รีวิวเที่ยวตามถนัด
๘ สถานที่ของพ่อที่ทุกคนนึกถึง

เกือบ 1 ปีแล้ว ที่เราได้สูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งเป็นที่รักของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใดหรือแห่งใดทั่วทุกภูมิภาคของไทย ภาพและสถานที่เหล่านั้นยังคงปรากฎต่อสายตาของประชาชน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านต่างๆ วันนี้เราจึงได้รวบรวมพระราชกรณียกิจต่างๆ มาให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อมๆ กัน และทุกคนคิดเหมือนผมไหมว่าคนไทยช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินนี้ ใต้ร่มพระบารมีของพ่อหลวงครับ

๑. หออัครศิลปิน

หากใครที่ศึกษาพระราชประวัติจะเห็นได้ว่าพระอัจริยภาพด้านงานศิลป์ของรัชกาลที่ 9 นั้นปรากฏให้เห็นมากมาย ทรงมีพระราชหฤทัยทางด้านการถ่ายภาพ ทรงดนตรี และวาดภาพ ซึ่งถ้าเราอยากเห็นผลงานในทุกๆ ด้านของพระองค์สามารถเดินทางมาศึกษาได้ที่ ‘หออัครศิลปิน’ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจัดสร้างขึ้น น้อมเกล้าฯ เพื่อเทิดพระเกียรติถวายเนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี โดยจัดแสดงเรื่องราวและผลงานของพระองค์ เช่น ‘ห้องนิทรรศการอัครศิลปิน’ จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถทางด้านศิลปะ รวมถึงจัดแสดงผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์และภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ส่วนพระองค์เป็นจำนวนมาก บางห้องนิทรรศการยังจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี รวมทั้งได้นำเสนอบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรูปแบบดนตรี 3 มิติด้วยครับ

ที่ตั้ง : หออัครศิลปิน ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา9.00-16.30น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เบอร์โทรศัพท์ 0-2986-5020-4

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก thestandard.co/kingrama9-bangkok-honor-museum/

๒. พิพิธภัณฑ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง

"พิพิธภัณฑ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง" ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ในอาคารนำเสนอพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านการเกษตรและวิถีเกษตรไทยผ่านสื่อผสมผสานที่ทันสมัย และ พิพิธภัณฑ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นฐานเรียนรู้การทำการเกษตรต่าง ๆ เช่น การนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรเมือง นวัตกรรมบ้านดิน บ้านฟาง เป็นต้น

ที่ตั้ง: พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 5 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

เวลาทำการ: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 9.30-15.30 น.

โทรศัพท์: 0 2529 2212-13

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก thestandard.co/kingrama9-bangkok-honor-museum/

๓. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

นับเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของเมืองไทย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ แต่เดิมเป็นป่าเขา ชาวบ้านทำไร่เลื่อนลอย ปลูกฝิ่น ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี พ.ศ.2512 สถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามพระราชดำริ “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” นอกจากจะเป็นสถานศึกษา วิจัยต่างๆแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น 

- ชมสวนดอกไม้ต่างๆ ที่มีสวนหลากหลายสไตล์ให้เราได้ชื่นชมความสวยงาม เช่น

สวน ๘๐ : สวนกลางแจ้งตกแต่งสไตล์อังกฤษ มีดอกไม้ ไม้ประดับปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี ด้านบนยังเป็นลานต้นซากุระญี่ปุ่น จะบานช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม

สวนหอม : รวบรวมพันธุ์ไม้ที่มีกลิ่นหอมทั้งในและต่างประเทศ

และสวนบอนไซอ่างขาง : ซึ่งจัดแสดงการปลูกเลี้ยงในกระถางแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีพืชทนแล้ง พืชกินแมลง และสวนหินธรรมชาติจุดชมวิวภายในสถานี

-เดินชมโรงเรือนกุหลาบตัดดอกซึ่งรวบรวมกุหลาบชนิดตัดดอกสายพันธุ์ต่าง ๆ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผัก จัดตกแต่งด้วยผักเมืองหนาวหลายชนิด พืชสมุนไพรของโครงการหลวงให้ได้ชม

 -ถ่ายรูปบริเวณแปลงบ๊วย ซึ่งแตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา มีความสวยงามมาก

-ชมแปลงไม้ผลตามฤดูกาล ภายในสถานีฯ อ่างขางมีแปลงไม้ผลเมืองหนาวหลายอย่างให้ได้ชมตลอดทั้งปี เช่น พีช พลับ สาลี กีวี่

ที่ตั้ง: อยู่ที่ หมู่ 5 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

โทร : 0-5396-9476-8 ศูนย์ข้อมูลสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร.0-5369-6489

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก http://travel.trueid.net/detail/80373

๔. โครงการชั่งหัวมัน จ.เพชรบุรี

"โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ" เดิมบริเวณนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพืชไร่ แต่ด้วยแนวคิดของในหลวง ทำให้พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งสู่ความสมบูรณ์อีกครั้ง โดยจุดเริ่มต้นที่หลายคนฟังแล้วอาจจะรู้สึกได้ถึงความใส่ใจของพระองค์นั่นคือ พระองค์ท่านประทับอยู่ ณ วังไกลกังวลแล้วมีชาวบ้านนำมันเทศมาถวาย ช่วงนั้นพระองค์ต้องเสด็จกลับกรุงเทพเลยรับสั่งให้เจ้าหน้าที่นำหัวมันเทศ นั้นไปวางไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานจากนั้นก็เสด็จกลับกรุงเทพ พอเวลาล่วงเป็นเดือน เมื่อเสด็จกลับมาหัวหินทรงพบว่ามันเทศนั้นได้แตกใบ เลยตรัสว่า “มัน อยู่ที่ไหนก็ขึ้น” ดังนั้นจึงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดิน เพื่อทำโครงการด้านการเกษตร พระองค์ทรงนำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อจากชาวบ้านและทรงแสดงชื่อเป็นเจ้าของที่ดินในนามเกษตรกรและทรงพระราชทานพันธุ์มันเทศ ซึ่งงอกออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวล ให้นำมาปลูกไว้ที่ที่ดินแปลงนี้พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ”

การเข้าชมภายในโครงการชั่งหัวมัน

- โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีบริการรถจักรยานให้ขับเยี่ยมชมภายในด้วยตนเอง และรถนำชมให้บริการฟรี โดยจะหยุดพักให้บริการงานนำชมทุกวันจันทร์

- ภายในโครงการมีร้านโกลเด้นเพลซ จำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เกษตรของโครงการฯ

ที่ตั้ง โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ  ตั้งอยู่ใน อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี

ทางโทรศัพท์ หมายเลข 032 472701, 032 472703 เฉพาะในวันและเวลาราชการ

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก travel.mthai.com/blog/161615.html

๕. เกาะปันหยี  หมู่บ้านกลางทะเลในอ่าวพังงา

เมื่อปี พ.ศ. 2516 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่เกาะปันหยี เกาะเล็ก ๆ มีที่พื้นราบประมาณ 1ไร่ มีบ้านเรือน 200 หลังคาเรือน โดยได้พระราชทานเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มแก่คนชรา และคนยากจน และพระราชทานอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนเกาะปันหยี ทั้งนี้ ทรงมีพระราชปฏิสันถารถึงความทุกข์สุขของราษฎรที่เฝ้ารอรับ พร้อมกับโปรดเกล้าให้หน่วยแพทย์ พอ.สว.ตรวจรักษาราษฎรที่มารอเฝ้ารับเสด็จ

ประชาชนส่วนใหญ่ในเกาะปันหยีนับถือศาสนาอิสลาม มีอาชีพประมง ขายของที่ระลึก มีโรงเรียน และสถานีอนามัยอยู่บนเกาะ ตัวเกาะถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในจังหวัดพังงาได้ด้วย

และหากใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนบริเวฯทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี จะมีบริเวณหน้าผาที่มีรุปเขียนเป็นภาพสัตว์ชนิดต่างๆ สันนิษฐานว่าเป็นภาพวาดโดยนักเดินเรือสมัยโบราณที่แวะมาจอดพักหลบมรสุม ซึ่งกรมศิลปากรได้ทำการศึกษาว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี หรือแวะชมเขาหมาจู ภูเขาหินมีลักษณะคล้ายรูปสุนัขกำลังหมอบ ห็นส่วนหัว ลำตัว และหาง ระหว่างทาง

ที่ตั้ง บ้านเกาะปันหยี หมู่ 2 ต.เกาะปันหยี อ.เมือง จ.พังงา หมู่บ้านกลางทะเลในอ่าวพังงา

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

รถยนต์ อุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 4 จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4144 เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงท่าเรือท่าด่านศุลกากร สามารถเช่าเรือจากบริเวณท่าเรือได้

หรือเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกจากตัวเมืองไปท่าเรือท่าด่านศุลกากรทุกวัน

สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 80 หมู่ 1 ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000 โทร. 0 7641 1136, 0 7641 2188 หรือ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760

ขอบคุณภาพและที่มา paiduaykan.com/76_province/south/phangnga/phangngabay.html

๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา

หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากการทำการเกษตรที่ผิดวิธีทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นทะเลทราย ไม่สามารถทำมาหากินได้อีก และในปี พ.ศ. 2520 ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งถวายที่ดินผืนนี้  แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงสร้างพระตำหนัก  พระองค์จึงตรัสถามผู้ที่ให้ที่ดินนั้นว่า

 "...ถ้าหากไม่สร้างพระตำหนัก แต่ว่าสร้างเป็นสถานที่ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรจะเอาไหม เขาก็บอกยินดี ก็เลยเริ่มทำในที่นั้น..."

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนนับเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จของการพัฒนาด้านการปรับปรุงบำรุงดิน มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร, มีการจัดทำสวนกล้วยไม้ สวนพรรณไม้หอม , จัดทำแปลงสาธิตการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ ตามแนวทฤษฎีใหม่, โครงการสวนป่าสมุนไพรซึ่งมีพื้นที่ถึง 15 ไร่ เหมาะอย่างยิ่งที่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป เข้ามาศึกษาหาความรู้และได้พักผ่อนหย่อนใจควบคู่ไปอีกด้วย ที่นี่ไม่เสียค่าบริการใด ๆ ในการเข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้น โดยสามารถติดต่อขอยานพาหนะพาชมสถานที่ต่าง ๆ ได้ ถ้ามาเป็นหมู่คณะครับ

ที่ตั้ง: ตำบลเขาหินซ้อน อ.นมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

เบอร์โทร. 0 3859 9105-6

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก travel.mthai.com/blog/161615.html

๗. ของใช้ส่วนพระองค์ ณ ‘หอรัชมงคล สวนหลวง ร.9’

‘หอรัชมงคล สวนหลวง ร.9’

บนพื้นที่ ๕๐๐ ไร่ ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ ที่นี่มีสวนพฤกษศาสตร์ สวนรมณีย์ สนามราษฎร์สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมกันนี้ยังมีอาคารเทิดพระเกียรติ “หอรัชมงคล” ลักษณะอาคารเป็นรูปเก้าเหลี่ยมด้านเท่า เป็นศิลปกรรมประยุกต์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์  ภายในห้องจัดแสดงหุ่นจำลอง โครงการในพระราชดำริ และของใช้ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทาน อาทิ เรือใบซูเปอร์มด ฉลองพระองค์ที่ทรงใช้ เครื่องดนตรีที่ทรงเป่า รวมถึงห้องทรงงานที่มีแผนที่ อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า และชั้นหนังสืออยู่ด้านหลัง ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตร ใครเดินทางไปแถวๆ นี้สามารถเดินทางไยี่ยมชมกันได้ครับ ค่าบริการเพียง 10 บาท แต่สิ่งที่ทุกคนจะได้เห็นนั้นมีค่าเกินกว่าที่จะพูดถึงได้ครับ

 ที่ตั้ง: หอรัชมงคล สวนหลวง ร.9 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ

เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน เวลา 6.00-18.00 น.

โทรศัพท์: 0 2328 1392

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก thestandard.co/kingrama9-bangkok-honor-museum/

๘. แก่งสะพือ อุบลราชธานี

แก่งสะพือ เป็นแก่งหินที่สวยงามในแม่น้ำมูล คำว่า “สะพือ” เพี้ยนมาจากคำว่า “ซำพืด” หรือ “ซำปึ้ด” ซึ่งเป็นภาษาส่วยแปลว่า งูใหญ่ หรืองูเหลือม เป็นแก่งที่มีหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เมื่อกระแสน้ำไหลผ่านกระทบหิน เกิดเป็นฟองขาวมีเสียงดังตลอดเวลา ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามมาก ทรงประทับพลับพลาริมแก่งสะพือ ซึ่งทางการจัดไว้ถวายแล้วเสด็จพระราชดำเนินลงไปตามก้อนหิน ทอดพระเนตรสายน้ำ แล้วเสด็จยังพระราชทานพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลา ซึ่งนายอำเภอพิบูลมังสาหาร ขอพระราชทานไว้เป็นที่สักการะของประชาชนต่อไป ริมฝั่งแม่น้ำมีศาลาพักร้อน และร้านขายสินค้าพื้นเมือง ในวันหยุดมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก

ที่ตั้ง บ้านสะพือใต้ ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

ช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวชมแก่งสะพือ คือ หน้าแล้ง เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เพราะน้ำจะลดเห็นแก่งหินชัดเจนสวยงาม

แต่ถ้ามาหน้าฝนน้ำจะท่วมแก่งแต่ประชาชนทั่วไปจะนิยมมาพักผ่อน กินข้าว เล่นน้ำ เป็นอีก 1 จุดท่องเที่ยวที่คนท้องถิ่นนิยมมาเที่ยวกัน

ขอขอบคุณภาพและที่มาจาก http://travel.trueid.net/detail/105037

 

รีวิวใกล้เคียง

ปล่อยแก่ที่ Dream World

ความแก่ไปปล่อย แถว ๆ Dream World “จริง ๆ ต้องบอกว่า เอาความสาวไปปล่อย” จะดีกว่า...คริ คริ! เพราะเเรา มันมีแต่ความสาว สวย ใส ไร้ สติ ล้วน ๆ... ก๊ากกก ก...

20 มิ.ย. 2552

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี

เมื่อเดือนธันาคม 2555 เรามีโอกาสได้ไปศึกษาเรียนรู้ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่ที่ 13 ถนนพหล...

21 ส.ค. 2556

ตากะยายพาหลานเที่ย(ตอนที่ 3 จบแล้วจ้า)

ออกจาก 7 สิ่งมหัศจรรย์ เห็นไม้ดัดรูปช้าง ติ๊ดตี่ก็กลัวอีกแล้ว แต่สุดท้ายก็ยอมไปดู...

14 ก.ย. 2552

ทำบุญวันเกิด 13-04-2551 รวมวัดแถวปทุมธานี

คุนชายพาไปตลาด ระแหงร้อยปี แต่วันนี้เป็นวันสงกรานต์มั้งคนน้อย อันนี้ดี...

14 ก.ค. 2552