รีวิวเที่ยวตามถนัด

Mr.1081009

วนอุทยานภูบ่อบิด จ. เลย 2 พ.ค. 2560

วนอุทยานภูบ่อบิด

เราตื่นก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ไม่ยอมหมดหวังเรื่องที่จะได้ขึ้นภูทอกไปทักทายดวงอาทิตย์ แต่สภาพอากาศไม่ต่างจากเมื่อวาน ทำให้ผมเปลี่ยนใจกลับไปนอนพักเผื่อไว้สำหรับขับรถเดินทางกลับในวันนี้

สายฝนยังคงพรำลงมาหลังจากที่ผมนอนจนอิ่มและลุกจากเตียงตอน 7 โมงเช้า ผมถามคุณป้าเจ้าของโฮมสเตย์เรื่องการตักบาตรข้าวเหนียวซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวเชียงคาน โดยเป็นการตักบาตรด้วยการหยิบข้าวเหนียวจากกระติ๊บแทนการตักข้าวสวยด้วยทัพพี คุณป้าบอกว่าพระท่านออกบิณฑบาตรตั้งแต่ 6 โมงเช้าแล้ว...

เราแวะกินข้าวเปียกเส้น ข้าวจี่ และไข่กระทะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นส่งท้าย ก่อนจะต้องบอกลาเชียงคานเมืองริมแม่น้ำโขงที่แสนสงบ แต่ปลายทางยังไม่ใช่กรุงเทพฯ เพราะที่หมายถัดไปของเราคือภูเขาที่อยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดเลย

ประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงวนอุทยานภูบ่อบิด ยอดเขาใกล้เมืองเลยความสูงประมาณ 500 เมตร ที่จะทำให้เราได้เห็นทิวทัศน์ของเมืองเลยแบบเต็มตา แต่ต้องแลกด้วยการเดินขึ้นเขาเพิ่มความสูงประมาณ 220 เมตร ด้วยระยะทาง 670 เมตร หรือเทียบเท่ากับการเดินขึ้นบันไดตึกประมาณ 70 ชั้น

แน่นอนว่าการเดินขึ้นเขานั้นย่อมเหนื่อย แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่มาพร้อมกับความสุข เพราะการขึ้นไปถึงยอดเขานั้นก็เหมือนกับการได้เอาชนะความเหนื่อย เอาชนะร่างกาย และจิตใจของตัวเอง การปีนเขานอกจากจะทำให้เราได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว ยังเหมือนการทำสมาธิสำหรับผม เพราะความเหนื่อยทำให้เราต้องมีสติอยู่กับทุกก้าวที่เดิน และได้สังเกตทุกลมหายใจเข้าออกของเราเอง

ทางเดินขึ้นภูบ่อบิดเป็นบันไดสลับกับพื้นดินและพื้นปูนเดินไม่ยาก แต่แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบมาจะทำให้สนุกกับการเดินมากขึ้น ระหว่างทางได้เจอกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ หลายคนอยู่ในสภาพเหนื่อยหอบ แต่ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะขึ้นไปถึงยอดให้ได้

ผมใช้เวลาเดินถึงยอดเขาประมาณ 15 นาที พร้อมกับเหงื่อที่ชโลมทั่วตัว เหนื่อยแต่ก็ยังยิ้มได้ เพราะทิวทัศน์จากมุมสูงนั้นสวยเหลือเกิน

เมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วก็ต้องเดินลง การปีนเขาสอนให้เรารู้ว่าเราไม่สามารถอยู่ที่จุดสูงสุดได้ตลอดเวลา ก็เหมือนกับชีวิตของคนเราที่บางครั้งมีเวลาฉลองกับความสำเร็จเพียงไม่นานก่อนจะต้องก้าวต่อไป ผมใช้เวลาบนยอดภูบ่อบิดไม่เกิน 10 นาที เพราะวันนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล

ถนนสายยาวทอดตัวอยู่เบื้องหน้า ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า เหลือเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องสว่าง หลายชั่วโมงผ่านไปก่อนที่ผมจะได้เห็นแสงสว่างของเมืองใหญ่ ช่างแตกต่างจาก 3 วันที่ได้ไปอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติในเมืองเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

อีกไม่นานวิถีแห่งความวุ่นวายและเร่งรีบจะกลับมาอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงประสบการณ์และความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเราเคยหลบไปผ่อนคลายใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่มุมเล็กๆ ณ สุดขอบประเทศไทย

ค่าใช้จ่าย 2 คน

   
รายการ ราคา
   
ค่าน้ำมัน (ไป-กลับ) 2,560 บาท
ค่าทางพิเศษ (ไป-กลับ) 110 บาท
ค่าที่พัก 2 คืน 1,300 บาท
ค่าอาหาร 1,630 บาท
ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ 110 บาท
ค่ารถขึ้น-ลงภูเรือ 40 บาท
ค่ารถขึ้น-ลงภูทอก 50 บาท
ค่าที่จอดรถแก่งคุดคู้ 10 บาท
ค่าของฝาก 250 บาท
รวมเป็นเงิน 6,060 บาท
   

รู้ไว้ เที่ยวได้สนุกขึ้น

- บนยอดภูเรือมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ถ้าไปในช่วงฤดูหนาวควรสวมเสื้อผ้ากันหนาวไปด้วย

- ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปเยือนแก่งคุดคู้ คือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม

- ถนนคนเดินเชียงคานเปิดทุกวัน

- สามารถจอดรถได้ที่วัดศรีคุณเมือง ซอย 6 ถนนชายโขง

 

 

 

รีวิวใกล้เคียง

(^-^) ทริปตะลุยป่าปิด ภูกระดึง ในวันฝนพรำ ตอนที่ 1 (^-^)

เค้าว่ากันว่าถ้าผ่านซำแฮกมาแล้วจะไม่ค่อยเหนื่อย เพราะร่างกายปรับสภาพจนได้ที่ แต่เรายึดคติว่า ค่อยๆ เดินขึ้นจะได้ไม่เหนื่อยและเดินได้เรื่อยๆๆ ...

15 มิ.ย. 2552

วิว วัด วิถีฯ และกาลเวลา \" มนต์เสน่ห์แห่งเชียงคาน \"

เชียงคานเป็นเมืองเก่า เป็นเมืองเล็กๆ ชายแดนไทย ริมน้ำโขงในช่วงหลายปีมานี้ มีคนรุ่นใหม่ คนหนุ่มคนสาวมาเที่ยวย้อนวันวานกันอย่างมากมาย...

12 มี.ค. 2555

40 up ตะลุยภูกระดึง

เมื่อวันเกิดเพื่อนที่ผ่านมา ได้คุยกันว่า มีอะไรที่เราต้องทำก่อนเราแก่กว่านี้บ้าง ก็นึกได้ว่า เรายังไม่เคยไปภูกระดึงเลย ตอนเรียนจบ หรือตอนเรียนจบ...

29 พ.ย. 2555

#(CR)#หนาวนี้ไม่รู้ไปไหน...ให้ไปภูกระดึง#

เริ่มกันเลยนะครับ....เนื่องจากมกราคมที่ผ่านมาแล้วช่วงผมกับเพื่อนคิดทริปกะทันหันขึ้นมาเพียง1อาทิตย์ เพื่อนผมอยากไปภูกระดึงกันทั้งๆเคยไปกันมาแล้ว แต่ผมย...

13 พ.ย. 2555