บล็อกเกอร์รีวิว

ต้องมาโคร น่าน นาน นาน

May Macro

May Macro

น่าน 9 ก.ย. 2559

Tags: น่าน

 

เพราะการไปน่านทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาทำให้ได้รู้ว่า น่านเป็นที่ที่เราตกหลุมรักไปเรียบร้อยแล้วแบบหมดหัวใจ จนเกิดการเดินทางครั้งที่ 4 ขึ้น

 

 

เราใช้เวลาเตรียมการณ์กันไม่นานก่อนที่จะออกเดินทางไปน่านอีกครั้งช่วงปลายปี

 

 

เราออกเดินทางเย็นวันพฤหัสฯ ด้วยรถโดยสารถึงอำเภอเวียงสาเกือบเช้า แล้วก็ต่อรถไปอำเภอนาน้อย ลงสามแยกบ้านใหม่ (ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน) เพื่อขึ้นดอยเสมอดาว

 

 

ตรงจุดนี้จะมีศาลาและมีเบอร์วินมอเตอร์ไซด์รับจ้างติดไว้ด้วย เราถึงจุดนี้ก็เกือบ 8 โมงแล้ว หลังจากหาร้านกินข้าวเช้าเรียบร้อย เราก็เดินไปเรื่อยๆ เพราะอากาศยังเย็น และเต็มไปด้วยหมอก เดินกันจนเพลิน ไกลเกินกว่าจะเดินย้อนกลับไปเพื่อขึ้นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ผู้คนเริ่มมองและมีคนถามถึงจุดหมายของเรา และในที่สุดเราก็ได้ติดรถพี่ที่ทำงานอยู่หน่วยจัดการต้นน้ำน้ำกาด ให้ติดรถมาด้วย และขับไปส่งจนถึงจุดกางเต็นท์ที่ดอยเสมอดาวเลย

 

 

เราไม่ได้วางแผนกันมาก่อนว่าทริปนี้จะกลายไปเป็นทริปโบก เพราะหลังจากที่เรากางเต็นท์ที่ลานเรียบร้อยเราก็เดินสำรวจที่เที่ยวบริเวณใกล้เคียงเพราะที่ลานกางเต็นท์ช่วงนี้อากาศร้อนมาก มีเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้าแนะนำว่าที่ผาชู้ไปเที่ยวได้มีทางเดินขึ้นไปชมวิวได้ ลุยสิคะ รออะไร แต่ระยะทางก็ไกลพอสมควรจะให้เดินไปคงไม่ไหว พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าเดี๋ยวถ้ามีรถมาจะโบกให้ติดรถไปด้วย แต่แล้วเราก็นั่งอยู่ตรงนั้นหลายชั่วโมงสุดท้ายพี่เจ้าหน้าที่ก็ขับรถมาส่ง แค่เห็นรถก็อึ้งละ นั่งไปกรี๊ดไปตลอดทาง ลุ้นตอนทางขึ้นนี่แหละ

 

 

หลังจากหัวใจเต้นเป็นปกติละ ก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องขึ้นผาชู้ สุดท้ายก็อด เพราะเจ้าหน้าที่นำทางเหลือแต่คนท้อง ได้แต่มองยอดผาชู้แบบตาละห้อย อยู่ตรงหน้าแท้ๆ นั่งไปนั่งมาหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกที เหลือรถอยู่ไม่กี่คัน หนึ่งในนั้นมีกระบะ วิ่งจู่โจมเข้าหาตัวคนขับที่เดินมาที่รถพอดี ทำหน้าตาได้น่าสงสารจนพี่่เขาก็เลยขับรถมาส่งที่ลานกางเต็นท์ตรงดอยเสมอดาว หลังจากขอบคุณเรียบร้อย ก็ใช้เวลาเดินหาเต็นท์ตัวเองตั้งนาน เพราะที่ลานตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน เต็นท์มากมายจนเต็มลาน

แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลงไปบ้างละ เราทั้งคู่ก็เดินขึ้นผาหัวสิงห์ ที่เห็นวิวไกลสุดลูกหูลูกตา ทั้งแม่น้ำ และภูเขา ลมพัดอ่อนๆ นั่งกันเพลินจนพระอาทิตย์ตกดิน พอฟ้ามืดแสงน้อยใหญ่ของดาวก็แข่งกันส่องแสง สมกับชื่อดอยเสมอดาวมากๆ เราแหงนหน้ามองฟ้าเห็นดาวเป็นพันๆ ดวง แบบระยะที่ใกล้แค่เอื้อม ถึงกับพูดพร้อมกันเลย ว้าววววววว

คืนแรกที่น่านที่นี่ดอยเสมอดาวหลับสบายภายใต้เต็นท์หลังเล็กๆ สำหรับ 2 คน อิ่มท้องกับอาหารเย็นอย่างมาม่าปลากระป๋องและมะละกอ

 

 

ยามเช้าที่นี่อากาศเย็นสบาย เราออกมารอแสงแรกของวันที่มีทะเลหมอกเต็มพื้นที่ไปหมด เพลินจนกลับมาที่ลานกางเต็นท์อีกทีก็มีรถกระบะเหลือแค่คันเดียว ที่เราคิดว่าจะขอติดลงไปข้างล่างเพื่อต่อรถเข้าเมืองได้ แม้ว่าพื้นที่หลังกระบะจะเต็มไปด้วยของและอีกหลายคนนั่งอยู่ แต่ทุกคนก็มีน้ำใจ ให้เรานั่งเบียดไปด้วย 

 

 

แถมได้แวะเที่ยวที่เสาดินนาน้อยที่หลายคนบอกว่าเหมือนแพะเมืองผี แต่คนแก่หลายคนก็เรียกชื่อแตกต่างกันออกไปตามตำนานที่แต่ละคนได้ยินมา นอกจากเราจะได้เห็นเสาดินรูปร่างที่แตกต่างกันไปตามกาลเวลาแล้ว ใกล้ๆ กันก็มีคอกเสือที่มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่าเมื่อก่อนแถวนี้เสือเยอะชอบมาก ชอบกัดวัว ชาวบ้านก็เลยไล่ต้อนเสือให้ตกลงไปในบ่อดินแล้วก็ฆ่า

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถต่อซึ่งเราหวังแค่จะติดไปลงตรงที่มีรถโดยสารเท่านั้น แต่คนขับใจดี ขับมาส่งถึงท่ารถที่ตัวอำเภอเมืองน่าน

 

 

แล้วเราก็ขึ้นสองแถวทันทีมุ่งหน้าไปอำเภอปัวเพื่อต่อรถไปอำเภอบ่อเกลือ ซึ่งมาถึงปัวช่วงเที่ยงๆ รถสองแถวกำลังออกพอดีแต่เราไม่สามารถเบียดขึ้นรถได้แล้ว เพราะแน่นมาก เรากินข้าวรอเวลา บ่ายสองเพื่อขึ้นรถอีกรอบ พอถึงเวลาลุงบอกว่าต้องเหมานะ เพราะมีแค่ 2 คนไม่คุ้มลุง อ้าว ยังไงดี ให้เหมาคงไม่ไหว เราก็เลยโทรไปหาพี่เจ้าของที่พักที่บ่อเกลือ แล้วเรา 2 สองคนก็โชคดีีอีกครั้ง มีรถตู้ลูกค้าของพี่รีสอร์ทที่บ่อเกลือมาถึงปัวพอดี ก็เลยรับเรามาด้วย แถมยังพาแวะเที่ยวตลอดทาง

 

 

ถึงที่พักก็ค่ำพอดี หลังกินข้าวเสร็จก็มานั่งเฮฮารอบกองไฟท่ามกลางอากาศที่หนาวอยู่สักพัก ก็แยกย้ายไปนอนเพราะเป็นวันที่เหนื่อยมากสำหรับเราสองคน บรรยากาศยามเช้าเย็นสบาย และเงียบสงบอยู่ แม้ว่าที่นี่จะเปลี่ยนไปหลายอย่าง

 

 

เราเดินเล่น ถ่ายรูป กินข้าว กลับมาที่พักอีกทีก็สายละ

 

 

ถ่ายรูปอีกสักพักที่นี่อุ่นไอมางโฮมสเตย์ บ่อเกลือ แล้วเราก็ตัดสินใจโบกรถกลับปัว เพราะรอรถโดยสารนานมาก แดดร้อน แต่ลมก็เย็น ทำให้เราสองคนเพลินกับการนั่งกระบะกลางแดดโดยไม่บ่นกันจนถึงปัว หลังจากนั้นเราก็ต่อสองแถวเพื่อจะเข้าเมือง

 

 

แต่สุดท้ายเราก็เถลไถลแวะลงระหว่างทางตรงหอศิลป์ริมน่าน เดินดูงานศิลปะที่แสดงอยู่ในโซนต่างๆ กลับเข้าถึงที่พักในเมืองอีกทีก็มืดละ แต่แรงยังเหลือเฟือเดินเที่ยวรอบเมืองก่อนกลับไปนอนที่พักที่เดิมที่เคยมาหลายครั้งอย่าง ศรีนวล ลอดจ์

 

 

พอถึงเช้าวันสุดท้าย ตื่นมาก็เช่าจักรยานปั่นเที่ยวทั่วเมืองอีกครั้ง ปั่นไปถึงพระธาตุแช่แห้ง สลับที่เที่ยวระหว่างวัดกับร้านของกินเลยก็ว่าได้

 

 

ถือว่ามารำลึกความหลังร้านที่ได้มาเมื่อต้นปีช่วงเมษา

 

 

ครั้งนั้นก็ปั่นจักรยานกันตั้งแต่เช้าถึงค่ำเหมือนกัน

 

 

เรียกว่าแวะทุกร้าน ชิมเกือบทุกเมนูที่เด็ดของเมืองนี้

 

 

จะต่างกันก็ตรงที่ครั้งก่อนได้ไปนอนที่โฮมสเตย์ไทลื้อบ้านดอนมูล ที่อำเภอท่าวังผาด้วย

 

 

พอถึงเวลาที่ต้องกลับ ความรู้สึกในหัวก็กลับมาอีกครั้ง อยากอยู่ต่อ อยากอยู่น่านนานๆ

 

 

แต่ในเมื่อมันไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด ทุกอย่างเราเก็บไว้ได้เพียงความทรงจำครั้งเก่า

และหาเวลาไปสร้างความทรงจำครั้งใหม่ อีกครั้ง ที่ น่าน

 

บล็อกเกอร์รีวิวแนะนำ

ค่ำชมดาว เช้าชมทะเลหมอก ณ ดอยเสมอดาว

  ตอบโจทย์ทริปเที่ยวที่ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างง่ายๆ จะฉายเดี่ยว เที่ยวเป็นคู่ อยู่กับครอบครัว หรือทัวร์กับเดอะแก๊งค์ เราขอแนะนำให้เลือกที่แ...

6 ก.ย. 2559

สะพานไม้สุดชิว วิถีชาวมอญ สังขละบุรี สะพานมอญ

เกริ่น สะพานมอญ หรืออีกชื่อคือ สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นอับดับ 2 ของโลก สิ่งที่ผมได้จากการเดินทางไปถ่ายรูปที...

7 ก.ย. 2559

ชิม ชิล ชิค ณ เกาะช้าง

ฉายาสวรรค์แห่งท้องทะเลตะวันออก ดูจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงแต่อย่างใดสำหรับเกาะ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ เกาะช้างจึงกลายเป็นที่นิยมของนักเดิ...

1 ก.ค. 2559

BACKPACK เมืองจันท์ใครว่าเด็ดแค่ผลไม้! ทะเล น้ำตก กับเงิน830 บาท 2วัน1คืน

ทริปนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันก่อนเดินทางเท่านั้น ในหัวคิดแค่ว่าเที่ยวไหนก็ได้ ขอสักที่ทีเถอะ      คิ ด ไ ป คิ ด ม า      ...

5 ก.ย. 2559