บล็อกเกอร์รีวิว

เที่ยว “Low Season” มันจะดีหรือ

Pich Tatritorn

Pich Tatritorn

เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน 9 ก.ย. 2559

“Low Season” เป็นประโยคติดปากที่มักเรียกช่วงที่ไม่น่าไปของสถานที่เที่ยวนั้นๆ หลายคนจินตนาการไปก่อนว่ามันคงไม่ค่อยสวย ไม่มีอะไรให้ดู ไม่มีคนอยากไปกัน

ภาคเหนือ ใครใครก็คงอยากไปตอนหนาวๆช่วงพฤศจิกายน – มกราคม แต่ในเมื่อเวลาช่วงนั้นไม่ลงตัว การเดินทางไปเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนในช่วงเข้าหน้าร้อนปลายมีนาคมจึงเริ่มขึ้น

ลุ้นหมอกสวย ที่ห้วยน้ำดัง

ผมเลือกเดินทางโดยเครื่องบิน ถ้าเราจองล่วงหน้านาน ราคาก็คุ้มกับเวลาที่เดินทางเพียง 1 ชั่วโมงหลังจากถึงเชียงใหม่ รถเช่าที่ติดต่อไว้ก็มารับ บรรยากาศในช่วงบ่ายแก่ๆ อบอ้าว เมฆฝนดูจะไม่ยอมให้แสงแดดผ่านมันไปได้เลย “Low Season จริงๆ” ผมคิดในใจ

ขับรถตรงไป อ.แม่แตง จุดหมายแรก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ตามเส้นทางหลวง หมายเลข 107 ก่อนเข้าแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่มาลัย แล้วไปตามทางหลวง 1095 ระหว่างทางฝนเริ่มลงเม็ด เคยอ่านเจอว่า หลังฝนตกหมอกจะมา ทำให้พอใจชื้นได้บ้างว่าเช้าวันพรุ่งนี้ เราอาจจะได้เจอหมอกงามๆก็เป็นได้

หลังจากเปิดประตูก็เล่นเอาสะดุ้งกันทั้งรถ ลมหนาวเย็นสะท้านบวกกับละอองฝนที่ยังพรมลงมาบางๆ ไม่รู้จะดีใจที่ได้เจออากาศหนาวดี หรือว่าจะเสียใจที่คิดว่าอากาศจะร้อน เลยไม่ได้เตรียมชุดกันหนาวมาเท่าที่ควรดี ... แล้วตอนกลางคืนมันจะหนาวขนาดไหนเนี่ย ไม่อยากคิด

 

 

 

“มีอยู่กลุ่มเดียวที่มาเลยค่ะ” เจ้าหน้าที่อุทยานตอบมาหลังจากถามไปว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาอีกไหม เห็นมีรถเราคันเดียวที่ลานจอดรถ รอบบ้านพักอุทยานตอนนี้เต็มไปด้วยหมอกที่ลอยต่ำมาก บดบังทัศนียภาพรอบๆซะขาวโพลน ตอนออกเดินทางก็อธิษฐานว่า ...ขอให้เจอหมอกด้วยเถอะ... แต่ไม่คิดว่าจะมาเยอะขนาดที่ไม่เห็นวิวอะไรเลยแบบนี้ ฮ่าๆๆ พรุ่งนี้ค่อยลุ้นอีกทีล่ะกัน ...

“ตื่นๆ ไปถ่ายรูปกัน” เพื่อนร่วมทริปที่ไปด้วยกันสะกิด การจะลุกออกมาจากผ้าห่มในขณะที่อากาศต่ำกว่า 10 องศานั้นต้องอาศัยพลังใจพอสมควร

ผมคว้ากล้องเดินไปดูที่จุดชมวิวของห้วยน้ำดัง ความเงียบเข้าปกคลุมพวกเราที่ยืนมองภาพเบื้องหน้าราว 10 วินาที ........... “สุดยอดเลย” ผมเอ่ยขึ้น ทุกคนยิ้มและพยักหน้า

 

 

หมอกหนาลอยมาเป็นชั้นๆ แสงแดดอุ่นๆส่องให้เห็นประกายหยดน้ำบนยอดหญ้า แลดูเหมือนเป็นสีขาวแซมบนสีเขียวเต็มไปหมด เราถ่ายรูปกันสนุกสนานเลยทั้งวิวทั้งคน

 

 

 

... ณ ขณะนั้น เหมือนห้วยน้ำดังเป็นของเรากลุ่มเดียวจริงๆ ... ผมเริ่มรู้สึกถึงข้อดีของ “Low Season” ล่ะ

 

 

เสน่ห์ปาย ยังน่าไป

“ปาย” เป็นอำเภอเล็กๆตอนบนของ จ.แม่ฮ่องสอน ที่อุดมสมบูรณ์ ถูกภูเขาเรียงรายโอบล้อม พร้อมด้วยแม่น้ำหลายสายผ่าน เป็นเมืองที่หลายปีมานี้ฮิตมาก ถ้านับที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 10 อันดับแรก ปาย อยู่ในนั้นโดยไม่ต้องสงสัย

ถึงแม้จะมีความเจริญแทรกซึมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีเสน่ห์ชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศไปเดินเล่นนอนเล่นอยู่ไม่ขาดสาย ซึ่งก่อนที่จะเข้าเมืองปาย ละแวกนั้นก็มีจุดที่ต้องไปเช็คอิน ห้ามพลาด ... หมู่บ้านจีนยูนนาน หรือ หมู่บ้านสันติชล

 

 

 

จากอดีตพื้นที่ค้ายาเสพติด พลิกฟื้นมาเป็นศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของคนเชื้อสายจีนยูนนานหลายครอบครัว ทำให้บริเวณนี้มีกลิ่นไอของความเป็นจีนอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ตัวอักษรบนหินที่ตั้งตระหง่านตรงทางเข้าหมู่บ้าน บ้านดินที่แขวนโคมสีแดง หน้าต่างไม้ที่ต่อเป็นลวดลายบ่งบอกความเป็นจีน

 

รวมถึงร้านขายของที่ระลึก ที่มีบริการนวดเปิดจุดเพื่อสุขภาพ ลักษณะเป็นลานกว้างตรงกลางแล้วล้อมด้วยกำแพงคล้ายป้อมปราการ เดินเข้าไปให้ความรู้สึกเหมือนสำนักฝึกวิทยายุทธในหนังจีนกำลังภายในเลยทีเดียว

 

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ดึงความสนใจพวกเราได้ชะงัด คือ ชิงช้ายูนนาน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกังหันลม นั่งได้ 4 คน แล้วอาศัยแรงเหวี่ยง หวาดเสียวตื่นเต้นได้ไม่แพ้เครื่องเล่นในสวนสนุกดัง อาหารจีนยูนนานก็ชวนให้ลิ้มลอง ... ขาหมูยูนนานกับหมั่นโถวร้อนๆ ... ผัดผักก็เยี่ยม ... ปิดท้ายด้วยชาหอมอุ่นๆ (แค่นึกก็ชวนน้ำลายไหล) หากใครจะอยู่ซึมซับบรรยากาศยาวๆ ที่นี่ก็มีบ้านพัก เตียงใหญ่ ห้องน้ำดี มีน้ำอุ่น ราคาไม่โอเวอร์ ไว้บริการด้วย

 

 

ช่วงเย็นแนะนำให้ไปวัดพระธาตุแม่เย็น ไหว้พระพร้อมรอชมพระอาทิตย์ตกโดยมีทิวเขาสวยๆ ฟ้าใสๆและเมืองปายอยู่ด้านล่าง และแน่นอน ถ่ายรูปสบาย คนไม่แน่นเหมือนเดิม

 

 

เมื่อพระอาทิตย์โบกมือลา ก็มุ่งหน้ากลับตัวอำเภอปาย พลาดไม่ได้กับถนนคนเดินของปาย อากาศเย็นกำลังดี ของกินเพียบครับ พวกผมค่อยๆเดินชิมนั่นนิด นี่หน่อย ทั้งข้าวซอย ขนมจีน และอีกหลายอย่าง อาศัยไปหลายคนก็สั่งเจ้าละจานมาแบ่งกันกินจะได้ไม่อิ่มเร็วครับ ฮ่าๆๆ ส่วนร้านค้าขายของที่ระลึกน่ารักๆก็เยอะเลย ค่อยๆเดินเลือกกันไป เรื่องที่พักไม่ต้องห่วงเลย มีตั้งแต่เกสต์เฮ้าส์ราคาหลักร้อยไปจนรีสอร์ทราคาหลักพัน ได้อารมณ์ไปคนละแบบครับ ผมลองมาแล้วทั้งสองแบบ ทั้งนี้ขึ้นกับเงินในกระเป๋าด้วย แฮ่!

 

 

 

 

ครั้งนี้ผมพักนอกตัวเมือง (เดินทางไม่กี่นาที) ที่นอนคืนนี้ชื่อ “สิบสองพันนา” เป็นที่พักติดแม่น้ำปาย ไม่หรูหราแต่ว่ามีเสน่ห์ ถ้าเปรียบเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้เจิดจรัสแต่น่าค้นหา บ้านอิฐกึ่งไม้ หลังคามุงจาก ไม่ได้ปรุงแต่งมาก ซึมซับความเป็นปายได้เป็นอย่างดี มีระเบียงยื่นออกมาไว้นั่งเล่นชมวิวแม่น้ำปายด้วย หากจะพักที่สิบสองพันนาช่วงปลายปี ต้องจองล่วงหน้าหน่อยนะครับ หลายคนอยากมาพักที่นี่ แต่สำหรับพวกเราแล้ว นอกจากไม่ต้องจองล่วงหน้านานแล้ว ราคาที่พักก็ราคาพิเศษด้วยนะครับ อืมม...บางทีการเที่ยวช่วง Low Season ก็ไม่เลวนะ ฮ่าๆๆ

 

 

 

 

เข้าเมืองแม่ฮ่องสอน นอนในทุ่งนา

ลาจากปายก็เตรียมไปรับประกาศนียบัตรพิชิต 1,864 โค้ง ที่หอการค้า จ.แม่ฮ่องสอน ด้วยเส้นทางอันคดเคี้ยวเลี้ยวลด (แต่ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน แฮ่! กลอนพาไป) ชวนให้อาหารไม่รักดี ไม่ยอมอยู่ในกระเพาะนิ่งๆ จะออกปากอยู่ร่ำไป บางคนก็เฉยๆ บางคนกินยาแก้เมารถก็เอาไม่อยู่ ก็ว่ากันไป ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนเลยปิ๊งไอเดียเท่ๆนี้ขึ้นมา เรียกนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดได้มากอยู่ครับ แต่เดี๋ยวก่อน! หากคุณอยากพิชิตโค้งมากกว่านี้ เป็น 2,070 โค้ง ให้มาเส้นทางหลวงหมายเลข 108 และ 1263 (จอมทอง – แม่สะเรียง)

ผมเคยสงสัยว่า “ใครเป็นคนนับว่ามีกี่โค้ง” และเคยคุยเล่นๆกับเพื่อนร่วมทางว่า “ลองนับกันไหม” ..... คำตอบที่ได้ คือ “ไม่ !!” ใครลองนับก็บอกกันหน่อยนะครับว่าโค้งเท่านี้จริงหรือเปล่า ฮ่าๆๆ

 

 

 

ไปถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนก็ช่วงบ่าย แวะไหว้พระกันที่วัดจองคำ-จองกลาง สองวัดนี้เป็นวัดแฝดครับ ตั้งอยู่ติดกัน ในกำแพงวัดเดียวกัน ใกล้กับสวนสาธารณะหนองจองคำ ทั้งสวย สงบ แปลกตา หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน ทั้งสองวัดเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมานานกว่า 100 ปี นอกจากความงามทางศิลปะแบบไทยใหญ่ที่สื่อออกมาให้เราได้ชื่นชมแล้ว วัดแฝดแห่งนี้ยังนับเป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมทางประเพณี และวัฒนธรรมของเมืองอีกด้วย

 

 

อีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแม่ฮ่องสอนที่ต้องไป “วัดพระธาตุดอยกองมู” จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนได้ชัดเจนแจ่มแจ้งมาก เทศกาลประจำปีหลายงานก็จัดบนนี้เช่นกัน โดยเฉพาะงานตักบาตรดาวดึงส์ หรือ ตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา ที่ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ด้วย

 

 

แล้วทำไมเราต้องขึ้นมาที่พระธาตุดอยกองมูตอนเย็น ... ก็เพราะเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดมุมหนึ่งน่ะสิครับ

บนนั้นจะมีร้านเล็กๆน่ารักๆชื่อ Before sunset (ชื่อก็บ่งบอกให้ชมวิวมากๆ) ซึ่งจะมีระเบียงให้นั่งชมทัศนียภาพภูเขาเรียงซ้อนกัน ทุ่งนาและเมืองเบื้องล่าง ก่อนที่จะตราตรึงกับมนต์เสน่ห์ของพระอาทิตย์ในช่วงลาลับขอบฟ้า

 

 

 

 

ค่ำคืนนี้พักที่ เฟิร์น ริมธาร รีสอร์ท ในช่วงค่ำคืนรู้สึกว่าทำไมมันกว้างจัง พอตื่นตอนเช้าถึงได้เข้าใจ เรานอนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศทุ่งนานั่นเอง แสงแดดยามเช้ากับวิวสวยๆและความสงบเงียบช่วยให้ความสดชื่นไหลวนไปทั่วร่างกาย

 

 

 

 

บ้านพักก็ถูกสร้างขึ้นอย่างกลมกลืนกับบรรยากาศรอบๆ สัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายซึ่งมองด้านนอกคล้ายกระท่อมปลายนาแต่ด้านในความสะดวกสบายครบครันครับ

 

 

ใครอยากว่ายน้ำเล่นก็มีสระไว้บริการ ร้านกาแฟเล็กๆก็น่านั่งอ่านหนังสือไป มองวิวเขียวๆไป เวลาเดินช้าลงไปเลยครับ

 

 

 

เมื่อคืนระหว่างที่กำลังจะเข้านอน ... ป็อก ... ป็อก ... ป็อก ... “เสียงอะไร” เพื่อนคนหนึ่งถาม ซึ่งในห้องนี้นอนกันสามคนก็ได้ยินเหมือนกันหมด เสียงแปลกๆดังอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ความคิดมักจะเดินทางไปไกลก่อนเสมอ

“เดี๋ยวออกไปดูล่ะกัน” ผมตัดสินใจค่อยๆเดินไปเปิดประตู ท่ามกลางความมืด ผมไม่เห็นอะไรเลยแต่เสียงยังคงดังมาเป็นระยะ ไม่รู้ขนลุกเพราะอากาศหนาวหรืออะไรกันแน่ ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกว่าเสียงมาจากทางด้านล่าง แถวๆพื้น ....... มันคือ “กระบอกไม้ไผ่ทดน้ำ” ริมธารเล็กๆที่ไหลผ่านหน้าที่พัก พอน้ำไหลเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่จนได้น้ำหนัก หัวมันก็จะทิ่มลงเทน้ำออก กระแทกกับพื้นหินดัง “ป็อก” ก็โล่งใจไปตามๆกัน

นึกๆดูก็ให้อารมณ์บ้านนาไปอีกแบบ บางคนบอกรำคาญ ทำให้นอนไม่หลับแต่ผมคิดว่าที่นี่เขาก็ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆดีนะ สำหรับคนชอบธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งที่พักที่ควรจะมาสัมผัส

 

 

ความรู้สึกดีดี ไม่เคยจางที่ ... ปางอุ๋ง

อดีตพื้นที่ปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ก่อนจะเข้าสู่โครงการหลวง แล้วพัฒนาเป็นจุดหมายในฝันของใครหลายคน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมมาที่นี่ มาทุกครั้งก็ยังรู้สึกดีและประทับใจเสมอ ด้วยบรรยากาศของทะเลสาบบนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แวดล้อมไปด้วยต้นสนที่ปลูกเรียงรายอย่างมีมิติ เวลาที่แดดสาดส่องในยามเช้าก็ให้เกิดแสงเงาที่มีเสน่ห์น่าดึงดูด ยิ่งได้นั่งแพชมไอหมอกที่ละเลียดไปกับพื้นน้ำยามเช้าชมทัศนียภาพรอบๆ ไม่บังเอิญเลยที่ ปางอุ๋ง หรือ โครงการพระราชดำริป่าตอง 2 จะเป็นหนึ่งในสถานที่โรแมนติคที่สุดในประเทศไทย

 

 

ตรงที่ทำการโครงการพระราชดำริ จะมีสวนปางอุ๋งอยู่ ซึ่งปลูกพืชที่ให้ประโยชน์ด้านอาหาร ยาแพทย์แผนไทย เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วย กาแฟ ส้ม ทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกไม้เมืองหนาวสวยงามมากมายอีกด้วย ยังไงก็อย่าลืมถ่ายรูปมัสค็อตของปางอุ๋งเป็นที่ระลึกด้วยนะครับ หงส์ขาวหงส์ดำพระราชทานจากพระราชินี ส่วนใหญ่เขาจะมาโชว์ตัวบริเวณนี้ล่ะครับ

 

 

 

แน่นอนว่าเมื่อเป็นสถานที่ยอดฮิตของประเทศไทย ในช่วงหน้าหนาว (High season) จึงมีนักท่องเที่ยววางแผนจะมาเที่ยวที่นี่ล้นหลามจนทางปางอุ๋งเองต้องออกกฎหลายๆข้อมาควบคุมเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้มากที่สุด เช่น จำกัดจำนวนพาหนะที่จะเข้าโครงการหากเต็มพื้นที่แล้ว ให้ใช้บริการของรถบริการรับ-ส่งแทน จำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะพักค้างคืน ห้ามก่อกองไฟในบางพื้นที่ เป็นต้น ยังไงถ้าจะไปช่วงหน้าหนาวก็โทรไปจอง ไปสอบถามล่วงหน้าแต่เนิ่นๆนะครับ ที่เบอร์ 085 618-3303 และ 053 611244

 

 

 

แต่ถ้ามาช่วงที่คนเขาไม่ค่อยไปกันแบบผม ก็สบายๆครับ ที่พักเหลือ เดินเล่นถ่ายรูปสบายเหมือนเคย ใครต้องการสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยภูเขาก็พักโฮมสเตย์ ราคาไม่แพง แต่ไกลจากวิวทะเลสาบ หรือจะนำเต้นท์มากางก็ได้อารมณ์สนุก ผจญภัยไปอีกแบบ รอบที่แล้วผมพักแบบโฮมสเตย์ไป (จองบ้านพักริมทะเลสาบไม่ทัน) รอบนี้เลยมาขอนอนบ้านพักริมทะเลสาบแบบที่ตื่นเช้าเปิดประตูมาชมวิวงามๆได้เลย แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆครับเพียงแต่ต้องใช้พลังใจในการออกจากผ้าห่มเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ

 

 

สภาพภูมิประเทศของปางอุ๋งอยู่สูงกว่าน้ำทะเลกว่า 1,200 เมตร อีกทั้งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมไปด้วยป่าสนและแมกไม้นานาพรรณ ทำให้ช่วงกลางคืนและช่วงเช้าของที่นี่จะเย็นตลอดทั้งปี ช่วงฤดูหนาวของที่นี่ก็จะหนาวสะท้านทรวงสุดๆเลย ใครที่ขี้หนาวมากๆก็หลีกเลี่ยงมาเที่ยวตอน Low season รับรองว่าก็ยังได้บรรยากาศดีดีกลับไปเหมือนกันครับ

 

 

ส่งท้ายการเดินทาง

กลับมา...รู้สึกดีเกินคาด อาจเป็นเพราะหวังไว้ไม่สูง คิดว่าจะร้อนมากๆ แต่อากาศกลับหนาว เย็นสบายและที่สำคัญแต่ละสถานที่ที่ไป คนไม่พลุกพล่าน ถ่ายรูปสบายใจมากๆ ที่พักก็ได้ในราคาพิเศษ เริ่มรู้สึกเป้นมิตรกับ Low Season บ้างไหมครับ

บางครั้ง การได้ลองในสิ่งที่เราไม่รู้หรือสิ่งที่คนอื่นบอกว่าไม่ดี อาจไม่แย่อย่างที่คิดหรืออาจจะประทับใจในอีกแบบก็ได้

สุดท้าย ไม่ว่าจะไป Low season หรือ High season สิ่งที่จะทำให้การเดินทางสนุก มีความสุข อาจไม่ใช่ แสงสวยๆหรือหมอกจางๆ แต่เป็น “คนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา”

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการท่องเที่ยวไทยนะครับ

 

บล็อกเกอร์รีวิวแนะนำ

สะพานไม้สุดชิว วิถีชาวมอญ สังขละบุรี สะพานมอญ

เกริ่น สะพานมอญ หรืออีกชื่อคือ สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นอับดับ 2 ของโลก สิ่งที่ผมได้จากการเดินทางไปถ่ายรูปที...

7 ก.ย. 2559

รัก ณ สิมิลัน

  หมู่เกาะสิมิลัน ที่ๆใครก็หลงรัก... ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางสายบก และ โดยเฉพาะ สายใต้น้ำอย่างปอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ ตำ...

7 ก.ย. 2559

หัวใจดวงที่ 1 เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุด เมื่ออากาศมันพาไป เลยต้องแบกหัวใจไปตามฝัน เชียงใหม่ ที่นี่มีดีอะไร ทำไมใครๆก็อยากมา หลากหลายความสงสัย หลากหลายสถานที่ ถึง...

5 ก.ย. 2559

ยอยักษ์ ตักตะวัน ทะเลน้อย ควายน้ำ นกอพยพ ต้นลำพู – พัทลุง

เหตุการณ์ และความคิดก่อนหน้า พัทลุงไม่ใช่จุดหมายหลักที่ผมออกเดินทางครั้งนี้ด้วยซ้ำ เป็นสุราษฎร์ธานี (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ต่างหากที่ผมเล็งไว้เป็นจุดหม...

5 ก.ย. 2559