รีวิวเที่ยวตามถนัด
8 ที่เที่ยวเช็คอินรับลมหนาว

ลมหนาวมาแล้วครับทุกคน.. มาดู 8 ที่เที่ยว ต้อนรับหน้าหนาว 2017 กัน อากาศแบบนี้ ภาพของทะเลหมอกขาวโพลน ท้องฟ้าสีครามตัดกับเมฆขาว ดอกไม้สวยๆ เต็มทั่วทั้งภูเขา ก็ลอยมา.. ใครยังไม่มีแพลน หรือยังไม่ได้วางแพลนสำหรับช่วงปลายปี ตามมาดูกัน ว่า นาย1081009  มีที่เที่ยวเด็ดๆอะไรมาให้ได้ไปเที่ยวและเช็คอินรับลมหนาวกัน จิ้มเลยฮะ

1. ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

ด้วยพื้นที่ประมาณ 583,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น ซึ่งที่นี่ยังมีลานกางเต็นท์เหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถ ชมทะเลหมอกในยามเช้า ชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค้ำคืนได้อย่างสวยงาม นั่นคือ ดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์ ที่แห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ 360 องศา ทิศเหนือมองเห็นอำเภอเวียงสา ทิศใต้มองเห็นทิวเขาเป็นแนวยาว ทิศตะวันออกมองเห็นผาชู้ แม่น้ำน่าน ทิศตะวันตกมองเห็นตัวอำเภอนาน้อย เกือบทั้งหมด และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีเส้นทาง เดินสำรวจธรรมชาติให้ผู้รักการปีนป่ายและการผจญภัยได้อีกด้วย

เวลาที่เหมาะสม ช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์

สถานที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว

อุทยานแห่งชาติศรีน่านอยู่ห่างจากตัวอำเภอนาน้อย 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ ระหว่างทางมี จุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นเทือกเขาที่อยู่ในเขตอุทยานฯ และแม่น้ำน่านที่ไหล คดเคี้ยว ได้อย่างชัดเจน แม่น้ำน่านไหลผ่านอุทยานฯ ไปจนถึงอำเภอปากนาย

2.โดยรถประจำทาง

ใช้รถสายกรุงเทพฯ-น่าน ลงที่อำเภอเวียงสา แล้วต่อรถประจำทาง สายเวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ลงที่สามแยกบ้านใหม่แล้วเหมารถสองแถว เข้าอุทยานฯ

ภาพและข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com/76_province/north/nan/srinan.html

2. ม่อนทูเล หรือ ดอยทูเล จ.ตาก

ยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก (1,350 เมตร) โดยชาวปกาเกอะญอ เรียกภูเขาแห่งนี้ว่า “ทูเลโค๊ะ” แปลว่า “ภูเขาสีทอง” เพราะในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ทุ่งหญ้าอันเขียวขจีตามทิวเขา จะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม งดงามท่ามกลางทะเลหมอกและอากาศหนาวเย็น ยามค่ำคืนสามารถมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน บอกเลยว่านักท่องเที่ยวขาผจญภัยและคนที่ชอบถ่ายภาพแลนด์สเคป ต้องมาที่นี่สักครั้ง รับรองว่าต้องถูกใจ และจะกลับมาทูเลอีกครั้งได้เลย

เวลาที่เหมาะสม ช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม

สถานที่ ดอยทูเล ตั้งอยู่ในเขตบ้านแม่จวาง ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากนั้นต่อด้วย ทางหลวงหมายเลข 72 (เอเชีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร ตาก ก่อนถึงตัวเมืองตากมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 105 (แม่สอด-แม่สะเรียง) ผ่านอำเภอแม่สอด แม่ระมาด จนถึงอำเภอท่าสองยาง ขับตรงต่อไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตร เพื่อไปยัง อบต.ท่าสองยาง

ภาพและข้อมูลจาก https://travel.kapook.com/view105977.html

 

3. ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวสายผจญภัยอยากไปพิชิตมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ประกอบด้วยยอดเขาสำคัญ คือยอดสูงสุดดอยหลวงเชียงดาว สูงจากระดับน้ำทะเล 2,225 เมตร และยังมียอดเขาอีก หลายยอดที่มีความสูงโดดเด่น สามารถชมทิวทัศน์ได้แตกต่างกันออกไป เช่น ดอยกิ่วลมสูงจากระดับน้ำทะเล 2,140 เมตร และดอยเหนือหรือดอยพีระมิดสูงจากระดับน้ำทะเล 2,175 เมตร ดอยหนอกสูงจากระดับน้ำทะเล 2,000 เมตร และดอยสามพี่น้อง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,150 เมตร ยอดเขาที่อนุญาตให้ขึ้นไปท่องเที่ยวทั้งหมด 2 ยอดด้วยกัน คือ ยอดดอยกิ่วลมซึ่งเหมาะกับการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า และยอดดอยสูงสุดของดอยหลวงเชียงดาว เหมาะสำหรับไปชมพระอาทิตย์ตก โดยมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินเท้าขึ้นไปสัมผัสความสวยงามของยอดเขาแห่งนี้ ซึ่งตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ป่านานาพรรณ บนยอดดอยสามารถมองเห็นวิวของทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการสุด ๆ เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสายหมอกเลยทีเดียว  ในสมัยโบราณดอยเชียงดาวถูกเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง” ซึ่ง ชาวเชียงใหม่เชื่อกันตามตำนานเมืองเชียงใหม่ว่าเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อม พระอรหันต์ 8 องค์ทรงลงสรงน้ำในสลุงทองคำหรือบริเวณอ่างสลุงนั่นเอง บางคนเรียกดอยแห่งนี้ว่า “ ดอยหลวง ” เนื่องจากเป็นดอย ที่มีขนาดสูงใหญ่ (“ หลวง ” หมายความว่า “ ใหญ่ ” ) เพี้ยนเป็น“ ดอยหลวงเพียงดาว ” จนกระทั่งกลายมาเป็น “ ดอยหลวงเชียงดาว ” หรือ “ ดอยเชียงดาว ”

ช่วงเวลาท่องเที่ยว ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียเชียงดาวเปิดให้ท่องเที่ยวได้เป็นเวลา 5 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึง 31 มี.ค. ของทุกปี

การเดินทางโดยรถยนต์

ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาวเข้าสู่ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถจอดรถไว้ที่เขตรักษา ฯ และนั่งรถกระบะรับจ้างไป ยังจุดเริ่มเดินทางที่ได้ติดต่อกันไว้

การเดินทางโดยรถประจำทาง

สามารถเดินทางโดยรถทัวร์ มีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ(หมอชิต 2) มีรถทัวร์ 2 บริษัทสายกรุงเทพฯ-ท่าตอนไปถึง อ.เชียงดาวโดยตรงลงที่หน้าโรงแรมเชียงดาวอินน์หรือจากตัวเมืองเชียงใหม่ต่อรถเข้าไป อ.เชียงดาวอีก 70 ก.ม. ทั้งสองวิธีต้อง ต่อรถเข้าไปที่ สนง.เขตฯเชียงดาวอีก 5 ก.ม.โดยสามารถนัดรถกระบะรับจ้างหรือทัวร์ท้องถิ่นที่ติดต่อไว้หมารับได้

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โทรศัพท์ 0 5345 6623, 08 1111 6203

ขอขอบคุณภาพและที่มากจาก https://travel.kapook.com/view81328.html

 

4. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย

ภูป่าเปาะ หรือ ฟูจิเมืองเลย  จุดเด่นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชม บรรยากาศบนจุดชมวิวที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร สามารถมองเห็นภูหอซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาสูง เป็นภูเขายอดตัด หรือภูเขายอดราบโดยเฉพาะช่วงที่มีทะเลหมอกปกคลุม นักท่องเที่ยวเรียกว่า คล้ายภูเขาไฟฟูจิยามาในประเทศญี่ปุ่น เดิมที ภูป่าเปาะ เป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูค้อ-ภูกระแต และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต

จุดชมวิวของภูป่าเปาะมีทั้งหมด 3 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะห่างกันประมาณ 200 เมตร  ลดหลั่นตามความสูง จุดแรกเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ไม่มีอะไรบังสายตาสามารถมองเห็นวิวของภูหอได้ใกล้ที่สุดในมุมที่คล้ายกับภูเขาไฟฟูจิมากที่สุด ตรงจุดนี้มีระเบียงยื่นออกไปสำหรับ ให้นักท่องเที่ยวได้มายืนชมวิวขอภูหอได้อย่างใกล้ชิด

ส่วนจุดที่สองก็จะเห็นวิวของภูหอในอีกมุมแบบกว้างไกลที่แตกต่างจากจุดแรก จุดนี้มีระเบียงชมวิวเช่นกัน  ส่วนจุดสุดท้ายต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 200 เมตร เป็นจุดสูงสุดสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา แต่อาจะมีต้นไม้และตกหญ้าบังสายตาบ้าง 

จุดสูงสุดสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ได้ที่จุดเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็น อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน อำเภอภูผาม่านจังหวัดขอนแก่น อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ วนอุทยานแห่งชาติ นายูง-น้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี และ ถ้ำเอราวัณ อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ขึ้นภูเดียวเห็น 4 จังหวัดครับ

สถานที่ ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย

การเดินทางไปป่าเปาะ

ภูป่าเปราะตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับสวนหินผางามอยู่ เมื่อมาถึงตัวเมืองเลยก่อนจะถึงตัวอำเภอหนองหินประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีป้าย ให้เลี้ยวขวาไปคุณหมิงเมืองเลย ให้ตามทางนั้น ถ้าหากมาจากทางอำเภอภูกระดึง เข้ามาถึงตัวอำเภอหนองแล้วหิน บริเวณตรงข้าม ตลาดหนองหินจะมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าไปตำบลปวนพุ และเจอป้ายคุนหมิง 19 กิโลเมตร ให้ตรงเข้าไปเรื่อยๆ จะพบกับที่ทำการ ของภูป่าเปราะ

รายละเอียดการท่องเที่ยวภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย

เมื่อไปถึงที่ทำการของภูป่าเปราะจะต้องใช้บริการรถอีแต๊กท้องถิ่นของชาวบ้าน ค่าบริการคนละ 60 บาท นั่งได้ไม่เกิน 10 คน รถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดไว้ที่ทำการได้เลย มีห้องน้ำและร้านอาหารตามสั่งเล็กๆให้บริการ  ข้างบนภูป่าเปาะไม่มีทีพักและไม่อนุญาติ ให้กางเต้นท์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ นายธนเดช กล่อมใจ เลขานุการชมรมผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวสวนหินผางาม โทร 086-2218924, นายบุญลือ พรมหาลา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านผาหวาย หมู่ 3 โทร 089-7646829

ภาพและข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com/province/Northeast/loie/phupapoh.html

 

5. จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

ห่างจากหมู่บ้านสันติชล ประมาณ   1.6  กิโลเมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามของอำเภอปาย ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว สามารถมองเห็นทะเลหมอกที่ถูกรายล้อมไปด้วยทิวเขาน้อยใหญ่ และทัศนียภาพบ้านเรือนของเมืองปายที่ถูกปกคลุมด้วยสายหมอก   คำว่าหยุนไหล เป็นภาษาจีนกลาง หมายถึง แหล่งที่เมฆไหลมารวมกัน ซึ่งเปรียบเสมือนคนจีนยูนานที่อพยพมาจากเมืองจีน แต่ในที่สุดก็อพยพย้ายถิ่นฐานมารวมกัน จุดชมทะเลหมอกหยุนไหล สามารถชมได้ทั้งฤดูฝนและฤดูหนาว  บริเวณจุดชมวิวได้จัดทำเป็นระเบียงชมวิวและจุดถ่ายภาพน่ารักๆ หลายจุด ทั้งระเบียงชมวิว จุดคล้องกุญแจคู่รัก  ป้ายร้อยที่บอกรัก  และศาลาสำหรับนั่งชมวิวยามเช้า   ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีบริการเครื่องดื่มชาร้อนใส่มาในกาน้ำร้อน ให้จิบไปชมวิวไปได้อีกด้วยโดยคิดราคาชุดละ 20 บาท  สำหรับการมาชมจุดชมวิวเสียค่าเข้าชมคนละ  20 บาท  บริเวณจุดชมวิวมีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่  ห้องพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ และร้านค้า คอยบริการนักท่องเที่ยว

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมทะเลหมอก ประมาณ 6 โมง – 7 โมงเช้า

สถานที่ จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสันติชล ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การเดินทาง

จุดชมทะเลหมอกหยุนไหล  ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับหมู่บ้านสันติชน จากตัวเมืองปาย ผ่านวัดน้ำฮู ตรงไปจะถึงหมู่บ้านสันติชน จากนั้นตรงไปจนเกือบสุดทางผ่านหมู่บ้าน จะมีป้ายเขียนว่าจุดชมทะเลหมอกหยุนไหล เส้นทางก่อนถึงหยุนไหล จะแคบและชันเล็กน้อยควรขับรถด้วยความระมัดระวัง

ภาพและข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com/travel/ทะเลหมอกหยุนไหล

 

6. ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก

หนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอกที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าคือลานหินปุ่ม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่บริเวณริมหน้าผา เป็นลานหิน ซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มไล่เลี่ยกัน สันนิษฐานว่าเกิดจาก การสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินทางเคมี และฟิสิกส์ มีทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่าง ลานหินปุ่ม และผาชูธง เป็นจุดดึงดูดที่สำคัญ โดยเฉพาะลานหินปุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปม ขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบายและมีทะเลหมอกที่สวยงามยามเช้าด้วย

เวลาที่เหมาะสม อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ช่วงหน้าหนาวอุณหภูมิถึง 4 องศาเลยทีเดียว

สถานที่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านั้น ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย, อ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก, อ.หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจเที่ยวในอุทยานฯภูหินร่องกล้า สามารถติดต่อรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทร.0-1596-5977

ข้อมูลจาก http://travel.sanook.com/1401981/

 

7. ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

ดอยแม่สลอง ตั้งอยู่ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวจีนฮ่อ แห่งกองพล 93 ที่ตั้งหลักแหล่งบนดอย แห่งนี้มานาน ปัจจุบันชุมชนชาวจีนบนดอยแม่สลอง มีชื่อว่า หมู่บ้านสันติคีรี ตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล เฉลี่ย 1,200 ม. มีทัศนียภาพที่สวยงามและอากาศ เย็นสบายตลอดปี รายได้หลักมาจากการปลูกชาอู่หลง และบนดอยแม่สลองนี้ยังมีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งเช่น

1.พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี สร้างเพื่อถวายเป็น พระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ และเป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาดอยแม่สลองจึงชมทิวทัศน์ได้กว้างโดยเฉพาะในช่วงเย็น

2. สุสานนายพลต้วน บรรจุร่างนายพลต้วนซีเหวิน อยู่ภายในศาลาเก๋งจีนขนาดใหญ่ สีขาว พื้นปูหินอ่อน ด้านหลังแท่น บรรจุศพ มีภาพถ่าย เก่าแก่เกี่ยวกับประวัติและผลงาน ด้านหน้าเป็นลาดเนิน มีตัวอักษร "ต้วน" ภาษาจีน สีทองบน พื้นสีฟ้า สุสานนายพล ต้วนอยู่บนเนินที่ระดับความสูงประมาณ 1,300 ม. สามารถมองเห็นบ้านสันติคีรีใน หุบต่ำลง ไปเบื้องล่าง เป็นจุดชม ทิวทัศน์ของหมู่บ้านที่ดีจุดหนึ่ง

3.ชิมชาอู่หลงชมไร่ชา เป็นพืชเศรษฐกิจของบ้านสันติคีรี ในพื้นที่ปลูกหลายพันไร่ มีต้นชามากกว่า 2 ล้านต้น ที่นี่จึงมีไร่ชา โรงอบชาและ ร้าน จำหน่ายชาหลายสิบร้านที่มีชื่อเสียงคือ ชาอู่หลง ซึ่งมีกลิ่นหอม พิเศษ ต้องมีวิธีการดื่มเฉพาะแบบชาวไต้หวัน นอกจากนี้ยังสามารถไปชมไร่ชา การเก็บชา โดยไม่เสียค่าบริการได้อีกด้วย

4. ไร่ชา101 เป็นไร่ชาที่คว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดสุดยอดชาโลกบนดอยแม่สลอง บริเวณทางเข้าจะเห็นความสวยงาม ของของต้นชาเรียงรายเป็นขั้นบันได สลับกับเบื้องหลังเป็นทิวเขา จึงทำให้ภาพต่างนั้นงดงามราวกับอยู่ในห้วง แห่งความฝัน ไร่ชา 101

โทร. 053-710029, 053-710030 เวลาทำการ 7.00 – 17.00 ทุกวัน

5.ไร่ชาวังพุฒตาล ซึ่งจะมีสิงโตเงิน สิงโตทอง ที่อยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า นอกจากนั้นยังมีกาน้ำชาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีก 3 ใบตั้งเรียงรายราวกับประกาศความยิ่งใหญ่ความสุดยอดของแหล่งผลิตชา โทร.053 765 094

6.ชมดอกซากุระ เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านสันติคีรี จะปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งเรียงรายสอง ข้างทาง เป็นระยะทางกว่า 4 กม. ต้นนางพญาเสือโคร่งจะทิ้งใบจนหมดและผลิดอกสีชมพูพราวไป ทั้งต้นในหน้าหนาวดูราวกับ ดอกซากุระของญี่ปุ่นสวยงามมาก ต้นนางพญาเสือโคร่ง เหล่านี้ เป็นไม้พื้นถิ่นบนดอยทาง ภาคเหนือเป็นไม้โตเร็ว นางพญาเสือโคร่งบนดอยแม่สลองนำมาปลูกไว้ในช่วงปี พ.ศ.2525 ช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่างเดือน ธ.ค. - ก.พ.

การเดินทางไปดอยแม่สลอง

1. รถยนต์ส่วนตัว

เดินทางไปยังดอยแม่สลองได้ 2 เส้นทางคือ

- จาก อ. เมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 10 มายัง อ. แม่จัน 29 กม.จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง หมายเลข 1089 (แม่จัน-ท่าตอน) บริเวณหลัก กม. 856 ก่อนถึงทางเข้าตัว อ. แม่จันเล็กน้อย ผ่านน้ำพุร้อนป่าตึง (กม.78) ลานทองวิลเลจ (ระหว่าง กม. 73-74 ) และบ้านห้วยหินฝนเมื่อถึงด่านตรวจยาเสพ ติดสามแยกกิ่วสะไต หลัก กม. 55 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางขึ้นดอยคดเคี้ยวอีก 15 กม.

- เส้นทางสายเก่า ใช้ทางหลวงหมายเลข 10 ผ่าน อ. แม่จัน มุ่งหน้าไป อ.แม่สาย เมื่อถึงหลัก กม. 860 มีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปดอยแม่สลอง ชัดเจน เส้นทางสายนี้ค่อนข้างแคบและคดเคี้ยว ผ่านหมู่บ้านชาวเขา เผ่าต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ เมื่อถึงบ้านป่าเมี่ยง หลัก กม.10 จะเป็นสามแยกศูนย์พัฒนาและ สงเคราะห์ชาวเขา แยกขวา เป็นทางหลวงหมายเลข 1338 ไปพระตำหนักดอยตุงให้เลี้ยวซ้ายตามทางหลวง 1234 ระยะทาง 25 กม. ผ่านบ้าน อีก้อสามแยก ตรงหลัก กม. 9 ให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 16 กม.จะถึงดอยแม่สลอง

2. รถโดยสารประจำทาง

ขาไปดอยหัวแม่คำ

- นั่งรถสองแถวสีเขียวแก่สายแม่จัน-ท่าตอนท่ารถอยู่ในตลาดแม่จัน ลงรถที่ด่านตรวจกิ่วสะไต จากนั้นต่อรถ สองแถวจากกิ่วสะไต ไปแม่สลองเวลาออก ไม่แน่นอน แต่จะมีรถมารอรับผู้โดยสารเป็นระยะ ๆ หรือรอโบกรถ เข้าไป ก็ได้ - รถสองแถวสีฟ้าสายป่าซาง-แม่สลอง บริเวณบ้านป่าซางมีรถตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น. เหมาไป-กลับ 800 บาท รถคิว คนละ 60-100 บาท ขากลับจากแม่สลอง รถจะรอผู้โดยสารตรงบริเวณเซเว่นอีเลฟเว่น

ภาพและข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com/76_province/north/chiangrai/doimaeslong.html

 

8. เขาไข่นุ้ย จังหวัดพังงา

เขาไข่นุ้ย ตั้งอยู่ที่บ้านฝายท่า ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง เป็นจุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงอีกจุดหนึ่งของจังหวัดพังงา โดยเขาไข่นุ้ย มีความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนยอดเขาไข่นุ้ยมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและวิวทะเลหมอกที่มองเห็นได้ในมุมกว้าง ไกลเห็นทะเลหมอกขาวคลอเคลีย ปกคลุมทิวเขาน้อยใหญ่ มีแสงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่อง กระทบทะเลหมอกที่ลอยอยู่เบื้องล่างอย่างสวยงาม สำหรับกลุ่มเขาลูกน้อย ใหญ่ที่เห็นเบื้องหน้า มีแนวเขาลำแก่นเขากะปง เขาพังงา และแนวเทือกเขาภูตาจอที่ตั้งตระหง่านอยู่ในแนวหลังมองเห็นเด่นสุด เขาไข่นุ้ยเดิมเป็นพื้นที่ทำสวนยางของชาวบ้าน พวกเขาเห็น ทะเลหมอกกันจนชินตา แต่ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ จนเมื่อทางอบต.ไปพบและทำการประชาสัมพันธ์ออกไปก็ได้รับ การตอบรับอย่างดีเยี่ยมเขาไข่นุ้ย มีจุดเด่นอยู่ที่ 5 มหัศจรรย์ คือ 1.พระอาทิตย์ขึ้น 2.พระอาทิตย์ตก 3.ทะเลหมอก 4.ทะเลอันดามัน และ 5.ทิวเขา

เขาไข่นุ้ย แม้จะเป็นเขาลูกเตี้ยๆ แต่ว่ามีหมอกอย่างหนาแน่น  เนื่องจากบริเวณที่เห็นทะเลหมอกเป็นช่องเขาขนาดใหญ่ล้อม รอบซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ ถือเป็นจุดรวมของหมอกชั้นดีซึ่งโอกาสในการพบ ทะเลหมอกในทุกๆเช้า นั้นมีมากถึง 80% มากน้อยต่างกันไป ดูสวยงามแตกต่างกันแล้วแต่คนชอบ และสามารถชมทะเลหมอกได้ทุกฤดูแม้แต่ฤดูร้อน

สำหรับการเดินทางไปยังเขาไข่นุ้ยสามารถท่องเที่ยวแบบไม่ค้างคืน หรือพักค้างคืนก็ได้ เนื่องจากเส้นทางขึ้นเขาไข่นุ้ยเป็นถนนลูกรัง 3 กิโลเมตร การเดินทางต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อขับขึ้นไปเท่านั้น เพราะมี 2 ช่วงสุดท้ายยังไม่ได้ปรับถนนเส้นทางจึงชันมาก แต่ก็เป็นแค่ ช่วงสั้นๆ สามารถติดต่อรถเช่าได้ที่คุณโจ อบต.ทุ่งมะพร้าว  โทร 084 309 9222  โดยให้นักท่องเที่ยวมาต่อรถเปลี่ยนเป็นรถโฟรวิว ที่อบต.ทุ่งมะพร้าว แล้วเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา ในอัตราค่ารถขึ้น-ลงหากเหมา คิดคันละ 600 บาท นั่งได้ 4 คน หากมีจำนวนมากกว่านั้น เช่น 10 คน ราคา 1200 บาท

ภาพและข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com/province/south/phangnga/khaokhainui.html

รีวิวใกล้เคียง

-[]-อิงแอบแนบไม้ใหญ่ สูดกลิ่นอายเสน่ห์ล้านนา ที่ เก๊าไม้ล้านนา เชียงใหม่ (SR/AR--TBA2011)-[]- โดย - The hoBByist -

สวัสดีครับ ห่างหายไปจากการรีวิวซะหลายเดือน แต่ก็ยังแวะเข้ามาอ่านรีวิวดี ๆ จากหลาย ๆ คนอยู่บ่อย ๆ ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มารีวิวอีกครั้ง เนื่องจากผมโ...

13 ก.ย. 2556

วัดต้นแกว๋น(วัดอินทราวาส )เชียงใหม่

ถ้าจะพูดถึงวัดในเชียงใหม่ในโอกาสเดียวมันคงพูดไม่หมดแน่น เพราะวัดในเชียงใหม่มีเยอะจริงๆ ทั้งสวยและไม่สวยแต่อันนี้ไม่ใช่ประเด่นหลักสำหรับเชียงใหม่โอนลี่...

21 ก.ย. 2556

[CR] 7 วัน 23 ร้านอาหารที่เชียงใหม่ : ตอนที่ 3/7 (2-2)

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ค่ะ ก็เลยชวนกันมาเดินถนนคนเดินประตูท่าแพ อีกคนก็ขี้เกียจมากอยากนอนอืดอยู่เฉยๆ แต่ว่าทำยังไงได้ทานอาหารกันเข้าไปในช่วงกลางวันเยอะมา...

15 ก.ค. 2556

! @ # $ % ^ & ~ ป่าสน บ้านวัดจันทร์ #1# ~ & ^ % $ # @ !

อีก 1 ความประทับใจ เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้...

14 พ.ค. 2556