รีวิวเที่ยวตามถนัด

tummeng

หมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน (สันติชล) จ. แม่ฮ่องสอน 6 ต.ค. 2560

แม่ฮ่องสอนที่รัก…กับที่พักหลักร้อย…แต่ความสุขหลักล้าน

แม่ฮ่องสอน !!!! จังหวัดที่ได้รับการยกย่องว่า ประชากร มีดัชนีความสุข มากที่สุดในประเทศ

แม่ฮ่องสอน !!!! จังหวัดที่ ไป ฤดูใหน ก็สามารถเห็นหมอกได้

แล้ว ทำไม ถึงต้องไป แม่ฮ่องสอนหน้าฝน ละ !!!

คำตอบ สามารถหาได้ในรีวิว ชุดนี้ แม่ฮ่องสอน กรีนซีซั่น เขียวบาดตา ชุ่มฉ่ำบาดใจ กันเลยทีเดียว

ทริปนี้ เรา ไปกัน 3 หนุ่ม 3 สไตล์ กับ รถ Chevrolet Trailblaze 2.5 ตัวนี้ ไม่ใช่ตัว 4×4 นะครับ

โดยเดินทาง ออกจาก กทม ประมาณ 2 ทุ่ม เพื่อ หลบรถติด นั่งสบายๆ ใส่กระเป๋าเสื้อผ้า และกระเป๋ากล้อง รวมๆแล้ว 6 ใบ ใช้เวลา

 8 ชั่วโมง ขับเรื่อยๆ เหนื่อ หิว ก็พัก8 ชั่วโมง ขับเรื่อยๆ เหนื่อ หิว ก็พัก

หากใครขี้เกียจอ่าน ก้สามารถ เข้าไปชม คลิป VDO สั้นๆ ตลอดทริป แม่อ่องสอนที่ ถ่ายด้วย canon 77D ครับ

 

ตัดมา เช้าของอีกวัน ประมาณ 6 โมงกว่าๆ เรามาถึง ที่ สวนสนบ่อแก้ว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็นจุดแรกที่เรา เริ่มแวะ เพื่อที่จะ ล้างหน้า แปรงฟัน เตรียม ลุยแม่ฮ่องสอน กันครับ

จัดเตรียม อุปกรณ์ ถ่ายภาพและ บันทึก วิดีโอ โดย ตัวผมเอง รอบนี้ แบกcanon 6D มาพร้อมเลนส์ 4 ตัว ในการถ่ายภาพ คือ 17-40 , 24-105 , 700-200f4L , และ Sigma 35 art 1.4  และ ยังมี กล้องสำรอง และเอาไว้ใช้ ถ่าย วีดีโอ ตลอดทริปนี้ คือ canon 77D+ 18-135 ครับ ส่วนของเพื่อน ก็มี 5D3 และ D750 ครับ

ขอพูดถึง กล้อง ที่ ทาง canon ให้ยืมมานิดนึงนะครับ สำหรับ canon 77D  มีขนาดเล็กเบาโดยมี นํ้าหนัก 540 กรัม ทำให้ลดภาระในการนำพาเมื่อต้องเดินทาง หรือต้องสะพายกล้องทั้งวันลงไปได้ค่อนข้างมาก  ความกว้างของตัวกล้องลดลงมากเพราะ  EOS 77D เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่รุ่น LP-E17 ที่บางกว่าเดิม การออกแบบกริปจับจึงทำได้บาง แต่ยังคงจับถือได้ถนัดมือ เพราะสันกริปลึกและด้านในตัดชัน หุ้มด้วยยางลายหยาบที่เกาะนิ้วดีมาก การจับถือจึงทำได้ดี น่าพอใจ

การจัดปุ่มวางปรับต่างๆ ทำได้ดีมาก ควบคุมกล้องได้สะดวก คล่องตัว  กล้องรุ่นนี้ไม่มีปุ่ม function   ทุกปุ่มออกแบบให้ทำหน้าที่ตายตัว แสดงสัญลักษณ์กำกับไว้ชัดเจน การใช้งานจึงไม่สับสน และปรับหมุนสะดวก การปรับรูรับแสงทำได้สะดวก และไม่เผลอไปคลิ๊กโดนฟังก์ชั่นต่างๆ ที่วางไว้บนแป้นสี่ทิศทางได้ง่ายๆ  ปุ่มเลือกพื้นที่โฟกัส ปุ่มปรับ ISO ก็ใช้งานได้คล่องตัวดีมาก และสำหรับผู้ที่แชร์ภาพบ่อยๆ ปุ่ม Wi-Fi ที่แยกออกมาต่างหากก็ใช้งานได้สะดวก  จอ LCD ให้ภาพคมชัดใช้งานสะดวกคล่องตัว การพับจอออกด้านข้างแล้วปรับหมุนได้ 270 องศา ทำให้ถ่ายภาพมุมสูง มุมตํ่า ได้สะดวก  และใช้ถ่ายเซลฟี่ได้คล่องตัว  ระบบทัชสกรีนของ EOS 77D เยี่ยมยอดมากครับ ตอบสนองดีมากๆ และสามารถทัชสกรีนได้เต็มรูปแบบ เมื่อใช้ร่วมกับจอ LCD ที่ปรับมุมได้ ทำให้การบันทึกภาพทำได้สะดวกคล่องตัวอย่างยิ่ง

ในส่วนของคุณภาพไฟล์นั้นต้องบอกว่าน่าพอใจมากครับ แม้ความละเอียดจะเป็น 24.2 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม แต่คุณภาพไฟล์ดีขึ้นอย่างสังเกตได้  ในส่วนของความคมชัดนั้น EOS 77D ทำได้ในระดับดีมาก

ที่สวนสนบ่อแก้ว นี่ ข้างในจะเป็นที่ทำงาน ของเจ้าหน้าที่นะครับ  แต่มีห้องน้ำให้บริการ  หรือ ขับเลยไปหน่อย 150 เมตร ไปใช้ บริการ ที่ ป้อมตำรวจ ได้เช่นกันครับ

เอาเมื่อ เสร็จธุระ ส่วนตัวกันแล้ว ก็เริ่ม เดินทาง เข้าสู่แม่อ่องสอน กันครับ โดยทริปของเรา จะเดินทางดังนี้ ครับ

แม่สะเรียง – แม่ลาน้อย – บ้านเมืองปอน ขุนยวม – ปางอุ่ง บ้านรักไทย – ปาย และ กลับ กทม โดยเข้าไป ค้าง ที่ เชียงใหม่ อีก 1 คืน ครับ  เป้นทริป ที่ค่อนข้างยาว หลายวัน แต่ เป็นทริป สโลว์ไลฟ์นะครับ  เราจะเที่ยวไม่เยอะไม่ไปหลายๆที่ เราต้องการซึมซับ บรรยากาศอย่างช้าๆ ครับ

อำเภอ แรกที่เราไป คือ แม่สะเรียง ครับ 

 แม่สะเรียง มีชื่อเรียกในประวัติศาสตร์ว่า เมืองยวมใต้ หรือเมืองยวม เคยเป็นที่ตั้งชุมชนมาไม่น้อยกว่า 520 ปี เมืองยวมเคยเป็นถิ่นฐานอาศัยของชนเผ่าดั้งเดิม คือ ละว้า และกะเหรี่ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 ทางราชการได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เรียกชื่อว่า “ อำเภอเมืองยวม “ โดยอาศัยชื่อของลำน้ำแม่ยวมที่ไหลผ่านอำเภอ นายอำเภอคนแรกชื่อ ขุนชำนาญธนานุรักษ์ (นายสวัสดิ์ ชลัย) ต่อมาทางการได้พิจารณาเห็นว่าชื่อ อำเภอเมืองยวมนั้น ไปพ้องกับอำเภอขุนยวม ซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอแม่สะเรียง” ตามชื่อของแม่น้ำแม่สะเรียงที่ไหลผ่านอำเภออีกสายหนึ่งมาจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นหนึ่งใน 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดเป็นอำเภอที่มีความสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัด (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) มากถึงประมาณ 164 กิโลเมตร โดยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขาสลับซับซ้อน ประกอบกับเป็นอำเภอที่ติดกับชายแดนไทยพม่า และเป็นเมืองผ่านไปยังอำเภออื่นๆของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตัวผมเอง เคย มา แม่สะเรียง เมื่อ 30 ปี ที่แล้ว เป็นการมาส่ง ญาติ ย้าย ทำงานที่นี่ การมาครั้งนี้ ทำให้ผม ลืมภาพ แม่สะเรียงในอดีตไปหมดสิ้น เพราะ ตอนนี้ แม่สะเรียง เป็น อำเภอ ที่น่ารัก น่าเที่ยว ที่สุด ใน จำนวน หลายๆอำเภอ ที่ผมเคยไปมา ครับ

ก่อนอื่น เราต้องหาที่พักกันก่อนครับ เพราะ ทริปนี้ เรามากันแบบไม่เร่งรีบ วางแผนหลวมๆ ที่พัก เราจึงไม่ได้ จองไว้  พอเรามาเที่ยวแม่สะเรียง ครึ่งวัน เราก็ตัดสินใจ ว่าจะนอนที่แม่สะเรียง สักคืน  ดังนั้น เราจึงต้องทำการสำรวจที่พักครับ  โดยเรา สำรวจที่พักกับ แอฟ Traveloka  เป็นแอพ ที่ผมใช้ประจำ เวลาเดินทาง แบบเร่งรีบ และไม่ได้ วางแผนยาวนาน เพราะ แอพสามารถ หาที่พัก บริเวณใกล้เคียงให้เราได้ พร้อมบอกราคาที่เราต้องจ่าย ตามหน้าจอที่ขึ้นมาเลยครับ หรือสามารถเข้าจองได้ที่ เว็ป https://www.traveloka.com/th-th/hotel/

ส่วนที่พักที่แม่สะเรียง มีทั้ง โรงแรมขนาดกลาง ขนาดเล็ก และ โรงแรม บูติค มากมาย ให้เลือก ส่วนใหญ่ โรงแรมบูติค จะตั้งอยู่ถนนริมน้ำ เจ้าของดูแลเอง ซึ่งก็เป็นลูกหลานคนรุ่นใหม่ของคนแม่สะเรียงนี่เอง อยากพัก โรงแรมใหน ก็ลอง กด แอพ Traveloka Traveloka หรือ เข้าเว็ป https://www.traveloka.com/th-th/hotel ถูกใจ โรงแรมใหน ก็จิ้มเลือกได้เลย ราคาที่จ่ายก้คือราคาที่เห้นตรงหน้าจอนั้นแหละ สบายใจได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก สำหรับพวกผม เลือกพักที่ โรงแรง Above The Sea mae sariang. เป็นโรงแรมเล็กๆ น่ารัก มี 9 ห้อง และ มีสระว่ายน้ำเล็กๆ เจ้าของน่ารัก ชื่อพี่ซี เป็นสิงห์นักบิด นอกจากจะแนะนำที่เที่ยวให้แล้ว ยังอาสาพาไปยังจุดชมทุ่งนา สวยๆ ของแม่สะเรียงอีกด้วย

พี่ซีแนะนำให้เรา ไปไหว้ พระธาตุ 4 จอม ก่อน แล้ว ระหว่างทาง จะมี วิวสวยๆ เป็นทุ่งนา และ ภูเขา ให้เราชม ตลอดทาง แล้ว ตอนเย็น กลับ เข้ามาโรงแรม พี่ซี จะพาไปยังจุด ชมพระอาทิตย์ตก อีกที

จุดแรก พระธาตุ จอมมอญ ซึ่งผมมองว่า จุดชุดชม วิวที่สวยที่สุด ใน 4 จอม แล้วครับ

การมาอยู่จุดนี้ มองลงไป ทำให้เห็นว่า แม่สะเรียงนั้น เป็นเมืองที่อยู่ใน หุบเขาจริงๆครับ โดนล้อมไว้ด้วยภูเขาทุกด้านเลยครับ

มองไปทางใหนก็มีแต่ นาเขียวๆ กับภูเขาสีน้ำเงิน สุดหูสุดตา

ไปต่อกันด้วย พระธาตุจอมกิตติ แม่สะเรียง เพราะ จอมกิตติ ที่ เชียงแสน เชียงรายก็มีเหมือนกันนะครับ ตรงทางเดินขึ้นไป จะมี มอส ตะใคร่น้ำ เกาะเต็มพื้นเลยครับ เดินระวังๆกันหน่อยครับ

ส่วนวิวที่เห็น จะเห็นด้านตัวเมือง อีกด้าน ครับ ซึ่งจะมีแม่น้ำไหลผ่าน ด้านนี้

จุดที่ 3 พระธาตุ จอมทอง 

จุดนี้ จะต้องขับรถไปอีกทิศนึง ตรงข้ามกับ สองจุดแรกเลยครับ จริงๆจุดนี้ น่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ ที่สวยๆ ของแม่สะเรียงได้เลยครับ พระธาตุจอมทอง นอกจากมีพระธาตุแล้ว ยังมี พระพุทธรูปองค์สีทอง องค์ใหญ่ นั่งหันไปทาง ทิศตะวันตก เฝ้ามองเมืองแม่สะเรียงอีกด้วย

ระหว่างทาง จาก พระธาตุจอมทอง ไปยัง จุดสุดท้าย เราเห็น ทุ่งนา ที่ อยู่ริมบ้านเรือนแถวนั้น แสงกำลังสวย เลยแวะลงเก็บภาพกันสักหน่อย

และจุดสุดท้าย พระธาตุจอมแจ้ง อันนี้ จะอยู่แถวๆในเมืองเมืองเลยครับ อยู่ใกล้ๆแยก ที่มาจาก ฮอด เชียงใหม่ และ จะไปแม่ลาน้อย เป็นอันว่าเรา ใช้เวลา เกือบ ครึ่งวัน ในการเดินทาง สัการะ พระธาตุ 4 จอม ของแม่สะเรียง ครับ

เรากลับเข้าที่พัก เพื่อไปชวนพี่ซี เจ้าของที่พักเรา เพื่อพาไปยังจุด สวยๆ ในการถ่ายภาพครับ ซึ่ง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปเล็กน้อย ถ้าให้บอกทางผมก็คงบอกไม่ถูกนะครับ แต่ ต้องบอกเลยว่า เป็น ถนนเล็กๆ ตัดผ่านกลางทุ่งนา โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา และ พระอาทิตย์ สวยงามจริงๆครับ เราใช้เวลา เก็บทั้งภาพ และ วิดีโอ จน หมดแสงกันเลยทีเดียว

นี่ครับพี่ซี สุดหล่อ ใจดี ประจำแม่สะเรีบง ของเรา ครับ

ถ่ายกันจน มืด ก็กลับเข้าที่พัก และ ทานข้าว ที่ โรงแรมนั่นแหละ ไม่ต้องออกไปทานใหน แถมยังสามารถนั่งชม ฟุตบอลได้อีกด้วย ครับ เพราะ หน้า โรงแรม พี่ซี เปิดเป็น บาร์เล็กๆ เอาไว้ ดื่มกิน สังสรรค์ ครับ

[ แ ม่ ส ะ เ รี ย ง ]
อำเภอเล็กๆ ทางตอนใต้ ของแม่ฮ่องสอน ที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมไทใหญ่ และ ปะกากะญอ ตั้งอยู่ในหุบเขา เป็นพื้นที่ราบเล็กๆ อยู่ติดกับ ประเทศพม่า โดยมีแม่น้ำสาละวิน ขวางกั้นไว้ ที่นี่ ถือว่าเป็นเมือง โครต สโลไลฟ์ ของจริง แม่ฮ่องสอน ในขณะนี้ครับ ตามที่ผมได้เจอมา เมืองเล็กๆนี้ มีอาคารบ้านเรือนแบบ สองชั้น กึ่งปูนกึ่งไม้ ยังไม่ค่อยมีอาคารสูงมากมายให้รกสายตา มีวัดไทย วัดไทใหญ่ ตั้งอยู่เรียงราย
มีแม่น้ำใหญ่ไหลผ่านกลางเมือง และ มี ทุ่งนาเขียวขจีรายล้อมเมือง แม่สะเรียงไว้ จากแม่สะเรียง สามารถเดินทางไปยัง เชียงใหม่ ตาก และ เข้าเมืองแม่ฮ่องสอนได้

—————————————————————–

การมาเที่ยว แม่สะเรียง ครั้งนี้ ทำให้ผม นึกถึง ปาย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมืองเล็กๆ มีโรงแรม เล็กๆ บารืเหล้าเล็กๆ มีฝรั่งเดินเที่ยวแบบประปราย ทัวร์จีนยังไม่มี ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย อาศัย เช่ามอเตอร์ไซค์ขับเที่ยว ร่อนไปทั่วเมือง
การมาเที่ยวที่นี่ แทบไม่ต้องทำอะไร แค่มานอนเล่น อ่านหนังสือ เดินไปหาอาหารท้องถิ่นกิน หรือ หยิบหนังสือ แล้ว ขับมอเตอร์ไซคืออกไปนอกเมือง นอนชมท้องฟ้า ทุ่งนา และ ฟังเสียงหายใจ ของตัวเอง แค่นี้ก็คือ สิ่งที่หลายๆคนเรียกว่าความสุขใช่หรือไม่ ?

เช้าอีกวัน เนื่องจาก เพลีย จากการขับรถ เราตื่นไม่ทัน ตลาดเช้าครับ แต่เรา ยังไปทัน งาน ตานก๋วยสลาก ของวัดใกล้ๆ ที่พักครับ ซึ่งเป็นประเพณี แบบชาวเหนือครับ

ประเพณีตานก๋วยสลากหรือสลากภัตนี้เป็นประเพณีที่ชาวล้านนาแสดงความระลึกถึงบรรพบุรุษญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ก๋วยสลาก

ก๋วยสลาก สานจากไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอก (ชะลอม) ข้างในกรุด้านข้างด้วยใบตอง สำหรับบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง ผลหมากรากไม้ ของใช้จำเป็น ดอกไม้ธูปเทียน โดยชาวบ้านจะนำก๋วยสลากของแต่ละคนไปรวมกันที่วัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา

จากนั้นก็จะมีการสุ่มแจกสลากให้กับพระแต่ละรูปโดยที่ไม่มีใครทราบว่าในตานก๋วยสลากนั้นมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง  พระรูปใดจับได้ตานก๋วยสลากของใครก็จะเรียกชื่อเจ้าของตานก๋วยสลากนั้นออกมารับศีลรับพร และกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้กับผู้ล่วงลับไปแล้ว  ส่วนสิ่งของในตานก๋วยสลาก หากมีเหลือเฟือมากพระภิกษุก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้อีกต่อหนึ่ง

คำว่า ตานก๋วยสลาก เป็นภาษาของชาวล้านนา หากเป็นภาษาภาคกลางจะตรงกับคำว่า สลากภัต ประเพณีตานก๋วยสลากทางภาคเหนือนิยมจัดกันในช่วงเดือน ๑๒ เหนือถึงเดือนยี่เหนือ หรือตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี

เราออกเดินทาง จาก แม่สะเรียง สายๆ เพื่อไปยังจุดหมายต่อไป คือ อำเภอ แม่ลาน้อย ซึ่งอยู่ห่างไป ประมาณ 30 กิโลเมตร ครับ

อำเภอแม่ลาน้อย เป็นอำเภอที่โอบล้อมด้วยภูเขา เป็นอำเภอที่แยกออกมาจากอำเภอขุนยวม และอำเภอแม่สะเรียง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่, ปกากะญอ, ละว้า และม้ง ถือว่าเป็นอำเภอที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อมาก แต่ไม่มีความขัดแย้งในเรื่องเหล่านี้ ร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่กว่าร้อยละ 80 อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย และป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งขวา

เราเข้าพัก ที่พักสุด ฮิต ในโซเชียล นั่นคือ เฮินไต รีสอร์ท เป็นที่พัก ที่ราคา หลักร้อยปลายๆ ถึง พันต้นๆ ครับ แต่ แน่นอน เป้นที่พักที่มี วิว สวยงามแห่งหนึ่ง จนเกิดเป็นกระแส ยอดฮิต ยอดจองที่พักช่วงหน้าหนาว ถล่มทลายครับ ใครอยากจองที่พัก ติดต่อที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/HerntairesortMaelanoi

ลานตรงนี้ เหมาะสำหรับ นั่งสังสรรค์ นั่งชมวิว หรือ จะนั่งโง่ๆ ปล่อย สมองโล่งๆ แบบไม่คิดอะไร มองความเขียวขจี ของทุ่งนา ในหน้าฝน หรือ สีเหลืองทองอร่ามในหน้าหนาว ก็แล้วแต่

ส่วนห้องพักก็จะเป็น วิว ทุ่งนา เป็นส่วนใหญ่ครับ

จุดนี้ เราเดินมา กดกัน หลายสิบภาพ แบบไม่มีเบื่อ วิวนี้เป็นวิว พระอาทิตย์ขึ้นนะครับ แต่ วันที่เรามา ฝนตก5555 ค่อยกลับไปแก้มืออีกที แล้วกัน

เราสอบถาม ที่เที่ยว ในแม่ลาน้อย จาก น้องเนส เจ้าของ เฮินไต รีสอรืท ได้ความว่า ถ้ำแก้วโกมล นั้นปิดไม่ให้เข้าชมในฤดุนี้ จะเปิดอีกที เดือน พย เลยครับ  น้องเนสแน่นำให้ ขับรถขึ้นไปเที่ยว โครงการหลวงแม่ลาน้อย กับ จุดชมวิวม่อนหมากหนุน และ โฮมสเตยืบ้านห้วยห้อม ก็จัดไป ตามที่ น้องเนส แนะนำครับ

ระหว่างทางขึ้น เราก็จอดแวะ ถ่ายภาพ ไปเรื่อยๆ ตรงใหนสวย ก็จอดหมด ไม่เร่งรีบ

จุดชมวิว ม่อนหมากหนุน เป็นจุดชมวิว ที่ จะมองเห็น ไร่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ของชาวบ้าน ที่ปลูกกัน เต็มภูเขาแถวนี้

สภาพเส้นทาง ที่ขึ้นมา ก็ไม่ชันมาก สามารถเอา มอเตอร์ไซค์ หรือ รถเก๋ง ขนาดเล็ก ขึ้นมาได้สบายๆ แต่ อาจมี ทางเสียอยู่บ้าง เกิดจาก ดินภูเขาสไลค์ลงมา หรือ น้ำกัดเซาะ

เนื่องจาก ฝนจะตก และ พอดี มี น้องนักท่องเที่ยว โบกรถเรา เพื่อขอติดรถไปยัง โฮมสเตย์ บ้านห้วยห้อม เพราะ ปกติ จะไม่มีรถสองแถว หรือ รถประจำทางวิ่งขึ้นไป ต้องโทรนัด ให้คนลงมารับ แต่ พอดี รถไม่ว่าง น้องๆ จึง ขอติดรถเราไปยัง บ้านห้วยห้อม ครับ

จริงๆ ที่บ้านห้วยห้อม นี่ มีอะไร ให้ทำเยอะเลยนะครับ มีการเลี้ยงแกะ การปลูกกาแฟ ชิมกาแฟ แต่ ฝนตก พวกเราเลยได้แต่ นั่ง ดื่มกาแฟ ชมสายฝน ตลอดช่วงเย็นวันนั้น แล้ว ก้กลับลงไปทานข้าว ที่ เฮินไต รีสอร์ท

เช้าวันที่ สาม เรา ตื่นออกมาสายๆ เพราะ ฝนตก ตลอดคืน ฟ้าปิดทั้งวัน เรา ขับรถขึ้นไปยัง โครงการหลวงแม่ลาน้อยอีกครั้ง เพราะ เมื่อวานเราพลาดไป เช่นเดิมครับ ระหว่างทาง เราจะผ่าน นาขั้นบันได บ้านดง ซึ่งอยู่ก่อนถึง โครงการหลวงเล็กน้อย

ที่โครงการหลวงแม่ลาน้อย จะเน้นปลูกผัก เพื่อส่งขาย เป้นพวกผัก สลัด เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค บรรจุกันเป้น โรงงาน ขนาดเล็ก โดยมีชาวบ้าน มาช่วยกันทำ

ระหว่างทางกลับ เราลง ทางเดิม เพื่อไป เก็บกระเป๋าที่ รีสอร์ท ก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป ของวันนี้

จุดหมาย ของวันนี้ คือ การที่เรา จะแวะไปทานข้าวมื้อเที่ยง ที่ ที่ ชุมชนบ้านเมืองปอน อำเภอขุนยวม ห่างจากแม่ลาน้อยไป 60 กม.

บ้านเมืองปอน เป็น ชุมชนไทใหญ่ เกือบทั้งหมู่บ้าน และได้ จัดตั้งทำ โฮมสเตย์ เอาไว้ รองรับนักท่องเที่ยว

ระหว่างทาง จาก แม่ลาน้อย มายัง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จะต้องผ่าน อำเภอขุนยวม อำเภอที่มีชื่อเสียง เรื่องดอกบัวตองบาน ในช่วงต้นฤดูหนาว แต่ในอำเภอขุนยวมนี้ มีหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่ง ที่รวมตัวกันจัดตั้ง โฮมสเตย์ ขึ้น เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาทางนี้

โฮมสเตย์บ้านเมืองปอน เป็นหมู่บ้านชุมชนไทใหญ่ มีวิถีชีวิต ที่เรียบง่าย สืบทอดกันมาหลายรุ่น ปัจจุบัน เริ่มมีนักท่องเที่ยว ทั้งไทย และ ต่างประเทศ สนใจ เข้าไปเยี่ยมชม และเข้าพัก เพื่อศึกษา และ เรียนรู้วิถีชีวิต ของชาวไทใหญ่ของที่นี่ ในราคาที่ถูกแสนถูก 350 บาท ต่อคน ซึ่งรวม อาหารเย็น และอาหารเช้า การเดินชมกิจกรรม หลักๆ ของหมู้บ้าน เช่น การสานกุ๊บ (หมวกสานไม้ไผ่) การทำจองพารา การเย็บปักเสื้อไทยใหญ่ หรือใครมาฤดุดำนา ก็สามารถลงไปดำนาได้อีกด้วย สำหรับ เวลา 2วัน1 คืน ที่บ้านเมืองปอนแห่งนี้

หรือแม้หากมีเวลาน้อย ไม่สามารถอยู่ถึง 2 วันได้ ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง ก็คือ แวะ ทานอาหารเที่ยง ที่บ้านเมืองปอนแห่งนี้ ในราคา 80-100 ต่อคน ท่านจะได้ชิม อาหารไทใหญ่ ฝีมือแม่ครัว ชาวบ้านแท้ๆ ผักสด ที่เก็บมาจากสวน อาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ รสชาติ เหมือน กินกับข้าวฝีมือแม่ทำให้ เวลาเรากลับบ้าน ถึงแม้อาหารไทใหญ่ ออกจะมันๆ หรือ มีน้ำมันมากหน่อย แต่ก็สามารถสั่งอาหารบางอย่างมาทดแทนได้ อย่างเมนู วันนั้นที่ผมกินก็มี แกงผักกาดจ้อนใส่หมูสามชั้น ไข่อุ๊ก (คล้ายๆไข่ลูกเขย) แคปหมู น้ำพริกคั่ว และ สั่งไข่เจียวหมูสับมาเพิ่มอีกจาน กินกัน สามคน อิ่มพุงกางกันเลย

เชื่อเถอะ ไม่ว่าจะเดินทาง จาก อำเมืองไปแม่ลาน้อย หรือ จากแม่ลาน้อยไปอำเภอเมือง ช่วงเที่ยงๆ แวะ ชิมอาหาร ที่นี่ดุสักครั้ง เป็นการเพิ่มประสบการณ์ชีวิต ให้กับตัวเองดูบ้าง

หลังจากทานมื้อเที่ยง เสร็จ เรา ขับรถตรงไปยัง สะพานซูตองเป้ 

ก่อนทางขึ้นไปยัง ปางอุ๋ง หรือ บ้านรักไทย จะมี จุดถ่ายรูปสวยๆ อีกจุดหนึ่งที่ทุกคนไม่ควรพลาด หากมาเที่ยว แม่ฮ่องสอน

นั่นคือ สะพานไม้ซูตองเป้ หากมาหน้าฝน ก็จะได้ สะพานไม้กับทุ่งนา สีเขียว หรือ สีเหลืองแล้วแต่ว่ามาเดือนใหน หากมาช่วงหน้าหนาว ก็จะได้ สะพานไม้กับไร่กระเทียม

หากมีโอกาส ลอง ตื่นเช้าๆ แล้ว แวะมาที่ สะพานซุตองเป้ เพื่อมาใส่บาต ยามเช้า ที่พระภิกษุ จะเดินมาให้ใส่บาตรบนสะพาน โดยเฉพาะหน้าหนาว จะมีไอหมอกลอยฟุ้ง ทั่วสะพานเลยทีเดียว

ออกจาก ซูตองเป้ เรา ขับ เชฟโรเล็ต เทรลเบเซอร์ พาหนะคู่ใจ ของเรา ขึ้นเขาไปยัง ปางอุ๋ง หนึ่งจุดหมายยอดฮิต ของนักท่องเที่ยว ที่มา แม่ฮ่องสอน เราขับเข้ามา ช่วงเย็นๆแล้ว วันธรรมดาหน้าฝนแบบนี้ แทบไม่มีนักท่องเที่ยว เลย สามารถเดินถ่ายภาพได้ สบายใจ ไม่มีใครกวนใจ

ถึงแม้จะเป็นช่วงเย็น แต่ บรรยากาศ ต้นสน กับ อ่างเก็บน้ำ ก็ยังคงสวยงาม คลาสสิค เสมอ ตอนเเรกเราจะนอนกันที่นี่ แต่เนื่องจาก แทบไม่มีนักท่องเที่ยว ทำให้ จะลำบากในการ นอน และ กิน เราเลยไม่ได้นอนที่นี่ และ จะมาอีกที ตอนเช้ามืด

เราตัดสินใจ ไปพักยัง ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท 

ถ้าถามว่า มีรีสอร์ท ในบนเขา ที่คุณอยากไปพัก 1 ในคำตอบของใครหลายๆ คน หรือ ลีไวน์รักไทย ที่บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน แน่นอน เพราะเป็น รีสอร์ท ที่ ตั้งอยู่บนเขา ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต คือ ปางอุ๋ง ตั้งอยู่บนเขาสูง ทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี ห้องพัก ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แถมยัง ตั้งอยู่กลางไร่ชา ด้วยรูปทรงบ้านพักเป็นแบบเก๋งจีน เข้ากับบรรยากาศเป็นที่สุด

ตื่นเช้าๆ มารับอากาศบริสุทธ์ ถ้าโชคดี ก็จะมีหมอกลอยมาปะทะ ใบหน้า ถึงหน้าระเบียงบ้าน พร้อมกับ ทานอาหาร จีนยูนาน ฝีมือ แม่ครัว ชาวจีน ที่ อพยบมาอยู่บนนี้ ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ซึ่งมื้อเย็น วันนี้ เราก็ฝากท้องไว้ที่นี่ แต่ราคาอาหาร อาจไม่ถูกเท่าไหร่นักนะครับ แต่ก็ต้องเข้าใจ ว่า วัตถุดิบทุกอย่าง กว่าจะมาถึง ค่อนข้างยากลำบากกว่าที่อื่น 

ห้องพัก ที่นี่ เป้นบ้านเป้นหลังๆ ไล่เรียง กัน อยู่ในไร่ชา ไม่มีแอร์ ครับ

เราโชคไม่ดีนัก ฝนตกตลอดคืน ไกล้สว่าง ทำให้เรา ไม่สามารถไป ปางอุ๋งได้ เลย ได้แน่นอน แล้ว ตื่นมาจิบชา หน้าระเบียงห้อง ชมวิว ทะเลสาปบนเขา ของบ้านรักไทย พร้อมกับ ฟ้าใสๆ ไร้หมอก ตามที่ต้องการ T_T

ลีไวน์รักไทย เหมาะ สำหรับ การพักผ่อน จริงๆ ครับ ไม่ต้องรีบร้อน จะไปไหน ใช้เวลา กับมันให้มากที่สุด เพราะ อากาศ บนดี เย็นสบายตลอดปี เลย

เราลง จาก บ้านรักไทย เรา ขับรถไปยัง ปายครับ โดยผ่านจุดชมวิว กิ่วลม เลยแวะเก็บภาพไว้ หน่อย

ออกจาก จุดชมวิวกิ่วลม เรา แวะไปยัง บ่อน้ำร้อนไทรงาม ซึ่งอยู่ก่อนถึง ปาย ประมาณ 14 กม. เป้นจุดท่องเที่ยว ที่ใหม่ ที่กำลังเป็นที่นิยม ในตอนนี้ เพราะ ความใสของน้ำอุ่นๆของที่นี่ ทั้งไทย และ ต่างชาติพากัน มาแช่อย่างพร้อมเพียง  โดยเสีย ค่าเข้า จุดแรก เข้า อุทยาน 20 บาท แล้ว มาเสีย ค่าเข้า บ่อน้ำร้อนอีก 20 บาท ครับ

หลังจากนั้น เรา มุ่งเข้าที่พัก ที่ปาย ครับ คือ บ้านกะทิสด เป็น รีสอร์ท เล็กๆ มีห้องพักไม่กี่ห้อง แต่บรรยากาศ เป้นแบบกันเอง เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน

ที่ปาย เราแทบไม่มีกิจกรรมอะไรทำครับ เพราะ เราแค่แวะมาพัก เพื่อให้หายเหนื่อยจากการ เที่ยว ตลอด 4 วันที่ผ่านมา  เราแค่ออกไปหหาอะไรทาน แล้วเดินถนนคนเดินสักแปบ ก้กลับมาเข้านอน แล้วตื่นเช้า เพื่อเดินทางไปยังเชียงใหม่ ต่อไป

ก่อนจบรีวิว  ผมได้นำเอา ภาพ ที่ผมได้ถ่ายจากกล้อง canon 77D มารวมไว้ตอนท้าย รีวิวนี้ครับ เพื่อหลายๆคนจะได้ แยกออกว่า อันใหนถ่ายจากกล้องใหน และ ภาพบางส่วนผมถ่าย จาก เชียงราย บ้านเกิดผมด้วยนะครับ

Canon 77D ตัวใหม่นี้ ความสดของสีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง  ภาพมีสีสดใสขึ้นเล็กน้อย สีสันอิ่มตัวขึ้นเล็กน้อย คอนทราสต์สูงขึ้นเล็กน้อย (ไฟล์ JPEG Picture Style แบบ Auto  ทำให้ความใสของภาพดีขึ้น)  การให้สีผิวดีไม่ติดเหลืองและการไล่เฉดสีก็ดีมาก  ทำให้ไฟล์ JPEG พร้อมต่อการแชร์ได้โดยไม่ต้องปรับเพิ่มเติม (นอกจากต้องการสีที่สดเกินจริง)

Canon เปิดตัว EOS 77D ตัวนี้สเปคเหลื่อม ๆ กับ 80D แต่วางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า

… ดูน่าใช้มากสำหรับ New Entry ที่จริงจังขึ้นมาหน่อย

Body จะไม่ปึ๊กเท่า 80D แต่สเปคที่ดีครบเครื่อง

หากคุณชอบกล้องที่มีขนาดเล็กและเบา แต่ยังจับถือได้ถนัด เต็มไม้เต็มมือ  EOS 77D คือกล้องตัวนั้น และหากคุณชอบกล้องที่ใช้ง่าย ใช้สนุก  EOS 77D ก็คือกล้องตัวนั้นเป็นกล้องที่ให้คุณภาพดี  จัดอยู่ในระดับแนะนำครับสำหรับการใช้งานทั่วไป ใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว และเป็นกล้องสำรองของมืออาชีพที่ใช้กับงานภาพนิ่งและวิดีโอได้ดีมาก  และเหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นกับกล้อง DSLR เป็นตัวแรกอีกด้วย

สุดท้าย ดูรีวิว ชุดนี้แล้ว มาเก็บกระเป๋า แล้วไปเที่ยวแม่อ่องสอนกันเถอะ เพราะ แม่อ่องสอน เที่ยวได้ ตลอดปี ครับ

หากต้องการข้อมุลเพิ่มเติมในการเที่ยวแม่อ่องสอน ติดต่อสอบถามได้ที่ ททท แม่ฮ่องสอน ตามนี้เลยครับ https://www.facebook.com/TAT-Maehongson-177762765676043/

 

และสามารถติดตามเรื่องราว ข่าวสาร ในการเดินทางของ เพจ แบกเป้เท่ทั่วโลก ได้ที่

https://www.facebook.com/TummengTravel

 

 

 

รีวิวใกล้เคียง

อากาศหนาวเมืองเหนือ 2 (ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน)

ผมชอบปางอุ๋งมาก อากาศดี อุณหภูมิวันที่ผมไปกางเต็นส์นอนก็ประมาณ เกือบสิบองศา (หนาวม๊ากๆ)...

30 ก.ย. 2552

unseen 1 natural style

ความสวยงามของถ้ำแก้วโกมล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ถ้ำน้ำแข็ง ลักษณะถ้ำมีผนังแวววาว ถูกเคลือบฉาบ ด้วยผลึกแร่แคลไซด์สีขาวใสรูปทรงต่างๆ มองดูเหมือนเกล็ด...

28 มี.ค. 2552

CR วันฝนพรำ ปาย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน 26-29 Sep 14

ทริปนี้ไปกัน 4 วัน 3 คืน 3 จังหวัด ผู้หญิง 2 คน เป็นการเที่ยวช่วง green season & Low season ท่ามกลางฝนพรำๆ แบบไม่หวั่นสายฝนโปรยปรายกันเลย...

10 ต.ค. 2557

ปางอุ๋ง...ดินแดนแห่งเทพนิยาย

บ้านรวมไทย (ปางอุ๋ง) ที่หลายคนบอกว่าสวยนักสวยหนา ระยะทางจากตัวเมืองจังหวัดไปปางอุ๋งก็ประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ความสวยงามของปา...

23 ก.ย. 2552