บล็อกเกอร์รีวิว

หิ้วกล้องฟิล์ม นั่งรถไฟ เมาเรือ ไปท้าลมหนาวที่เกาะเต่า

Sasirat Meemongkol

Sasirat Meemongkol

เกาะเต่า 2 ก.ย. 2559

เราชื่อ พลอย เราเดินทางไปมาหลายที่มากมายในประเทศไทย เชื่อเราสิ ยิ่งเรายิ่งเที่ยวเมืองไทย เรายิ่งหลงรักประเทศไทย มีอะไรอีกมากมายให้เราออกไปค้นหา เก็บกระเป๋าออกไปเที่ยวกันเถอะเนอะทุกคน

_____________________________________________________________________________

เริ่มจากทริปนี้เราวางแผนจะไปเที่ยวดอยหลวงเชียงดาว ที่จังหวัดเชียงใหม่หลังจากที่เคยไปมาแล้วรอบนึง แต่ดั๊นไม่ได้ขึ้นดอยหลวงเชียงดาว (รีวิวทริปเราhttp://pantip.com/topic/34243187) แต่ครั้งนี้ก็มีเหตุให้ไม่ได้ไป เพราะดันติดสอบโปรเจคจบ ซึ่งเราก็ต้องเลือกโปรเจคมาเป็นอันดับหนึ่ง พอสอบโปรเจคจบผ่านไป เราก็มาคุยกับเพื่อนว่าอยากไปเที่ยว แล้วก็มาสุมหัวกันจะไปไหนดี มีหลายที่ในลิสต์มาก ทั้ง เกาะเสม็ด เชียงใหม่ แต่มาสรุปกันที่เราจะนั่งรถไฟไปเกาะเต่ากัน เมื่อสรุปทริปและจำนวนคนไปได้แล้ว เราก็ไปกันเถอะ ทริปสี่วันสามคืนที่เกาะเต่ากำลังเริ่มขึ้นแล้ววว

เราสามคนออกเดินทางด้วยรถไฟสปินเตอร์(ด่วนพิเศษ) แอร์นั่ง ขบวน 43 เวลา 08.05 น. รถไฟออกจากสถานีตรงเวลามาก เรากับเพื่อนเกือบตกรถไฟเพราะมัวแต่ไว้ใจการข่นส่งด้วยรถเมล์ฟรี แต่พอนั่งมาครึ่งทาง เราก็ไม่ไว้ใจอีกต่อไปเพราะเหลือเวลาอีกเกือบ 20 นาที เราเลยใช้บริการพี่สุชาติตรงดิ่งไปหัวลำโพง ซึ่งถึง 8.00 น. พอดี พอถึงก็รีบวิ่งบึ่งขึ้นรถไฟ แต่ยังมีเวลาหยุดถ่ายรูปนิดหน่อยก่อนขึ้น 

 

 

บนรถไฟจะมีของว่างให้กินตอนเช้า ด้วยความที่ไม่ได้กินอะไรมา ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์กับน้ำส้มก็ลงท้องอย่างรวดเร็ว เราสามารถบอกคุณพี่คนเสริฟได้นะว่าจะเอาน้ำอะไร มีน้ำส้ม โค๊ก น้ำเปล่า กาแฟ ตามที่เราอยากทานเลย ตลอดทางรถไฟของเราก็วิ่งฉิวไปด้วยความเร็วที่คนอื่นบนรางต้องหลบให้ ซึ่งไม่แวะให้เราซื้ออะไรกินเลย การนั่งรถไฟแบบนี้แนะนำให้เอาเพลงใส่โทรศัพท์มาเยอะๆ เพราะถ้าคุณนั่งเล่นโซเชียลไปเรื่อยๆแบตก็จะหมด ฟังเพลงแล้วนอน ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ควรให้รางวัลแก่ร่างกาย

 

 

พอถึงเวลาประมาณเกือบเที่ยง ก็มีอาหารกลางวันก็จะมีอาหารกลางวันมาเสริ์ฟ เป็นเซตข้าวยี่ห้อปุ้มปุ้ย มีข้าวสวย แกงไก่และก็ปลาต้มหวาน มีบริการเสริ์ฟน้ำจากพี่คนเสริ์ฟโดยจะถามทุกคนว่าจะรับน้ำใส่น้ำแข็งหรือน้ำเปล่าๆอย่างเดียว พอกินเสร็จเราก็จะมีแผนกเก็บถาดอาหาร และชั่วโมงการฟังเพลงนอนสต๊อปก็มาถึงแบบยาวๆไป.... 

 

 

17.15 น. และแล้วเราก็มาถึงสถานีสุราษฎร์ธานี หลังจากที่เรานั่งหลับ ตื่น หลับ ตื่นกันบนรถไฟมา 8 ชั่วโมง รถไฟเรามาถึงเลท 30 นาที ซึ่งก็ถือว่าไม่มากมายเกินไป เรารอซักพักก็มีเพื่อนของเพื่อนมารับเราซึ่งเป็นคนสุราษพาไปกินข้าวบริเวณศาลเจ้าประจำจังหวัด เพื่อรอเรือนอน

 

 

ต้องขอบคุณเจ้าบ้านจังหวัดนี้มากๆเลย ใจดีมากๆ พาเลี้ยงข้าว ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่บ้าน แล้วยังสนับสนุนค่าเรือนอนและช่วยซื้อตั๋วให้กับเด็กน้อยสามคนที่มาเที่ยว ขอบคุณมากค่า

_____________________________________________________________________________

22.00 น. เราก็ขึ้นเรือ ไหว้ขอบคุณคุณพ่อและคุณแม่ของเพื่อน โบกมือบ๊ายบาย(เหมือนจะออกทะเลไปไหนไกลๆ) ภาพในเรือนอนไม่ได้ถ่ายมา ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการขึ้นเรือนอนครั้งแรกของเราสามคน นั่งตากลมไปซักพัก ฝนตก แยกย้ายวงแตก นอน แล้วเตียงมีสองชั้น ก็นอนอย่างสงบเพราะเราต้องแล่นเรือผ่านแม่น้ำเข้าทะเล แต่ใครจะรู้ว่าเราจะลุกขึ้นมาเมาเรือตอนตี 4 คือแบบเมามาก เพราะเรือมันแล่นเป็นคลื่น นึกภาพโค้งติดๆกันเป็นเส้นคลื่น แบบนั้นเลย ขึ้น ลง ขึ้น ลง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ก็เลยค่อยไต่เตียงลงมาซัดยาเมาเรือ แล้วไปเข้าห้องน้ำ ช่วงเดิน เรือก็เอียงไปมา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ห้องน้ำมีสองฝั่ง เอียงจนประตูห้องน้ำตีเปิดปิดอะ พอเข้าไปข้างใน ก็เอียงไปมา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา (นึกในใจนี่ขนาดเรือเหล็กนะ) และก็พยุงตัวเองกลับมา นั่งอยู่เตียงเพื่อนที่นอนข้างล่าง บอกเพื่อนว่าเมาเรือไม่ไหวละ จนเพื่อนต้องสละเตียงล่างให้แล้วไปนอนข้างบนแทน ซึ้งใจมาก T^T ฤทธิ์ยาออกเต็มที่ ง่วง เรือเอียงซ้าย ขวา ขึ้น ลง โอเคหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นอีกทีเช้าแล้ว เรือกำลังเข้าฝั่ง

 

 

ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเรือ สวยไปอีกแบบนะ ลมปะทะหน้าเย็น พระอาทิตย์กำลังขึ้น แสงสีส้ม โอ่ยยย สวยจริงๆ อิจฉาคนมากับแฟน โรแมนติกมั่กๆเลย

 

 

เมื่อถึงท่าเรือ อย่างแรกที่เราทำคือไปหาซื้อตั๋วเรือกลับ ซึ่งเราต้องรออีก 1 ชั่วโมงจนกว่าเค้าเตอร์จะเปิด เดินถ่ายรูปเล่นรอ เพื่อนไปซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดมา ราคาแบบแพงตามสเตปราคาบนเกาะ เราก็เริ่มเดินออกไปหาราคาค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วก็เจอร้านที่ไม่ต้องวางมัดจำ 5000 บาท ค่ามอเตอร์ไซค์ 250 บาท/วัน/คัน เราก็จัดการเช่า พอรู้ว่าพี่เค้าขายตั๋วเรือลมพระยาด้วย ก็จัดการซื้อ คนละ 600 บาท พร้อซื้อทัวร์ดำน้ำรอบเกาะด้วย คนละ 750 บาท (ร้านพี่เค้าอยู่ก่อนถึงเซเว่นนิดนึง ถ้าเดินจากท่าเรือ) 

 

 

เมื่อมาถึงที่พัก เราเข้าห้องได้ 10 โมง แต่สามารถฝากของไว้ที่รีเซปชั่น เราก็ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดเตรียมไปดำน้ำรอบเกาะ ระหว่างนั้นก็เดินถ่ายรูปเล่นรอพี่ทัวร์ดำน้ำขับรถมารับ

 

 

พอถ่ายรูปเสร็จ ก็ออกไปขึ้นรถ ไปเตรียมขึ้นเรือ วันที่เราไปเป็นวันธรรมดา เพื่อร่วมทริปดำน้ำเลยมีแต่ฝรั่ง ทุกคนมีอาวุธประจำกายคือสนอคเคิล แว่นดำน้ำ และเสื้อชูชีพ ระหว่างออกเรือไป บนเรือจะมีกาแฟ ชา ขนมบริการตลอด วันนี้เราบังเอิญพบกับเพื่อนชื่อมรสุม คลื่นลมแรงมาก เรือโคลง ขึ้น ลง ขึ้น ลง แบบกินข้าวเหนียวไก่ไป ไก่แทบจะบินออกมา เหมือนเล่นเครื่องเล่นโลดโผน และแล้วเจ้าของกระทู้ก็เมาเรืออีกครั้ง เพื่อนต้องวิ่งวุ่นหายาเมาเรือให้กิน เราก็โคลงขึ้น ลง ขึ้น ลง โอ้แม่เจ้า T^T ไม่สนุกเลย พอไปถึงจุดแรก กัปตันปล่อยลงไปดำน้ำ คลื่นแรงมาก แบบตีวิ่ววววว วิ่วววว เราก็นั่งเมาเรือ ไม่ลงดีกว่า กัปตันเรือเดินมา เรวก็บอกกัปตันว่าเมาเรือ กัปตันก็รีบหายาให้กิน แล้วบอกว่าไม่ต้องลงหรอกจุดนนี้คลื่นแรงมาก เมื่อวานมีคนจีนเกือบไปรอดเพราะคลื่น แล้วเค้าก็ให้ลูกเรือเรียกลูกทริปขึ้นเรือ จากเราที่ต้องขับรอบเกาะ เราไม่สามารถไปได้ เพราะคลื่นแรงมาก เราต้องวนกลับทางเดิม แล้วไปดำตรงแถวชาร์คเบย์แทน เป็นจุดที่เราลงไปดำกับเพื่อน โอ้ สวยนะ แบบมีประการัง มีปลาว่าย เต็มไปหมดเลย มีปลาดอรี่ในเรืองนีโม่ด้วย แต่ไม่ให้มีฉลามเลย T^T

พอขึ้นมาลูกเรือก็แจกกล้วยหอมให้ทาน ซัดไปสามลูก หิวมาก เรือแล่นมาเรื่อยๆลงอีกจุด จุดนี้ไม่สวยเท่าจุดเมื่อกี้ แต่ได้ให้อาหารปลา แล้วแบบปลาล้อมรอบตัว ฟินไปอีกแบบตอนดำน้ำ พอขึ้นมาก็ทานข้าวกล่อง ผัดกระเพราไข่ดาวตามสไตล์คนไทย เรือของเราก็แล่นต่อไป ไปปล่อยลงอีกจุด แต่เราง่วงมากเพราะยาแก้เมาเรือ เราเลยให้เพื่อนไปเล่นกัน ส่วนเรานั่งหลับ จนกัปตันมาเห็น ก็บอกให้ไปนอนบนเรือมันจะโปร่งกว่า พอนอนไปซักพัก นอนไม่หลับ ก็ออกมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิงคนนึงที่เค้ามาคนเดียว (คิดในใจโคตรเท่เลยยยยย ไอดอลเลย) พอคุยกันซักพัก แลกเปลี่ยน เรือก็ออก โคลงเคลงขึ้น ลง ขึ้น ลง ลมปะทะหน้า ขึ้น ลง โอ้แม่เจ้า นี่มันเครื่องเล่นในชีวิตจริงที่คุณควรมาเล่นนะ เรามาถึงเกาะนางยวนได้ในสภาพพยายามฮึบไม่อาเจียนออกมา มันโลดโผนกว่าข้างล่างเยอะเลย จอร์จ...

 

 

กองหินก่อนถึงเกาะนางยวน ธรรมชาติสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม

 

 

เกาะนางยวน มีที่พักที่เดียว คือ นางยวนรีสอร์ท สามารถเดินเพื่อไปถ่ายรูปบนจุดสูงสุดได้

 

 

ตรงนี้จะเป็นจุดที่ทะเลแหวก แต่เรามาช่วงที่ไม่ใช่หน้าร้อน น้ำเลยขึ้นสูง คลื่นสีใส่กันซู่ซู่ (เลยเป็นที่มาของจุดระวัง strong current) แต่คลื่นแรงมาก คือมันเท่าเข่า แต่ตีสูงขึ้นหัว ถ้ามีของมีค่ามาด้วยควรมีกระเป๋ากันน้ำ และถือให้สูงเหนือหัวเพื่อความปลอดภัย ควรเดินอย่างมีสติไปตามแนวทราย เป็นแถว เพื่อความปลอดภัยด้วยค่ะ

 

 

เกาะนางยวนจากมุมสูง สวยงามตามท้องเรื่อง สมดังกับที่ขนานนาม แต่เบื้องหลังของภาพนี้คือเดินหอบสังขารขึ้นไป รอต่อคิวทุกคนที่มุ่งมาถ่ายรูปเหมือนกัน ช่วยถ่ายรูปให้คนอื่น สนุกไปอีกแบบ พอเสพความสวยงามเสร็จแล้ว เราก็เดินลง ให้คนอื่นได้มาเสพความสวยงามในจุดของเราบ้าง

 

 

ช่วงนั่งเรือกลับไปที่เกาะเต่า เราเจอขบวนการเรือเรนเจอร์ด้วย มีหลายสีเลย สีน่ารักมาก ลอยละล่องอยู่กลางทะเล พอถึงที่พักเราก็รีบอาบน้ำ เพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ตก แต่สรุปว่าฟ้าปิดไม่เห็น เราเลยไปหาของกินโดยใช้บริการเซเว่น หมดไปคนละไม่เกิน 100 บาท อิ่มอร่อย มานอนพักที่ห้อง ก็ออกไปเดินเล่นชายหาด ดูไฟยามค่ำคืน แสงสีเกาะเต่า

 

 

ร้านนี้ชื่อ เดอะซันเซท กัปตันแนะนำร้านนี้เรามา ถึงไม่แนะนำเราก็น่าจะเดินมาอยู่แล้ว เพราะติดที่พักแค่ห้าก้าวถึง โปรเหล้าร้านนี้ก่อนห้าทุ่ม บัคเกจ 1 แถม 1 ถังละ 350 บาท เบียร์ซื้อ 2 แถม 1 ช่วงสองทุ่มสามทุ่มจะมีการแสดงควงกระบองไฟ เราก็เดินเล่นรอไปก่อน

 

 

นั่งดูด้วยความตื่นเต้น แบบไม่เคยดูแบบจริงๆ นี่ครั้งแรกเลย พี่ๆเค้าเล่นกันเป็นจังหวะมาก มีแบบให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เจ๋งมากๆ แล้วเล่นกันแบบไม่เหนื่อยเลย เล่นกันจนกว่าลูกค้าจะย้ายตัวเองไปพูลปาร์ตี้กันต่อ จนคนตรงนี้หมดพี่เค้าถึงจะหยุดเล่น สำหรับภาพวันนี้เราขอตัดภาพเพียงเท่านี้ พบกันพรุ่งนี้ --zZZZZ

 

 

เราอรุณสวัสดิ์กันที่ 7 โมงครึ่ง ไม่มีการมาดูพระอาทิตย์ขึ้นใดๆทั้งสิ้น เพราะฟ้าปิด อาบน้ำแต่งตัว ทานอาหารเช้า แล้วไปแว๊นกันเถอะ เราเริ่มจากแว๊นกันไปทางซ้ายของหาดทรายรี แล้วแบบมันชัดมาก ไม่ไหวๆ เลยเปลี่ยนทางไปทางอ่าวลึกแทน ขับไปขับมา ไม่เจออ่าวลึก ไปเจอฟรีดอมเบย์ เดินไปเดินมา ซักพัก เราก็ลงเสียงกันว่าไปกินข้าวที่หาดทรายรีแล้วกัน จะได้นั่งได้ยาวๆ

 

 

วิวรอบๆ ที่ชาร์คเบย์ ช่างเงียบสงบแตกต่างกับฝั่งหาดทรายรีมาก ใครที่ชอบการพักผ่อนแบบสงบ แนะนำให้มาพักฝั่งนี้จ้า

 

 

ต้นมะพร้าว กลิ่นลมทะเล กับท้องฟ้า แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายกลับไปสู้กับงานต่างๆได้อีกมากมาย

 

 

เรือลำเล็ก เรือลำใหญ่ ท่ามกลางทะเลอันเงียบสงบและกว้างใหญ่

 

 

กินข้าวกลางวันเสร็จ ก็เดินเล่นถ่ายรูปก่อนจะเอารถมอเตอร์ไซค์ไปคืน ก่อนจะกลับสู่โลกความจริง ยังไม่อยากกลับเลย T^T

 

 

เดินเรียบชายหาดไปเรื่อยๆ ให้น้ำทะเลกับทรายนุ่มๆ บำบัดความเครียดที่สะสมมานานให้หายไป

 

 

ที่นี่มีบริการแท็กซี่โบ๊ทด้วยนะ ไปส่งทุกที่ในเกาะได้ตามใจคุณ ลองเปลี่ยนจากนั่งแท็กซี่บนถนนเป็นในน้ำแทนสิ ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะ

 

 

ตอนนี้บ่ายแล้วนะ แต่ฝรั่งก็เล่นน้ำไม่กลัวแดดร้อนเลย แต่น้ำก็เย็นน่าเล่นมากๆเช่นกัน 

 

 

การทำให้ผิวสีแทนอย่างง่ายที่สุดคือการอาบแดด ไม่ต้องเสียเงินให้ฟุ่มเฟือย แต่ให้พวกพี่เค้าอาบกันไปเถอะ คนไทยอย่างเราเดินเฉียดแดดแปปเดียวผิวก็ไหม้แล้วววว

 

 

เด็กน้อยเล่นน้ำกันอย่างน่ารัก นึกถึงตอนตัวเองเด็กๆ ไม่ต้องกังวลอะไร ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เจ็บสุดก็หกล้ม

 

 

เวลาผ่านไปเร็วเสมอเผลอแปปเดียวก็ต้องกลับแล้ว เรามานั่งรอเรือลมพระยา เรือเร็วสุดเก๋ที่กำลังจะมาเร็วๆนี้ ต้องเช็คอินตั๋วเรือ แปะสติ๊กเกอร์ว่าเราเป็นผู้เดินทางในรอบนี้ มีแท็กกระเป๋า เก๋ไก๋ อาหารตาก็เก๋ไก๋นะ 55555

 

 

บริเวณท่าเรือ ธุรกิจกิจการที่พัก เช่ารถ ทัวร์ดำน้ำก็ครึกครื้นใช่เล่น ซึ่งถ้ามาถึงเช้าภาพแบบนี้ไม่มีให้เห็นแน่นอน ต้องบ่ายๆ รับรองการันตี ใครจะมาหาที่พักปลายทาง ไม่ผิดหวังแน่ๆ แต่ช่วงไฮซีซั่นควรจองนะ อย่าวางใจ...

 

 

เราเดินขึ้นเรืออย่างผู้มีชัยโดยหารู้ไม่ว่าต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ที่ขายตั๋วบอกว่าเตรียมกินยาไปเลย เม็ดเดียวเอาไม่อยู่นะ สองเม็ดเลย ด้วยความที่เราเชื่อฟังผู้มีประสบการณ์ กินแค่เม็ดเดียว พอนั่งไปได้ 10 นาทีหลังจากเรือออกจากท่า ร่ำร้องขอยาอีกเม็ดจากเพื่อน แบบลนไม่ไหวแล้ว จากเรือที่นั่งมาครั้งแล้วๆมาเป็นแบบโคลงขึ้น ลง ซ้าย ขวา บ้าง อันนี้แบบเรือแล่นเร็วมากๆ ตัวเรือสูง 3-4 เมตรหรืออาจสูงกกว่านั้น น้ำตีขึ้นมาสูงยันบนเรือ เรือซัดคลื่นขึ้น ลง เอียงซ้าย ขวา แบบโหวงในท้องมาก แบบนั่งไป ซึ่ม ซึ่ม ซึ่ม โอ่ยยย รอบๆตัวภาวะมรสุมอาเจียนก็เกิดขึ้นหมุนเวียนไปรอบๆ เสียงกรี๊ดเหมือนเล่นเครื่องเล่น ต้องนั่งหลับตา ร้องเพลง คุยกับตัวเองมาทำอะไรที่นี่เนี่ยยย แล้วซักพักเพื่อนที่มาด้วยอาเจียน เราไม่กล้าลืมตามาช่วยเหลือเพื่อนเลย เพราะเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน แล้วมันก็เป็นแบบนี้ไปชั่วโมงครึ่ง ซึ่ม ซึ่ม ซึ่ม ทุกอย่างก็เข้าสู่ความสงบ เราถึงชุมพรโดยปลอดภัยเต็มไปด้วยความอัดอั้นอย่างโล่งใจ เรากับเพื่อนจ่ายเงิน 100 บาทขึ้นรถให้มาส่งที่ตัวเมืองชุมพรหรือสถานีรถไฟ ซึ่งห่างจากท่าเรือลมพระยาที่เป็นท่าเรือส่วนตัวมากๆ 28 กิโลเมตร ฝากกระเป๋า หาข้าวกิน ซัดก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ชีวิตโอเคขึ้นมาก นั่งเล่นกีต้ารอรถไฟกัน ในขณะที่เพื่อนร้องเพลงอย่างสนุก เราก็ง่วงเพราะฤทธิ์ยาแก้เมาเรือ 2 เม็ด โอ้แม่เจ้า แบบอยากจะลงไปนอนที่พื้นมาก นั่งหลับซึ่งก็ไม่สนิท จนรถเวลาผ่านไป รถไฟมาแล้วววว

 

เราจองรถไฟนอน รอบ 20.31 น. พอขึ้นรถไฟปุ๊บตรวจตั๋ว แปรงฟัน ล้างหน้า นั่งดูพนักงานปูเตียงให้เพื่อน โชคดีที่จองที่นั่งได้ตรงปลั๊ก พอแบตได้ 50 เปอร์เซ็นต์ เก็บที่ชาร์ต ปิดม่าน เล่นเฟสบุ๊คแปปนึง แล้วโลกก็มืด ตื่นอีกทีเกือบถึงหัวลำโพง เตรียมเก็บกระเป๋า ล้างหน้า แล้วเราก็ถึงหอลำโพงภายในเวลาที่ตั๋วกำหนด คือ 05.35 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2558 (เพื่อนบอกนอนไม่หลับเลย ตื่นทุกชั่วโมง สำหรับคนที่นอนไม่หลับบนรถไฟใช้วิธีเราได้นะ กินยาแก้เมารถ 1-2 เม็ด แต่ต้องมีเพื่อนเดินทางมาด้วยนะ 555555)

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าที่พัก @ทรายรีฮัท รีสอร์ท (จองผ่านอโกด้า) คนละ 670 บาท

ค่ารถไฟ ขาไป คนละ 608 บาท

ขากลับ คนละ 670 บาท

ค่าทัวร์ดำน้ำ คนละ 750 บาท

ค่าเรือนอน ฟรี **มีคนอุปถัมป์ ขอบคุณอีกรอบจริงๆค่า

ค่าเรือลมพระยา คนละ 600 บาท

ค่ารถจากท่าเรือลมพระยา คนละ 100 บาท

ค่ากิน อื่นๆ คนละ 600 บาท

รวม 3998 บาท

 

 

 ขอบคุณทุกท่านที่อ่านรีวิวเวิ่นเว้อของพลอยนะ ไว้จะมาเล่าเรื่องให้ฟังใหม่ เราไปเที่ยวด้วยกันมาหลายทริปผ่านรีวิวโดยที่เราไม่รู้จักกัน แต่จะดีมาก ถ้าเราเก็บกระเป๋าแล้วไปดูสถานที่จริงเนอะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่าาา

ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านและเพื่อนๆที่ไปด้วยกัน

สุดท้ายนี้ถ้าข้อมูลผิดพลาด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้น้าค๊าาา

 

บล็อกเกอร์รีวิวแนะนำ

เที่ยว “Low Season” มันจะดีหรือ

“Low Season” เป็นประโยคติดปากที่มักเรียกช่วงที่ไม่น่าไปของสถานที่เที่ยวนั้นๆ หลายคนจินตนาการไปก่อนว่ามันคงไม่ค่อยสวย ไม่มีอะไรให้ดู ไม่มีค...

9 ก.ย. 2559

หัวใจดวงที่ 2 วัดพระธาตุดอยสุเทพ เงาเจดีย์กลางฟ้าเหนือตัวเมืองเชียงใหม่

การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุด เมื่ออากาศมันพาไป เลยต้องแบกหัวใจไปตามฝัน หัวใจดวงที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่ จะขอพาไปที่ วัดชื่อดังและเก่าแก่ของจังหวัดเชีย...

6 ก.ย. 2559

“ท่าอุเทน”ดินแดนแห่งอรุณรุ่ง

คุณเคยมีประสบการณ์ ในการเดินทางไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด ไม่มีการวางแผน ไม่มีความคาดหวัง อะไรไว้ก่อน ไหมครับ ซึ่งมันสามารถสร้างความตื่น...

8 ก.ย. 2559

โมโกจู ในผืนป่าแห่งความหวัง

Into the woods สู่ผืนป่าตะวันตก   คนเราย่อมต้องมีเรื่องที่ “เสียดายที่ไม่ได้ทำ” กันคนละหลาย ๆ เรื่อง คงจะดีหากสะสางสิ่งเหล่านี้...

6 ก.ย. 2559