตน้ำส้มควันไม้ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

น้ำส้มควันไม้เกิดจากการกลั่นตัวของควันในการเผาถ่านในจุดที่ระดับการเผาไหม้สูงในช่วงที่ควันจากการเผาไหม้เป็นสีขาว โดยน้ำมันจะกลั่นตัวลงมาเป็นหัวเชื้อน้ำส้มควันไม้ แต่เมื่อควันเผาไหม้จนเริ่มเป็นสีฟ้าก็จะสิ้นสุดการเก็บน้ำส้มควันไม้ เพราะการกลั่นตัวน้ำมันที่ได้จะกลายเป็น ทาร์ หรือน้ำมันดิน ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่าน้ำส้มควันไม้และไม่นิยมเก็บไว้ใช้

เจอเจ้าวัวหนึ่งตัวที่เลี้ยงไว้เพื่อการศึกษาด้านปศุสัตว์ ประโยชน์ที่ได้ทุกวันคือปุ๋ยจากมูลวัว หรือ ขี้ของเจ้าวัวนี่แหละที่เป็นปุ๋ยชั้นดีในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ภายในศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติแห่งนี้ ป้อนหญ้าให้กินหน่อยเจ้าวัวจะได้ถ่ายเยอะๆ

ภายในศูนย์ฯการจำลองแก้มลิงก็คือสระน้ำขนาดต่างๆ

มีการเพาะพันธุ์ปลาหลายสายพันธุ์ เช่น ปลานิล ปลาทับทิม และมีจุดบริการให้อาหารปลาตั้งอยู่ตามริมสระน้ำต่างๆ

เดินมาเจอ น้ำแดดเดียว บอกเลยว่า งงเด้ๆ เคยกินแต่หมูแดดเดียวไม่เคยรู้ว่าน้ำแดดเดียวก็มี แถมมีประโยชน์มากอีกด้วย ซึ่งน้ำแดดเดียวทำง่ายมากหากเทียบกับน้ำสุริยัน-จันทรา ชื่อจะออกไปทางกำลังภายในหน่อยๆ มโนไปเลยว่าดื่มแล้วน่าจะฟื้นฟูพลังหยิน-หยางและกำลังภายในวิชาตัวเบาได้เป็นอย่างดี

มีเรือนพักที่ออกแบบไว้หลากหลายสไตล์สอดคล้องตามสภาพภูมิอากาศของท้องถิ่น

ออกจากศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ แวะพักหลบร้อนหาคาเฟ่เก๋ๆนั่งชิลล์แปบ ร้าน The Memorized Cafe

ตกแต่งร้านได้น่านั่งเหมาะแก่การแวะพักสำหรับนักท่องเที่ยว สวดยวด !!!

ขนมและเครื่องดื่มเลือกสรรได้ตามอัธยาศัย

ดีไซน์ภายในร้านนี้วาไรตี้ มีความฮิป เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจสำหรับใครที่ชอบถ่ายรูปมากๆ

มุมนี้ก็ดีย์

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์วันสำคัญในพระพุทธศาสนาคือ วันมาฆบูชา หรือที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันใน วันจาตุรงคสันนิบาต ที่มีปรากฎการณ์สำคัญ4ประการเกิดขึ้นพร้อมกัน หนึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ มีพระภิกษุจำนวน1,250 องค์ซึ่งเป็นพระอรหันต์มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อฟังพระบรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้จึงจำลองเหตุการณ์สำคัญนั้นไว้

ประติมากรรมทรายพุทธประวัติ พระพุทธรูปปางต่างๆและภาพที่เกี่ยวเนื่องในพระพุทธศาสนา จัดสร้างไว้มีขนาดใหญ่สวยงามน่าชม

ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งกระโปรง ตั้งอยู่ใน ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อเรียนรู้แนวคิดตามทฤษฎีด้านการเกษตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ นำมาปรับใช้ฟื้นฟูดิน น้ำ ป่า จากสภาพพื้นที่ประสบปัญหาการทำกินด้านการเกษตรกว่า20ปีก่อน จนมีสภาพอุดมสมบูรณ์ในปัจจุบัน

คนที่สนใจเข้ามาทำกิจกรรมศึกษาวิถีชุมชนที่นี่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านและเด็กๆในชุมชน(หากตรงวันหยุด) บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน วันนี้เด็กจะพาเราไปทำอะไรกันบ้าง ตามไปครับ

เด็กๆ พามาดูขนมครก..งงหนักมากเดินเข้าป่ามาดูขนมครก ขนมครกก็คือบ่อน้ำซับขนาดไม่ใหญ่นักแต่มีความลึกพอสมควรจนสามารถเก็บกักน้ำใต้ดินที่มีปริมาณมากพอสมควรในพื้นที่บริเวณนี้ไว้

ศาสตร์แห่งพระราชา กำลังถูกสืบทอดต่อไปโดยเกษตรกรรุ่นใหม่ๆทั้งปัจจุบันและในอนาคต

 “ไปเก็บผักกูดกัน..” ผักกูดเป็นพืชที่นำมาปลูกจนกลายเป็นพืชประจำถิ่นที่สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนได้ตลอดทั้งปี มีราคาดีและยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ผักกูดเป็นพืชตระกูลเฟิร์น ของพื้นที่ชุ่มชื้นแต่ไม่ท่วมขัง และต้องเป็นพื้นที่ที่สะอาดทั้งดินและน้ำ ให้ผลผลิตได้ทั้งปี ฤดูที่สมบูรณ์ที่สุดคือปลายฝนต้นหนาว จะมีลำต้นทอดยอดอวบอิ่มมาก เอามาผัดน้ำมันหอยนี้จะกรุบกรอบฟินมาก เอาไปยำก็ฉ่ำลิ้น

นอกจากเดินเก็บผักกูดแล้ว ในฤดูผลไม้ (กุมภาพันธ์-มิถุนายน) จะมีมะยงชิด เงาะ กระท้อน ทุเรียน ให้ชมและชิม แต่เราไปหมดฤดูผลไม้ไปแล้วจึงเหลือแต่กล้วยเท่านั้น เด็กๆได้กล้วยเล็บมือนางมาเครือนึง อิ่มไปทั้งวันละงานนี้

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB: ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งกระโปรงตำบลป่าขะอำเภอบ้านนาจังหวัดนครนายก

หรือโทร. 0984685499, 0968890889

ออกจากชุมชนทุ่งกระโปรงเส้นทางอำเภอบ้านนา-องครักษ์ มีคาเฟ่ให้ได้แวะพักทั้งชิมทั้งชิล ชื่อ Papa Benz ความตั้งใจจะแค่แวะเสพคาเฟอีนแต่ เห็นผู้คนหนาแน่นกินอะไรกัน ลองหน่อยเหอะหิวมาก..

สเต็กหมูดำ คุมะมง ตะ..ฮ่า นั่นมันหมี คุโรบุตะ ซิหมูดำ เฮ้ย..อร่อย!  เฟรนฟรายเค้าก็ดีงาม เอาจริงๆอร่อยมาก

แต่ยกให้เมนูนี้เด็ดสุด สเต็กแฮม ชีสเยิ้มๆ เนื้อแฮมฉ่ำๆ กับเฟรนฟราย ฟินเว่อร์มากจริงๆ

กาแฟก็ดีมากคาราเมลมัคคิอาโต นี่หอมนวลเนียนมาก แก้วใหญ่ ราคาไม่แพง คือดีย์

วาฟเฟิลชาลโคลกับวานิลาไอศกรีม อร่อยมากจริงๆ คือโดยสรุป มาเที่ยวนครนายกมาเส้นทางนี้เลย ต้องแวะร้านนี้ เพื่อนคนไหนไม่จอดให้กิน เลิกคบไปเลย ฮ่า

อีกหนึ่งชุมชนที่ได้รับการแนะนำมาจากทุ่งกระโปรงให้เราแวะมาดู คือ บ้านพี่อิ่มรัก และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง กำลังรอต้อนรับเราอยู่ บรรยากาศอบอุ่นมากจริงๆ มากันหมดหมู่บ้านมั้ยนะ ฮ่า

จากแผ่นบางๆลงกระทะน้ำมันร้อนทอดจนฟูกรอบ

เพียงชั่วอึดใจ คุณป้าคุณยายทอดกันเพลินเลย

นอกจากข้าวเกรียบเห็ด แต่ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งอย่างคือ มะดัน เคยเห็นแต่มะดันแช่อิ่ม ไม่เคยเห็นมะดันตัวเป็นๆ ก็มีให้ได้เห็นที่นี่

นอกจากข้าวเกรียบเห็ดแล้ว เห็ดต่างๆยังเอามาอบแห้งไว้ทำเห็ดสวรรค์ได้อีกด้วย

ยังไม่หมด..ยังมีหอยให้จั๊กจี๋ด้วย หอยอะไรทำไมต้องจั๊กจี๋?

 

น้องคือ หอยทาก ไง คุ้นๆมั้ย เราคือ Snail ไง มีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ไปช้าๆ ที่บ้านพี่อิ่มรักนี้กำลังเริ่มต้นเพาะพันธุ์หอยทากเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตเครื่องสำอาง โอ้ย..ตอนแรกนึกว่ากินได้ ตัวใหญ่มากกก น่าจะอิ่ม ฮ่า 

เค้าเลี้ยงไว้เอาไว้ จั๊กจี้ให้ได้เมือกใสๆวาวๆออกมาเพื่อนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์ด้านความสวยความงาม น้องหอยนี้ต้องดูแลดีมาก นำมาใหม่ๆต้องทำดีท๊อกด้วยการให้กินกระดาษทิชชูแบบโฮลวีตป่ะ..ฮ่า สีน้ำตาลๆ แบบไม่สารฟอกขาว และให้ผักสดไม่มีขน ไม่มีน้ำตาลให้กิน เรียกว่ากินคลีนตัวจริง ก่อนจะนำมาจั๊กจี๋ด้วยแท่งแก้วแบบที่ใช้คนสารเคมีในวิชาวิทยาศาสตร์ เบาๆจุ่มด้วยน้ำสะอาดกระตุ้นน้องหอยไปเรื่อย ทำ2-3 วันครั้ง อย่าทำบ่อย น้องหอยจะเครียดไม่หลั่งเมือกออกมา

ชุมชนบางควายลุยยังไม่ได้เปิดท่องเที่ยวเป็นทางการแต่ใครสนใจอยากไปเพาะเห็ด ทอดข้าวเกรียบ เก็บมะดัน นั่งเรือชมแม่น้ำนครนายก และมาจั๊กจี้หอย ติดต่อนัดหมายการเยี่ยมชมได้ที่พี่อิ่มรัก ใจเพ็ชร์ โทร.0877830583

เมืองโบราณดงละคร เป็นเมืองโบราณสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ตั้งอยู่ในตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จากหลักฐานการขุดค้นผังเมืองมีลักษณะค่อนข้างกลมครอบคลุมพื้นที่กว่า6ตารางกิโลเมตร มีคันดินและคูน้ำล้อมรอบมีประตูเข้าออกทั้ง4ทิศ ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำนครนายกสายเดิม ซึ่งเชื่อมต่อกับชายฝั่งทะเล จึงน่าจะเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านการค้าทางทะเลในสมัยกว่า1,300 ปีก่อน

ด้านนอกกำแพงเมืองมีการขุดค้นพบสถูปศิลาแลงทรงกระบอก และแนวกรอบศิลาแลงสีเหลี่ยมล้อมรอบ มีการค้นพบพระพุทธรูปและแม่พิมพ์ดินเผา  รวมทั้งเครื่องประดับสำริดและลูกปัดแก้วและหินสีต่างๆ สันนิษฐานว่าเป็นสถูปบรรจุอัฐิบุคคลสำคัญหรือพิธีกรรมคล้ายการวางศิลาฤกษ์หรือการฝังลูกนิมิตแบบในปัจจุบัน

บริเวณใกล้ๆ หลุมขุดค้นสถูป มีแนวกำแพงอิฐก่อสร้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทางเข้าด้านทิศใต้ จากการขุดค้นหลักฐานน่าจะเป็นอาคารศาสนสถานที่สร้างขึ้นราว 700-800ปี ก่อน

ที่มาของชื่อเมืองไม่ได้มีมาตั้งแต่เดิม แต่เกิดจากการเล่าขานสืบต่อกันมาเป็นตำนานที่ชวนตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

เจ้าเหมียวไกด์เจ้าถิ่นนำทัวร์ อัธยาศัยดีมากมาต้อนรับพาเดินชมรอบๆ เสียอย่างเดียวพูดไม่รู้เรื่องอธิบายอะไรไม่ได้ซักอย่าง ฮ่า

เซลฟี่กับกำแพงเมืองเก่าหน่อย การจัดเรียงแนวกำแพงเป็นระเบียบเรียบร้อยประณีตสวยงาม น่าจะเป็นการบูรณะหลังการขุดค้น

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง สนุกมั้ยครับ ครั้งนี้ผมพาไปเที่ยว จ.นครนายก ไม่ได้พาไป รร.นายร้อย ไมได้ไป อุทยานแห่งชาติปางสีดาหรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ  แต่ผมว่ามันโอเคนะ ครั้งนี้เหมือนผมพาทุกคนมาพักผ่อนใกล้ ๆ ง่ายๆ ไม่ต้องมีแพลนเยอะ ไม่ต้องโทรจอง ไม่ต้องใช้โปรโมชั่น ใจล้วนๆ 

 บางครั้งการเดินทาง ถ้าเราออกเดินทางแบบไม่ต้องวางแผนก็ดีนะ เพราะสิ่งที่ได้พบเห็นในครั้งแรก มันจะเป็นความประทับใจที่ยาวนาน  ยิ่งเรื่องดีๆ นี่โอเคเลย แต่ถ้าดีน้อยหน่อย นี่แหละเค้าเรียกว่าการเรียนรู้ เอาเป็นว่า ทุกๆ ครั้ง นาย1081009 จะจบตรงที่ว่า ทุกคนออกมาเที่ยวกันเถอะ ครั้งนี้ก็เช่นกัน มาเที่ยวกันเถอะ ประเทศไทยยังมีอะไรอีกเยอะ