รีวิวเที่ยวตามถนัด

Mr.1081009

อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ. เลย 1 พ.ค. 2560

กรุงเทพฯ - อุทยานแห่งชาติภูเรือ - เชียงคาน

ล้อรถหมุนจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามืด นั่นเพราะปลายทางของเรากินระยะทางเกือบ 600 กิโลเมตร เป็นอีกครั้งที่การเดินทางทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าผมกำลังจะได้ไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป และอีกส่วนหนึ่งคือผมไม่ได้ขับรถระยะทางไกลๆ แบบนี้มานานแล้ว

ท้องฟ้าสลัว เมฆทึบ อากาศหม่นๆ ปลายฤดูฝนเดือนกันยายน บรรยากาศแบบนี้ช่างเหมาะกับการนอนขดอยู่ในผ้าห่มบนเตียงอุ่นๆ แต่การนอนอยู่ในห้องเฉยๆ คงไม่สามารถทำให้เราเรียนรู้โลกภายนอกได้ ในไม่ช้าสายฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า

ฝนหยุดตกแล้ว กว่า 5 ชั่วโมงบนท้องถนนพาเรามาถึงที่หมายแรก อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ประมาณ 120 ตารางกิโลเมตรครอบคลุมภูเขาสลับซับซ้อนและป่าสมบูรณ์ในพื้นที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ โดยมีลักษณะเด่นคือมีหน้าผาที่มีลักษณะคล้ายเรือ จึงเป็นที่มาของชื่อภูเรือ

ที่ 1,365 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ยอดภูเรือมีอากาศเย็นตลอดปี และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุดในประเทศไทย การขึ้นยอดภูเรือสามารถทำได้สองวิธีคือการเดินเท้า 700 เมตรจากลานจอดรถ หรือการนั่งรถสองแถวที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ในราคาเที่ยวละ 10 บาทต่อคน เราเลือกวิธีหลังเพราะอยากขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศบนยอดภูเรือเร็วๆ

ถึงช่วงนี้จะไม่ใช่ฤดูหนาวแต่อุณหภูมิ 17 องศาเซลเซียสก็ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสดชื่นของอากาศบนยอดภู หมอกสีขาวทึบทำให้เรามองไม่เห็นทิวทัศน์ใดๆ นอกจากต้นสนที่แฝงตัวอยู่หลังสายหมอก แต่ลมเย็นที่ปะทะใบหน้า และอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง การได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติก็ทำให้ผมมีความสุขแล้ว

ผมกับฝ้ายใช้เวลาบนยอดภูเรือไม่นานก่อนจะออกเดินทางกันต่อ เพราะปลายทางของเราในวันนี้อยู่ที่เชียงคานซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกเกือบ 2 ชั่วโมง ผมสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดก่อนจะกลับขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย ได้เวลาบอกลาภูเรือ หวังว่าเราคงจะได้กลับมาใหม่และใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่านี้

ผมขับรถไปเชียงคานบนถนนสายเล็กที่ลัดเลาะไปตามภูเขา และหมู่บ้านเล็กๆ สองข้างทางเขียวชอุ่ม ภาพแสงแดดยามบ่ายสาดลงบนนาข้าวเขียวขจีตัดกับภูเขาเป็นฉากหลังทำให้ถนนสายเล็กนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางที่ผมชอบที่สุดของการเดินทางครั้งนี้

เรามาถึงเชียงคานตอนบ่ายแก่ๆ กว่า 8 ชั่วโมงบนท้องถนนพาผมหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาอยู่ในอ้อมกอดของเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง บ้านไม้สองฝั่งถนน “ชายโขง” ทำให้เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหลายสิบปี และสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีส่วนผสมที่ลงตัวของธรรมชาติและวัฒนธรรม

เราเข้าพักที่บ้านบุปผาจันทน์ บ้านไม้โฮมสเตย์สองชั้นติดแม่น้ำโขง ทันเวลาดูแสงอาทิตย์ก่อนจะลับขอบฟ้า เราเฝ้ามองดวงอาทิตย์กลมใหญ่หายลับไปหลังทิวเขาสลับซับซ้อนของประเทศลาว เหลือไว้เพียงท้องฟ้าสีส้มอมชมพูระเรื่อก่อนความมืดจะมาเยือน

เมื่อฟ้ามืด แสงจากถนนและบ้านเรือนริมแม่น้ำโขงก็สว่างไสว ถนนชายโขงปลายฤดูฝนที่เงียบเหงาเมื่อครู่กลายสภาพเป็นถนนคนเดินที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวตลอดความยาว 2 กิโลเมตร ร้านค้าและร้านอาหารเปิดกันอย่างคึกคักประหนึ่งว่าชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับแสงดาว

เราออกไปเดินเล่นและกินอาหารเย็นเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาพักผ่อนจากเดินทางยาวไกล เก็บถนนคนเดินไว้ค้นหาในวันพรุ่งนี้

 

รีวิวใกล้เคียง

วันวาน ณ. ภูกระดึง

วันนี้ว่างอีกแล้วมาอัพรูปเก่าๆดีกว่าสมัยสองปีที่แล้วไปพิสูจน์จิตใจกันขึ้นภูกระดึง จองรถไปกลับกรุงเทพ-เลย ไปกันสามวันสองคืน ไปถึงก้อชั่งน้ำหนักของจองลู...

7 ต.ค. 2556

CR เราเรียกมันว่า มิตรภาพ ที่แห่งนี้มีความรัก ความสนุกสนาน จนก่อให้เกิดเป็นความทรงจำสีจาง...จาง ที่นี่...ที่ภูกระดึง

ทริปครั้งนี้ของพวกเราเดินทางจากขอนแก่นในเวลาตีสี่ครึ่ง ด้วยรถ ขอนแก่น ? เมืองเลย มุ่งหน้าสู่ อำเภอภูกระดึง ด้วยอุณภูมิบนรถ 12 องศา มันคืออากาศในเดือน...

10 ก.ค. 2557

ครั้งแรกของสาวน้อยบนดอยสูง......ภูหลวง(ท่องป่า)

คืนนี้ทั้งคืน บนภูหลวงก็เงียบสงบ มีทั้งเสียง กวาง หมาไน และช้าง ...

18 ส.ค. 2552

:: พิชิตภูกระดึง ::

ทันทีที่รู้ว่าจะได้ไป ฉันก็ตื่นเต้นล่วงหน้าซะหลายวัน .. ได้แต่ตื่นเต้น แต่ไม่ได้ฟิตร่างกาย กำลังไม่เคยออก ได้แต่กินกับกินและกิน ลองคิดดูเถิดว่า .. ฉัน...

21 ส.ค. 2552