บล็อกเกอร์รีวิว

ชมทะเลหมอก ชิมน้ำใจที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

พิรุณ ฝัน ไทยเจริญ

พิรุณ ฝัน ไทยเจริญ

เขาพะเนินทุ่ง 8 ก.ย. 2559

สันแนวเขาสลับซ้อนขั้นด้วยม่านปลายหมอกแห่งเขาพะเนินทุ่ง

อันดับที่ 20 คือตัวเลขของลำดับความนิยมในหมู่อุทยานแห่งชาติในไทยด้วยกันที่มีต่อ "อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" ดูเหมือนจะห่างไกลอันดับ 1 อยู่มาก แต่ถ้ารู้ว่าจำนวนอุทยานแห่งชาติในไทยทั้งหมดมีทั้งหมด 148 แห่งก็คงจะรู้ได้ว่า มันเป็นแหล่งที่ผู้คนนิยมแวะเวียนมาเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

 

 

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งยวนใจผมจนทำให้ผมเลือกเดินทางมาถ่ายรูปที่นี่เลย เพราะผมมาหาข้อมูลประกอบบทความเหล่านี้ในภายหลังด้วยซ้ำไป แต่สิ่งแรกที่ทำให้ผมเลือกที่นี่เพราะ

  1. ผมเคยเห็นตัวอย่างทิวทัศน์ของที่นี่จาก Google มาบ้างแล้ว คิดว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
  2. มันไม่ไกลจากกรุงเทพ ผมยังไม่กล้าจะเอาเจ้า Spark 115i ไปที่ไกล ๆ โดยไม่มีประสบการณ์การค้างแรมตัวคนเดียวแบบกางเต้นท์มาก่อน
  3. ผมเคยเดินทางมาถ่ายรูปที่เพชรบุรีมาก่อนแล้ว อย่างน้อยก็ทำให้อุ่นใจว่ายังพอรู้ว่าไปไหน อย่างไรบ้าง

ทริปนี้จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากตัดสินใจผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง คาดไว้ว่าจะค้างคืนประมาณ 2 คืน (แต่สุดท้ายก็อยู่แค่คืนเดียว)

การเตรียมตัว บอกเล่าให้ระวัง

เป้าหมายคือการค้างแรม 2 คืนบนเขา โดยต้องการประหยัดงบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ (สภาพผมตอนนี้คล้ายคนกึ่งตกงานก็ว่าได้) และการถ่ายภาพ และนี้คืออุปกรณ์ที่ผมพกไปด้วย อันไหนที่ผมใส่เครื่องหมาย "**" ไว้ข้างหน้าแปลว่าผมไม่ได้เอาไป แต่เป็นคำแนะนำจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วคิดว่าควรมีในกรณีนั้น ๆ

 

 

1. กล้อง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
   1.1 กล้อง Nikon D750
   1.2 เลนส์ Tamron SP 15-30 mm. f2.8
   1.3 เลนส์ Tamron SP 24-70 mm. f2.8
   1.4 เลนส์ Tamron SP 70-200 mm. f2.8
   1.5 ** ถ้าต้องการส่องนก สัตว์ป่า แนะนำติดเลนส์ช่วงยาวกว่านี้ ซัก 300 mm.+ แต่ตัวผมยังไม่มีเลนส์ช่วงนี้
   1.6 ขาตั้งกล้อง
   1.7 แบตเตอรี่กล้อง 2 ก้อน
   1.8 ชุดทำความสะอาดหน้าเลนส์พื้นฐาน
   1.9 ชุดชาร์จแบตเตอรี่ด้วย Powerbank (ขาเบนไม่มีปลั๊กไฟให้คุณใช้ แต่มีร้านอาหาร ผมไม่แน่ใจว่าเขาให้คุณใช้ปลั๊กได้ไหม แต่ไฟฟ้านั้นไม่ได้ปั้นให้ใช้ตลอดอยู่แล้ว ตัดปัญหาผมจึงใช้แบบชุดชาร์จไฟแบบนี้)
   1.10 กล้อง Action Camera Sony AS200VR
   1.11 แบตเตอรี่กล้อง Action Camera
   1.12 อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ของ Action Camera
   1.13 กระเป๋ากล้องใบเล็ก สะพายติดตัวตลอด พร้อมหยิบกล้องออกมาถ่ายได้ระหว่างทางเมื่อต้องการ
   1.14 กระเป๋ากล้องแบบเป้สะพายใบใหญ่ (มาก) ใส่กล้องได้ 2 ชุดหลักเลย แต่ผมถอดตัวยางกันกระแทกของชุดที่ 1 ตรงฐานกระเป๋าออกเอามาไว้ใส่เสื้อผ้าแทน และใส่เลนส์ 2 ตัวที่ไม่ได้ติดกล้องไว้ที่ชุดที่ 2 ซึ่งอยู่ด้านบนของเป้ เป้ยังใส่ของใช้อื่น ๆ จุกจิกอีกเยอะ

2. ถังน้ำมันสำรอง ซึ่งผมใส่น้ำมันไว้เพียงเกือบครึ่งถังสำรองเท่านั้น เพราะผมใช้วิธีคล้องไว้กับเชือกห้อยไปด้วย ถ้าใส่เต็มถังสำรองจะหนัก กลัวเชือกขาด และที่ต้องมีถังสำรองเพราะเผื่อเดินทางไกล อีกอย่างรถผมจะว่าไปมันไม่เหมาะกับการเดินทางไกลนักเพราะถังน้ำมันเล็กมาก ก็ต้องเตรียมตัวกันมากหน่อย แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้ใช้เลย เพราะว่าตลอดเส้นทางมีปั้มน้ำมันตลอดครับ ซึ่งไม่ต้องพกไปก็ได้นะ เพราะถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ สุดท้ายคุณก็ต้องจอดทิ้งไว้ เอาขึ้นไปที่เขาพะเนินทุ่งไม่ได้อยู่แล้ว และถ้าคุณเอาถังน้ำมันทิ้งไว้กับตัวรถด้วย แนะนำให้คลายฝาออกหน่อยนะครับ เพราะมันอาจจะโดนแดดแล้วทำให้พองจนถังบวม ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะระบิดได้ไหม กันไว้ก่อนดีกว่า เพราะเราต้องจอดอยู่กับที่เป็นเวลานาน

3. สาย หรือโซ่ล็อครถ และหมวกกันน๊อค ผมใช้สายแบบที่ไม่ต้องมีลูกกุญแจ เป็นแบบหมุนเลขรหัสเพื่อปลดล็อคแทน สะดวก และไม่ต้องห่วงลูกกุญแจด้วย ถ้าจอดรถที่อุทยานก็หาใกล้ ๆ ต้นไม้ หรืออะไรที่ล็อคไว้ด้วยกัน กันโดนยกรถได้อีกต่างหาก แต่ระวังถ้าต้นไม้แห้งมาก เดี๋ยวอาจจะมีกิ่งไม้ตกหล่นใส่ตัวรถได้

4. ** อุปกรณ์การซ่อมรถฉุกเฉิน ผมไม่ได้พกไปเลย ผมทำไม่เป็นเลย ใจกลัวปัญหารถเสีย หรือยางแตกระหว่างทางมาก ๆ อยากออกรถใหม่ให้แรงขึ้นอีกระดับ (มอง M-Slaz ไว้) แล้วก็อยากได้ยากแบบ tubeless เพราะจัดการเรื่องยางรั่วได้ง่ายกว่า

5. เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว
   5.1 เสื้อแขนยาว 1 ตัวหนาหน่อยก็ดี เพราะบนเขาอากาศเย็น ตอนกลางคืนจะหนาว
   5.2 เสื้อแขนสั้น 1 ตัว ผมใช้เผื่ออยู่ 2 คืน จะได้มีเสื้อแขนสั้นไว้เปลี่ยน แล้วเก็บเสื้อแขนยาวไว้ใส่นอน เสื้อแขนยาวจะได้ไม่สกปรก
   5.3 กางเกงขายาว 1 ตัว ซึ่งเหตุผลก็เหมือนข้อ 1
   5.4 กางเกงขาสั้น 1 ตัว อันนี้จริง ๆ ก็เผื่อใส่แบบสบาย ๆ เฉย ๆ แต่จริง ๆ แนะนำขายาวจะดีกว่านะ
   5.5 ส่วนเสื้อผ้าที่ผมใส่ตอนไปจะเป็นแขนสั้น + กางเกงขายาว แล้วมีเสื้อยีนส์แขนยาวใส่ทับ เพราะการขี่มอเตอร์ไซค์ควรใส่เสื้อผ้ามิดชิดหน่อยนะครับ ซึ่งตัวเสื้อแขนยาวที่เป็นยีนส์นี้ผมก็เอาไว้ใส่ในวันถัดไปตอนกลางวันด้วย เก็บแขนยาวอีกตัวไว้นอนอย่างเดียว
   5.6 สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ติดไปด้วย จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อ ยกเว้นคุณจะไม่อาบน้ำ ไม่แปรงฟันก็แล้วแต่

6. เครื่องนอน
   6.1 ถุงนอน ช่วยได้เยอะเพราะมันจะอุ่น หนา ทำให้การกางเต้นท์แล้วพื้นไม่แข็งเกินไป
   6.2 ผ้าชนิดแห้งเร็ว ซึ่งผมใช้ขนาดใหญ่พอสมควร เป็นทั้งผ้าเช็ดตัว ผ้าหนุนนอน ผ้าคลุมหน้าคลุมตา ผ้าพันคอตอนช่วงเช้ากันน้ำค้าง กันหนาว
   6.3 ** (ถ้าคุณขี้หนาว แนะนำผ้าห่มไปอีกผืนเลย เพราะอากาศบนเขาเย็นมากในตอนกลางคืน ยอมแบกลำบากหน่อย แต่นอนสบาย ๆ ตื่นเช้าจะได้สดชื่นดีกว่ามากนะครับ)

7. เต้นท์
   7.1 ตัวเต้นท์ ซึ่งดูหน่อยนะครับ เอาที่มีฟลายชีสต์ เพราะจะกันน้ำค้างได้ และแน่นอนเผื่อฝนตก เต้นท์คุณจะต้องกันน้ำได้ระดับหนึ่งนะ
   7.2 แผ่นรองหน้าเต้น หรือจะเอาไว้รองใต้เต้นท์กันเต้นท์เปื้อนมาก ๆ ก็ยังได้ หรือถ้าฝนตก หรือน้ำค้างจัดมาก ๆ คุณจะเอาแผ่นนี้มารองในเต้นท์ก็ช่วยให้ถึงน้ำเข้าเต้นท์คุณก็ยังไม่เปียกได้อีก แต่ถ้าเต้นท์มันกันน้ำดีแล้วก็เอามารองใต้เต้นท์แล้วให้มันปูมีพื้นที่รองหน้าเต้นท์ด้วย คุณจะได้ทำกิจกรรมอะไรที่หน้าเต้นท์ได้ เช่น นั่งเล่น นั่งกินข้าว เตรียมโน้นเตรียมนี้ ไม่ต้องไปนั่งอุดอู้ในเต้นท์ หรือทำให้ภายในเต้นท์สกปรก

8. ชุดเครื่องครัว (จริง ๆ มีร้านขายอาหารนะครับ น้ำ กาแฟมีครบ จะไม่เตรียมไปก็ได้)
   8.1 หม้อสนาม + กะทะ + จาน + ช้อน + ถ้วย มันมาเป็นชุดของมันเลย
   8.2 เตาไฟ ของผมเป็นเตาเล็ก ๆ ขนาดเล็กว่าฝามือ พับ และกางฐานได้
   8.3 แก๊สกระป๋อง ใช้คู่กับเตานั้นแหละ มันเป็นเตาที่ใช้คู่กันแบบนี้อยู่แล้ว
   8.4 มาม่า ปลากระป๋อง โอวันตินแบบซองพร้อมชง จะกินอะไรก็เตรียมไป แต่ผมเอาไปแค่นี้
   8.5 ** (สก๊อตไบรส์ และน้ำยาล้างจาน ควรเอาไปด้วยนะ บนเขาหน้าห้องน้ำมีก๊อกน้ำไว้ล้างจาน)
   8.6 ถุงหิ้วพลาสติก แบบถุงที่ได้จาก 7-11 นั้นแหละ ผมจะมีถุงใบใหญ่ ๆ 1 ใบ ไว้ใส่พวกอาหาร และถุงใบอื่น ๆ ที่ไม่หนัก แขวนไว้กับแฮนด์รถ ถุงผมจะมี 4 ใบ คือถุงใบใหญ่ ถุงใส่รองเท้าแตะ (ซึ่งตอนกลางคืนผมจะเอาใส่รองเท้าผ้าใบที่ใช้ใส่ตอนกลางวัน เพราะถ้าเอารองเท้าไว้นอกเต้นท์มันจะเปียกน้ำค้าง) ถุงใส่ขยะ ถุงใส่อะไรอีกซักถุงเผื่อไว้

9. แผนที่กระดาษ เพราะถึงแม้ว่าผมจะใช้มือถือในการนำทางตลอดเสมอมา แต่ผมก็ต้องมีเผื่อไว้ และต้องศึกษาแผนที่ใน Google Map อย่างคร่าว ๆ (หรือจะละเอียดเลยก็ดี) เอาเข้าจริงแล้วถ้าคุณเดินทางไกล ๆ ควรจะจดจำหมายเลขถนน หรือตำแหน่งบนแผนที่ที่คุณจะไปให้ได้นะ กรณีที่โทรศัพท์พึ่งพาไม่ได้แล้ว คุณจะได้ไม่หลง โดยเฉพาะการเดินทางกลางคืนที่หาคนถามทางไม่ได้แล้ว

10. Powerbank ผมพกขนาด 16000 mAh ไปเลย ซึ่งมอเตอร์ไซค์ผมติดตั้งที่ชาร์จไฟให้กับ Powerbank ไว้ด้วย ใช้ไฟจากตัวรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ผมไม่ต้องพึ่งพาไฟบ้านเลย

11. ไฟส่องสว่าง ไฟฉาย ซึ่งผมใช้เป็นหลอดไฟแบบหัว USB เสียบเข้ากับ Powerbank แล้วเป็นไฟส่องสว่างใช้ในเต้นท์ได้เลย มันงอไปงอมาได้ ก็งอเกี่ยวกับสายห้อยในเต้นท์เป็นไฟติดเต้นท์ได้ หรือใช้แทนไฟฉายก็พอไหว แต่จริง ๆ ไฟฉายควรมีความแรงในระดับหนึ่ง และส่องฉายเป็นลำไปข้างหน้า ซึ่งใจก็อยากซื้อพวก Jump Starter นะครับ เพราะพวกนี้ใช้กระตุ้นให้รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ที่แบตหมด ให้สามารถสตาร์ทได้อีกครั้ง และเป็น Powerbank ในตัว + เป็นไฟฉายอีกด้วย แต่ก็ยังไม่ได้ไปซื้อนะ ส่วนตัวคิดว่ามีไว้เผื่อเฉย ๆ ไม่ได้เดินป่ากลางคืนอยู่แล้ว แต่บางแห่งอาจจะจำเป็นถ้าต้องเดินป่าตอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้นไปจุดชมวิวอะไรแบบนั้น

12. ผมมีพัดลมแบบถอดใบพัดตัวเล็ก ๆ แล้วตัวหัวต่อเป็นหัวแบบ USB ใช้เสียบกับ Powerbank ไว้ได้ด้วย เผื่อกรณีเกิดทำอะไรจนเหงื่อแตก แล้วต้องเข้าเต้นท์ ถ้าเป็นฤดู หรือสถานเที่ยวที่อากาศมันไม่เย็นพอ คุณจะร้อน นอนไม่สบาย ก็พัดลมเป่าให้เหงื่อแห้งเสียก่อน จะสบายตัวขึ้นเยอะ มันเล็ก ถอดได้ สะดวกดีครับ

13. อื่น ๆ
   13.1 หูฟัง ผมใช้สำหรับฟังการนำทางจากมือถือ และนาฬิกาผมเป็น Moto 360 ใช้แสดงเส้นทางการนำทางด้วย ในกรณีที่เส้นทางมันมีสะพานเลี้ยว หรืออะไรแบบนี้ แค่ฟังเสียงนำทางยังไม่ชัดเจน จะได้ไม่ต้องควักมือถือออกมา
   13.2 แว่นกันแดด พกเผื่อไว้ แต่ผมก็ไม่ได้ใช้หรอก
   13.3 ** หมวก ผมแนะนำให้หมวกมีปีกนะครับ เพราะนอกจากปีกจะกันแดดได้แล้ว เวลาเราเดินทางบางทีมันมีกิ่งไม้ ใบหญ้า ถ้ารถวิ่งผ่าน หรือเราเดินผ่านมันอาจจะดีดมาตีหน้าเราได้ ถ้าหมวกมีปีกมันจะกัดความแรงของกิ่งไม้ที่ดีดเข้ามาได้ระดับหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ได้เอาไปนะ เพราะยังหาที่ถูกใจไม่ได้
   13.4 ** หมวกไหมพรม ใช้ใส่นอนก็อุ่นดี ยิ่งถ้าเป็นแบบไอ้โม่งปล้นธนาคารผมก็ว่าดีนะ เพราะถ้าบางคนขี้หนาว มันจะทำให้หน้า หัวเราอุ่น ตอนเช้าก็ม้วนให้เหลือครึ่งหัว ใส่กันน้ำค้างตอนเช้าได้อีก
   13.5 เข็มทิศ หรืออุปกรณ์ดูทิศ คิดว่าคงไม่หลงป่า แต่ถ้าใครจะเดินป่าก็ควรมีไว้ ส่วนตัวผมใช้มือถือดูทิศ ไว้ดูทิศพระอาทิตย์ขึ้น และตกสำหรับการถ่ายภาพ
   13.6 สายชาร์จ ที่เป็นหัว micro USB ด้านหนึ่ง อีกด้านเป็น USB ปกติ ผมพกไป 3 เส้น เป็นเส้นยาว 2 เส้น เส้นสั้น 1 เส้น ไว้ชาร์จอุปกรณ์ทั้งหมดของผมได้ด้วย Powerbank
   13.7 ยาแก้ปวด ยารักษาโรคประจำตัว ใครมีโรคประจำตัว ห้ามลืมเด็ดขาด
   13.8 ใจอยากพก Notebook ไปด้วย ถ่ายเสร็จ ถ้าว่างก็จะได้ process ภาพเลย อารมณ์กำลังได้ แต่ Notebook ที่บ้านแบตมันเสื่อมแล้ว เลยไม่ได้พกไป ใจอยากซื้อใหม่แต่ก็ไว้ก่อน -*- จริง ๆ ก็สำคัญนะ แต่ตอนนี้อยากได้มอเตอร์ไซค์คันใหม่ อยากได้ Yamaha M-Slaz แรงดี เครื่องดี ไว้ใจได้ สเป็คคุ้มราคา แต่อีกใจก็อยากได้ Keeway Superlight 200 เพราะรูปทรงเห็นแล้วถูกใจทันที แต่ก็ไม่เคยซื้อรถจีน ต้องดูแลเป็น ซึ่งเราไม่มีความรู้เรื่องช่างเลย ถึงแม้คนใช้จำนวนมากที่เคยคุยด้วย เขาก็บอกว่าปกติดีไม่มีปัญหาหนัก ๆ อะไรเลย ขึ้นเขา ลุยทางลูกรังมาแล้วก็เถอะ

การเตรียมตัว บอกเล่าให้ระวัง (ต่อ)

บนเขานั้นมีร้านอาหารให้บริการ มีร้านกาแฟนะครับ ห้องน้ำมี 2 จุด รวมแล้วห้องส้วมประมาณ 20 ห้อง แยกชาย – หญิงอย่างละ 10 เห็นจะได้ และเป็นห้องอาบน้ำไปด้วย 5 ห้องมั้งนะ เป็นแบบฝักบัวนะครับ หน้าห้องน้ำมีเป็นที่ล้างหน้า ล้างจานว่ากันไป

มีจุดกางเต้นท์ ซึ่งบนเขาพะเนินทุ่งเองนั้นเท่าที่ผมดู รองรับเต้นท์ได้ประมาณ 30 – 50 เต้นท์โดยประมาณ

ตกค่ำบนเขาจะมีการเปิดไฟด้วยเครื่องปั่นไฟ ก็ไม่ได้สว่างไปทั่วหรอกนะครับ แล้วดึก ๆ ก็จะปิดไฟ คุณควรจะอาบน้ำตั้งแต่เย็น ๆ ทำธุระอะไรให้พร้อมก่อนไฟจะปิด หรือก่อนค่ำ เตรียมตัวให้พร้อมถ้าต้องทำกิจกรรมช่วงกลางคืน ซึ่งต้องเตรียมตัวก่อนมืด จะได้ไม่วุ่นวายเมื่อฟ้ามืด มองอะไรไม่ค่อยเห็น

สัญญาณมือถือบนนั้น จริง ๆ มันน่าจะไม่รองรับเลยซักค่าย แต่เห็นพี่ที่คุยด้วย เขาบอกว่า AIS ใช้ได้ (เป็นบางครั้ง) เพราะตั้งตัวปล่อยสัญญาณแบบชั่วคราวไว้ตรงจุดกลางเต้นท์นั้นแหละ แต่เขาบอกว่าบางทีก็ใช้ไม่ได้เลย ไม่รู้เพราะอะไร คืออย่าไปหวังมาก ส่วนผมใช้ True ก็จะใช้ไม่ได้เลย ทำให้ผมคิดว่า ครั้งหน้าควรหา SIM AIS พกไว้ด้วย อย่างไงโทรศัพท์ผมก็รองรับ 2 SIM อยู่แล้ว และ AIS กับ True คลื่นค่อนข้าทั่วอยู่แล้ว (ส่วน DTAC นี่ผมว่าไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะเคยเช็คพื้นที่ครอบคลุมแล้ว มันแคบกว่าของสองค่ายแรกมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขา)

 

 

บนนั้นไม่ยักจะมียุง ผมก็ไม่เคยค้างในป่าแบบนี้มานานแล้ว ถามพี่เขา เขาว่าสงสัยเพราะมันหนาว หรือสูงมากหรือเปล่า เลยไม่มียุง แต่ว่าดึก ๆ จะมีเม่าออกมาหากิน คุณควรจะปิดปากถุงขยะ หรือเอาขยะใส่กล่องอะไรไว้ให้เพื่อไม่ให้กลิ่นไปล่อให้สัตว์ป่ามารื้อขยะนะครับ รับผิดชอบต่อป่าด้วย เราไปบ้านเขา อย่าไปทำให้มันผิดวิสัยของบ้านเขา (ป่า)

เครื่องดนตรี ลำโพง เหล้า ขอเถอะครับ อย่าเอาไปเลย ถ้าเครื่องดนตรีจะเอาไปเล่นตอนไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นอยู่ก็แล้วไป แต่ถ้ามีนักท่องเที่ยวอื่นอยู่เยอะ ๆ มันอาจจะกลายเป็นการรบกวนท่านอื่นที่มีความชอบแตกต่างกับเราก็ได้

รอบนี้ผมไป มีนักท่องเที่ยวกล่อมใหญ่ 10 กว่าคน ผมเห็นเสียงดังตั้งแต่ตอนอยู่ที่เขื่อนแก่งกระจานแล้ว ดังมาก ๆ ก็ไม่คิดอะไร เขาขึ้นมาบนเขาพะเนินทุ่งด้วย ตกดึกก็เสียงดังตลอด กินเหล้า ตอนรุ่งเช้าก็เสียงดังโวยวายเรียกเพื่อนเขาให้ตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเขายังนอน และไม่ได้ต้องการไปดูด้วยก็มี เห็นพี่ที่มาด้วยบอกว่า ไอ้กลุ่มนี้เหมือนมีเพื่อนเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน (ไม่ยืนยัน ฟังหูไว้หูนะครับ) มีคนบอกว่า เป็นพวกกวนด้วย แบบว่าถ้าไปบอกให้เงียบ จะมีเรื่องทันที ถึงขนาดที่ว่าปกติไฟจะหยุดปั่นตอนกลางคืน ไฟจะต้องดับหมด แต่พวกนี้จะสามารถใช้ไฟไปจนเลยเวลาได้ และไม่มีเจ้าหน้าที่มาห้ามเวลาเสียงดังด้วย ผมขอบอกว่า ทุเรศมากสำหรับนักท่องเที่ยวแบบนี้ เข้าป่าแล้วเสียงดัง ลองคิดดูว่าถ้ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านคุณแล้วแหกปากโวยวาย กินสิ่งเสพติดที่คุณไม่ต้องการในบ้านคุณ แล้วคุณจะรู้สึกอย่างไง

นอกจากเรื่องเสียงแล้วก็ขอร้อง เรื่องขยะ เอาอะไรขึ้นไป เก็บมันกลับมาให้หมดอย่าให้เหลือ ผมเห็นหลายคนชอบบอกว่า เที่ยวธรรมชาติ รักธรรมชาติ แต่รีวิวแต่ละที เห็นก็มีทั้งเอาลำโพงใหญ่ ๆ ขึ้นไปบ้าง เอาหล้าขึ้นไปบ้าง แล้วบอกว่านิดหน่อย ๆ คือนิดหน่อยของพวกคุณนี่ มันเยอะแล้วนะครับ ขยะในวันที่ผมกลับ ตรงจุดกางเต้นท์ผมเห็นมีให้เห็นทั่วไป ใครจะไปเที่ยวก็ขอร้องละครับ อย่าดีแต่ปากว่ารักธรรมชาติ ช่วยดูแลด้วย แค่ขยะของคุณ เก็บมันกลับไปด้วย หิ้วลงเขาไม่ไกลมากหรอกครับ 

การเดินทางสู่ปลายหมอก

 

 

ปกติแล้วผมจะพยายามใช้มือถือบันทึกเส้นทางการเดินทางของผมมาระบุลงใน Google Map ไว้เป็นไกด์นำทางคร่าว ๆ แต่รอบนี้ผมเห็นว่าสัญญาณมือถือขาดหายไปตั้งแต่เริ่มเข้าพื้นที่อุทยาน ก็เลยไม่ได้ทดสอบการบันทึกพิกัดเดินทางเลย (ซึ่งตอนหลังรู้สึกเหมือนกับว่า ต่อให้สัญญาณมือถือมันใช้ไม่ได้ แต่ GPS มันก็ยังทำงาน และตัวแอพมันก็ยังบันทึกตำแหน่งได้อยู่นะ แอพที่ผมใช้ชื่อ My Tracks)

ลิงก์เส้นทางเดินทาง

จากลิงก์ด้านบน คือแผนที่ที่จะเห็นระบุจุดหมายปลายทางไว้ 3 จุด คือ

  1. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
  2. ด่านสามยอด (ในแผนที่จะเขียนว่า หน่วยพิทักษ์แก่งกระจาน กจ. 2)
  3. บ้านกร่างแค้มป์

ถามว่า บ้านกร่างแค้มป์คือเขาพะเนินทุ่งใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ แต่ที่ผมระบุพิกัดไว้แค่นี้เพราะว่า ต่อจากบ้านกร่างแค้มป์มันจะเป็นถนนเดินทางเดียว (one way) แบบกำหนดเวลา ซึ่งขับตามถนนไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงเขาพะเนินทุ่งเอง แต่ 3 จุดนี้มีข้อมูลที่ควรทำความเข้าใจไว้หน่อย

 

 

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

เป็นสถานที่ที่อยู่ข้างอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน อยู่บนถนนหมายเลข 3432 ถ้าคุณขยายแผนที่จะเห็นว่า ข้าง ๆ ที่ทำการอุทยานจะมีจุดที่เขียนว่า “ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว” ซึ่งที่นี่แหละ เป็นที่สำหรับติดต่อซื้อบัตรผ่านเพื่อขอเข้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และยังเป็นจุดที่คุณจะกางเต้นท์นอนที่นี่ ที่ข้างเขื่อนเลยก็ได้นะ มีห้องน้ำ มีร้านอาหารบริการอยู่ใกล้ ๆ นั้นแหละ

ที่แห่งนี้มีไฟ มีน้ำ มีสัญญาณมือถือ True (ค่ายอื่นผมไม่รู้ มีแต่ SIM True) ถนนดี ถ้าเบื่อร้านอาหารภายในศูนย์บริการแห่งนี้ก็สามารถขี่รถไปแถวหน้าทางเข้าเขื่อนซึ่งจะมีร้านต่าง ๆ มากมายเลย แต่แน่นอนสำหรับรอบนี้เป้าหมายผมอยู่ที่เขาพะเนินทุ่ง ที่นี่เป็นแค่ทางผ่าน ผมมาซื้อบัตรผ่านเท่านั้น

แต่ผมอ่านข้อมูลมาก่อนแล้วว่าเขาพะเนินทุ่งนั้นไม่ให้มอเตอร์ไซค์ขึ้นไป ผมจึงจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ ล็อครถ หมวกกันน๊อค และถังน้ำมันสำรองไว้ (คลายปากถังน้ำมันไว้หน่อย กันถังบวมถ้าโดนแดดเผา) ที่นี่มีที่จอดรถ และที่จอดรถมอเตอร์ไซค์เตรียมแยกไว้ต่างหาก ไม่มีหลังคากันแดดกันฝน แต่พอจะมีร่มไม้ให้จอดได้บ้างในบางจุด

 

 

ด่านเขาสามยอด

ในแผนที่จะเขียนว่า “หน่วยพิทักษ์แก่งกระจาน กจ.2” ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ แล้วคุณสามารถมาซื้อบัตรเข้าอุทยานแห่งชาติที่จุดนี้ได้เหมือนกัน และสามารถขี่มอเตอร์ไซค์ตรงมาที่นี่เลย และจุดนี้คือจุดสุดท้ายที่มอเตอร์ไซค์จะมาถึง ไปต่อไม่ได้แล้ว ณ จุดนี้จะมีการตรวจเช็คบัตรผ่านก่อนจะให้เดินทางต่อ

ถ้าคุณผ่านตรงด่านไปสักพักคุณก็จะเจอกับอุโมงค์ต้นไม้อยู่หลายจุดเลยครับ ถ้ามากับรถกะบะที่เป็นของชาวบ้านที่คุณจ้างมา ผมคิดว่าอาจจะขอให้เขาจอดเพื่อถ่ายรูปกันได้ บริเวณนี้ถนนยังดี และเป็นถนนที่ขับสวนทางกันได้สบาย ๆ อยู่ครับ และในบางจุดอาจจะเจอลิงป่าออกมาหากินแถว ๆ ถนนด้วยครับ ซึ่งตอนขากลับผมก็เจอเป็นฝูงเลย

 

 

บ้านกร่างแค้มป์

ด่านสุดท้าย ถนนดี ๆ ช่วงสุดท้าย หลังจากพ้นด้านนี้ไปเตรียมก้นของคุณให้ดี เพราะมันอาจจะระบมเนื่องจากแรงกระแทกของเบาะ หรือพื้นกะบะที่ถูกดีดไปมาเพราะถนนโคตรเป็นหลุมบ่อ ชัน เรียบหน้าผา ชวนให้หวาดเสียวอยู่ไม่น้อย

ที่ด่านนี้จะมีจุดถ่ายผีเสื้อ เรียกว่าสวนผีเสื้ออยู่ด้วย และก็มีจุดกางเต้นท์เช่นกัน จากจุดนี้ไป รถถ้าจะผ่านขึ้น หรือลงจะต้องเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ทางอุทยานแห่งชาติกำหนดแล้วครับ

ขึ้นเขาพะเนินทุ่ง มี 2 เวลา คือ 05.30 – 07.30 น. / 13.00 – 15.00 น. คุณจะขึ้นได้อย่างเดียว จะไม่เจอรถสวนลงมาเลยซักคัน เพราะถนนถัด ๆ ไปจะเป็นทางแคบมาก ขรุขระ และชัน อันตรายมาก

การลงเขา จะมี 2 ช่วงเวลาเช่นกัน 09.00 – 10.00 / 16.00 – 17.00 น.

 

 

พี่ที่พาผมขึ้นมา เขามาเที่ยวที่นี่บ่อย เขาบอกว่าถ้าต้องการหานักท่องเที่ยวแชร์ค่ากะบะ ให้มารอที่นี่ตั้งแต่เช้า คือมาถึงก่อนตี 5 เพราะนักท่องเที่ยวบางกลุ่มจะมานอนค้างที่นี่ก่อน แล้วจึงขึ้นเข้าตอนตี 5.30 น.นั้นเอง เราก็หาคนร่วมกลุ่มไปด้วยง่าย ซึ่งผมยังไม่เคยทดสอบ ลองกันดูเอง แต่คิดว่าน่าจะดีกว่าไปรอที่ศูนย์บริการด้านล่าง ซึ่งผมรอถึง 3 ชั่วโมง 

การเดินทางสู่ปลายหมอก (ต่อ)

พี่เขาเล่าว่าแต่ก่อนนั้น รถยนต์สามารถขึ้นไปได้ แต่จะขึ้นไหวไหมนั้นอีกเรื่อง ปัจจุบันผมเห็นป้ายเขียนไว้ว่าห้ามรถยนต์ขึ้นแล้วนะครับ รถตู้ก็ห้าม ให้ขึ้นได้แค่กะบะ ซึ่งจากที่ผมไปแล้วผมก็คิดว่า สมควรแล้วละครับ เพราะทางค่อนข้างโหดมาก หลุมบางหลุมลึกเกินครึ่งท่อนแขน และหลุมเยอะมาก จริง ๆ ดูเหมือนว่าถนนนั้นถูกสร้างขึ้นมาแล้ว แต่มันพังเละเทะเลย คงเป็นเพราะน้ำป่ากัดเซาะ จนบางทีผมคิดว่าถ้าเป็นถนนลูกรัง หรือถนนดินอาจจะดีกว่านี้ เพราะพอเป็นถนนคอนกรีดที่พังเนี้ย บางจุดเล็ก ๆ มันจะยังไม่พัง แต่พอพังก็จะเป็นหลุมบ่อ และเป็นทราย ทำให้รถบางทีล้อหมุนฟรีเลยก็มี ทางก็ชัน และติดหน้าผาด้วย ขับขี่ต้องระวังโดยเฉพาะตอนลงเขา ถ้าไม่ชำนาญก็อันตรายมาก

 

 

จริง ๆ ตั้งแต่ระหว่างทางด่านเขาสามยอดมาถึงจุดนี้ ก็พบว่าสัญญาณมือถือทั้ง True และ AIS เริ่มขาดหายแล้วนะครับ

การเดินทางตรงนี้ถ้าตาม ๆ รถคันอื่นขึ้นมา ก็เตรียมผ้าอุดปาก อุดจมูกก็ดี เตรียมใส่หมวก หรือแว่นตาไว้ด้วย เพราะว่าคุณจะได้กินฝุ่นจากรถคันหน้า และให้ระวังกิ่งไม้ที่จะดีดโดนหน้าคุณได้ และเมื่อรถไต่ระดับสูงขึ้นไปมาก ๆ คุณจะพบว่าตัวเองหูอื้อ พี่ที่ผมไปด้วยเขาจะจอดรถแป๊บนึงตรงทางราบด้านบนเพื่อให้ร่างกายเราปรับตัว แต่จริง ๆ คุณพยายามขยับกราม หรือเคี้ยวอะไรซักอย่างก็ทำให้หูหายอื้อได้นะ

ระหว่างทางจะเจอลำธาร 3 ช่วงครับ ซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจากบ้านกร่างแค้มป์เท่าไหร่นัก พอจะเดินมาถ่ายรูปตรงนี้เล่นได้ถ้ามาจากบ้านกร่างแค้มป์ ลำธารนั้นน้ำไม่เยอะมาก ขับรถผ่านไปได้ไม่ยากเย็นอะไร

ลองชมภาพระหว่างทางกันดูครับ บอกไว้ก่อนว่าภาพถนนลูกรังนั้นเด็ก ๆ นะครับ เพราะบางช่วงจะนรกมากกว่านี้เยอะ

 

 

ภาพถนนลูกรังนี้เหมือนจะเด็ก ๆ ไม่โหด แต่จริง ๆ ทางโหดเอาเรื่องนะครับ บางช่วงเป็นทางโค้ง และชันเกือบ 45 องศาก็มี และแน่นอนถนนแย่กว่านี้มาก ๆ เพราะเป็นถนนที่ถูกสร้างและน่าจะโดนน้ำเซาะจนเสียหายยับเยิน ทำให้กลายเป็นเดินทางยากกว่าถนนลูกรังเสียอีก

ภาพถนนโหด ๆ ผมถ่ายมาน้อย เอามาดูภาพใช้ไม่ได้เลย เสียดายเหมือนกัน คือรถมันกระโดดไปมา (บางจังหวะตัวเกือบหลุดออกนอกกะบะหลังรถเลย) ภาพเลยไหว ๆ แต่ผมมีคลิปจากกล้อง Action Cam ยังไม่ได้เอาออกมาเช็ค ถ้าเช็คแล้วใช้ได้จะเอามาให้ชมครับ

ภาพด้านล่างเป็นอุโมงค์ต้นไม้ อยู่ระหว่างทางด่านสามยอดไปถึงบ้านกร่างแคมป์ครับ บางทีก็เจอฝูงลิงออกมาหากินด้วย

 

 

 

เมื่อพ้นบ้านกร่างแคมป์คุณจะเจอลำธารขวางอยู่ 3 ช่วงครับ ลำธารน้ำไม่เยอะ แต่ถ้าหน้าน้ำมาก็ไม่รู้จะสูงมากไหม คิดว่าคงไม่มากนัก อีกอย่างช่วงหน้าฝนทางอุทยานก็จะปิดป่าอยู่แล้วครับ ส่วนหน้าร้อนแถว ๆ ลำธารจะมีผีเสื้อมากินแร่ธาตุเป็นฝูงเลยครับ

 

 

ยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ต้นไม้ก็เริ่มกินพื้นที่ถนนจนเหลือนิดเดียว มีกิ่งไม้ปายไปมาข้างทางบ้าง ระวังจะโดนกิ่งไม้ดีดหน้าให้ดีครับ

 

 

ตอนนี้วิวจะเป็นป่ารก ๆ แล้ว มีต้นไผ่ใหญ่ ๆ ให้เห็นเรื่อย ๆ และทางชัน ถนนแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

พะเนินทุ่งยินดีต้อนรับ

ผมมาถึงก็ 4 โมงกว่าเห็นจะได้ ขนของลงแล้วรีบจัดแจงตั้งเต้นท์ก่อนเลย ถ้ารอนานแล้วฟ้ามืดจะทำอะไรลำบากไปหมด ซึ่งจุดกางเต้นท์ก็อยู่แทบจะติดที่จอดรถ ไม่ต้องขนของกันไกล

ที่นี่มีห้องน้ำพร้อม 2 จุด อาบน้ำได้เป็นแบบฝักบัว และมีที่ล้างหน้า ล้างจาน มีร้านอาหาร มีกาแฟขาย มีเสาสัญญาณ AIS ซึ่งใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ไฟฟ้าจะปั่นเพื่อเปิดไฟส่องสว่างในบางจุดช่วงหัวค่ำ พอตกดึกก็จะปิด (น่าจะประมาณ 4 ทุ่มก็คงปิด)

 

 

บอกให้รู้ว่าเรามาถึงแล้ว พะเนินทุ่ง

 

ป้ายตรงหน้าทางเข้าบอกเวลาขึ้นลงชัดเจน

 

เดินไปไม่ไกลจะมีจุดชมวิวเป็นลานกว้าง ๆ มองเห็นได้จากจุดกางเต้นท์ ซึ่งเห็นวิวเป็นทิวเขาสลับกันไปมา แต่ถ้าคุณใช้เลนส์มุมกว้างมากจะถ่ายติดต้นไม้เบื้องหน้า อาจจะต้องถ่ายเจาะเอาเป็นจุด ๆ ละครับ แต่จุดชมวิวนี้กว้างมาก เรียกพื้นที่กางเต้นท์ และจุดชมวิวนี้ว่า กม. 30

ถึงจะขึ้นมาด้วยถนนที่ลำบาก แต่บนนี้อากาศเย็น มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควรเท่าที่จะดำเนินชีวิตอยู่กับตัวเอง และธรรมชาติได้อย่างไม่ลำบากอะไร แต่ควรวางแผนให้ดี เพราะการลงเขาจะมีเวลากำหนดอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว จะลงตอนไหนก็ดูเวลาดี ๆ

 

ร้านอาหารบนพะเนินทุ่ง ซึ่งตรงนี้นอกจากมีจุดกางเต้นท์อยู่ใกล้ ๆ แล้ว เดินเลยไปอีกหน่อยจะเป็นห้องน้ำ และเป็นจุดชมวิวที่เรียกว่า จุดชมวิว กม.30

 

นอกจากจุดชมวิว กม. 30 ยังมีจุดชมวิว กม. 36 ซึ่งจะไม่มีต้นไม้มาบัง ทำให้ถ่ายภาพได้สะดวกสบาย แต่ต้องขับรถตรงต่อไปอีกไม่ถึงกับใกล้หรือไกล จากนั้นก็ยังมีน้ำตก (ซึ่งผมไม่ได้ไป) ด้วย ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วจุดที่ชมวิว ท่องเที่ยวน่าจะมีพอสมควร รู้สึกว่าน้ำตกก็มีหลายจุด แต่ผมไม่ได้สอบถามรายละเอียด และไม่ได้ไปชมน้ำตกเลยซักที่ เพราะจะต้องติดรถพี่เขาลงในวันถัดไป ทั้งที่จริงแล้วใจอยากจะค้างซัก 2 คืน แต่ก็คิดในใจว่า ไม่เป็นไร ครั้งนี้มาชิมลาง ไม่คิดว่าภาพที่ถ่ายจะใช้ได้ทั้งหมด คงต้องมีมาถ่ายแก้แน่ ๆ

อ่อ ตกดึกบริเวณที่กางเต้นจะมีเม้นออกมาเดินด้วยถ้าเราเงียบมากพอ แต่ผมไม่เห็นตัว นอนหนาวอยู่ในเต้นท์เพราะลืมปิดฟลายชีท น้ำค้างเต็มเลย

ตื่นมาอากาศไม่เป็นใจ เมฆเยอะมากทำให้ไม่ได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งจะถ่ายจากจุดชมวิว กม. 30 ก็คงไม่สวย เพราะต้นไม้เบื้องหน้าบัง แต่เจอพี่อีกคนที่มากับน้องสาว คุยกันถูกคออยู่นานในช่วงกลางคืน เขาว่าจะชวนติดรถไปจุดชมวิวอื่นเพื่อถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ไปกับเขา แต่ติดรถพี่ที่พาผมขึ้นมา ไปถ่ายจุดชมวิว กม. 36 แทนในตอนสาย ซึ่งได้ภาพกลับมาสวยงาม เป็นหมอกเคลื่อนที่ผ่านทิวเขา อ๋อ จุดชมวิว กม. 36 นั้นไม่มีจุดให้กางเต้นท์นะครับ

 

เช้ามาบริเวณทางเข้าด่านพะเนินทุ่ง จะเห็นหมอกลงหนา และบางวันถ้ากระแสลมกำลังดี คุณจะได้ทั้งหมอก และสายหมอกที่เคลื่อนตัวอย่างชัดเจน สวยงามมากครับ

 

พูดถึงเรื่องหมอก ก็คิดถึงตอนเพิ่งตื่นที่จุดกางเต้นท์ (กม. 30) หมอกลงพอสมควร ให้รู้สึกเหมือนอยู่เมืองในหมอก สวยเหมือนกัน แต่ไม่คิดอะไรมาก แค่หมอกหนาหน่อยเท่านั้น แต่พอสาย ๆ นิดนึง หมอกเริ่มเป็นสาย มีลมพัดเล้กน้อย พบการเคลื่อนตัวของหมอกอย่างชัดเจน ต้องบอกว่าสวยงามมาก ๆ ถ้าถ่ายวิดีโอไว้จะสวยงาม เห็นการเคลื่อนตัวของหมอกกำลังดีเลย ถือว่าวันนั้นเป็นวันที่หมอกเคลื่อนไหวสวยที่สุดเท่าที่เกิดมาจะเคยเห็น แต่ก็นะ ผมเพิ่งเคยเห็นหมอกลักษณะนี้เป็นครั้งแรก เพิ่งเริ่มต้นเดินทางท่องเที่ยวได้ไม่นานนี่นะ

 

ลักษณะทางขึ้นไปจุดชมวิวประจำ กม.30 ซึ่งเดินขึ้นบันไดไปไม่เยอะครับ

 

จะเห็นว่ามันเป็นที่ราบกว้าง ๆ ซึ่งจริง ๆ กว้างมากนะครับ ในภาพจะดูยังไม่กว้างมากนัก

 

วิวเบื้องหลังก็เป็นทิวเขาสลับกันไป ถ้ามาตอนเช้าจะมีนักท่องเที่ยวเดินมาถ่ายรูปกันเยอะ เพราะหมอกจะลงหนาขึ้น ถ้าคุณมาแล้วหมอกหนาเกินไปก็รอสายอีกหน่อยหมอกจะลดลง กำลังดีครับ

 

 

 

6 ภาพด้านบนเป็นภาพตอนช่วงเย็นหลังจากผมกางเต้นท์เสร็จครับ ประมาณ 4 โมงครึ่งกว่า

ภาพถัดไปด้านล่างนี้เป็นภาพในช่วงเช้าของอีกวันครับ ซึ่งรวม ๆ กันทั้งไปถ่ายที่ กม.30 และ จุดชมวิวถัดไปที่ต้องนั่งรถต่อไปอีกซักพัก เรียกจุดชมวิว กม.36

 

 

 

 

พอกลับจากจุดชมวิว กม. 36 ก็ต้องรีบเตรียมตัวกลับ เพราะถ้าช้าเลย 10 โมงก็จะลงเขาไม่ได้แล้ว ต้องรอเย็นเลย พี่ที่ผมติดรถขึ้นเขานั้นเขาจะต้องลงไปเร็ว เพราะลุงที่มาด้วยเขาติดธุระ ผมก็ขอติดลงไปด้วย พี่เขายังใจดีพาไปเลี้ยงข้าวต่อ ต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก เพราะพี่ทั้งพาผมขึ้น เอาอาหารเช้าให้ผมกินบนเขา พาผมไปเที่ยว พาผมลง ยังเลี้ยงข้าวหลังจากลงแล้วอีกต่างหาก ขอบคุณจริง ๆ ครับ

ถึงแม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะพบเรื่องไม่ดีอย่างกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เสียงดัง กินเหล้า และมีนิสัยนักเลง ขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้หลังจากกลับเห็นแล้วชวนหดหู่ แต่ก็พบสิ่งที่ทำให้รู้สึกอมยิ้มเมื่อคิดถึงได้เสมอ เช่น มิตรภาพระหว่างเดินทาง อย่างฝรั่งที่ขับรถสวนตอนพวกผมลง แล้วเจอนกตัวใหญ่เกาะต้นไม้ รู้สึกจะเป็นอินทรี เราก็ชี้ ๆ ฝรั่งเขาก็จอดตาม แล้วก็พูดว่านก ๆ ๆ แล้วก็พูดว่าขอบคุณครับ ยิ้มแล้วต่างก็ขับต่อไป ถึงจะเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกดี อีกทั้งยังมิตรภาพชั่วคืนที่ได้คุยกับพี่ที่พาน้องสาวมาเที่ยว พี่เขาเข้าถึงหลักธรรม คุยกันยาว แต่ไม่ได้ขอเบอร์ไว้ติดต่ออีก ใจหนึ่งก็เสียดาย อีกใจก็โทษนิสัยสันโดษของตัวเองที่ดูเหมือนว่าควรจะปรับปรุง ไหนจะพี่ที่พาผมขึ้น พาผมลงเขา และยังเลี้ยงข้าว พี่เขาพาครอบครัวมาเที่ยว เป็นทหาร ผมถ่ายรูปพี่เขาไว้ และส่งภาพให้พี่เขาทางไลน์ ตอนก่อนแยกจากกันพี่เขายังบอกว่า ถ้าจะมาอีกเขาจะชวน ^ ^

ผมยังมีโจทย์ที่จะต้องกลับมาอีกครั้งสำหรับที่นี่ แต่จะเป็นตอนไหนก็ไว้ค่อยว่ากันอีกที ครั้งนี้ล่าไปก่อน ชมภาพทิวทัศน์ที่ผมถ่ายไว้กันก่อนจากแล้วกันครับ

 

บล็อกเกอร์รีวิวแนะนำ

ค่ำชมดาว เช้าชมทะเลหมอก ณ ดอยเสมอดาว

  ตอบโจทย์ทริปเที่ยวที่ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างง่ายๆ จะฉายเดี่ยว เที่ยวเป็นคู่ อยู่กับครอบครัว หรือทัวร์กับเดอะแก๊งค์ เราขอแนะนำให้เลือกที่แ...

6 ก.ย. 2559

แม่ฮ่องสอนตะลอนทัวร์รัว7คืน ภาคจบ

วันที่ 6 ของทริป (พุธ 30 ธค 58) ตื่นเช้ามายังอยู่ที่บ้านต้นไม้      รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปรับประทานมื้อเช้า เดินผ่านหล...

6 ก.ย. 2559

หัวใจดวงที่ 1 เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุด เมื่ออากาศมันพาไป เลยต้องแบกหัวใจไปตามฝัน เชียงใหม่ ที่นี่มีดีอะไร ทำไมใครๆก็อยากมา หลากหลายความสงสัย หลากหลายสถานที่ ถึง...

5 ก.ย. 2559

พังงา ดาราแห่งท้องทะเลไทย

เดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมพาตัวเองออกไปใช้ชีวิตติดน้ำ ตามองฟ้าที่พังงา จังหวัดที่ดูเหมือนกำลังทำหน้าที่เป็นดาวจรัสแสงแห่งภาคใต้ ด้วยเสน่ห์ของท้องทะเลที่เ...

7 มิ.ย. 2559