รีวิวเที่ยวตามถนัด
8 ที่เที่ยวโครงการหลวงในพระราชดำริ

หนาวนี้จังหวัดยอดฮิตที่เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางของ(เกือบจะ)ทุกคนคงจะหนีไม่พ้นจังหวัดเชียงใหม่ คราวนี้เราจะไม่ได้แค่ขึ้นดอยชมดาวสัมผัสอากาศหนาวสวยๆ หล่อๆ ถ่ายรูปเช็คอินอวดเพื่อน แต่ครั้งนี้การเที่ยวเรามีความหมายมากกว่านั้นครับ เราจะตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปเยี่ยมชมโครงการหลวงในพระราชดำริถึง 8 แห่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านและเรายังสามารถสนับสนุนโครงการหลวงต่างๆ ด้วยการช่วยซื้อของติดไม้ติดมือกลับมาได้ด้วย ทั้ง 8 โครงการตั้งอยู่รอบๆ ตัวเมืองเชียงใหม่ครับทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เราจะมาเริ่มทริปนี้จากตะวันตกก่อนเลย

1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรามีลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและภูเขาลาดชันอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส ที่นี่สามารถเที่ยวได้หลายรูปแบบทั้งการเที่ยวเชิงการเกษตร วัฒนธรรม ธรรมชาติ สามาถเดินชมแปลงสาธิตการปลูกผักผลไม้แบบปลอดสารพิษคลีนๆ ทั้งสตรอว์เบอร์รี ผักซาโยเต้ พริกหวานหลากสี มะเขือเทศ ยังมีแปลงดอกไม้ไว้ให้ได้ถ่ายรูปคู่กับคนสวยๆ ทั้งแปลงดอกเยอบีร่าบนไหล่เขาของชาวม้งบ้านบวกจั่น แปลงกุหลาบบ้านบวกเต๋ย ต่อจากนั้นเราก็สามารถไปดูวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าม้ง

    ถ้าอยากจะซื้อของฝากติดไม้ติดมือเพื่อพิสูจน์การมาถึงที่จริงๆ ที่นี่ก็มีของดีจากผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาลต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี มะเขือเทศ ซาโยเต้ ยูเอสมิ้นต์ เจแปนนิสมิ้นต์ อะโวกาโด สตรอว์เบอร์รี และดอกไม้ตามฤดูกาล หรือจะเป็นงานหัตถกรรมชาวเขา ผ้าทอใยกัญชง ผ้าเขียนลายเทียน ผ้าปักม้ง เครื่องเงิน เป็นต้น

การเดินทาง

    จากตัวเมืองเชียงใช้เส้นทางหมายเลข 107 (เชียงใหม่ แม่ริม-สะเมิง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม เลี้ยวซ้ายทางแยก    แม่ริม-สะเมิง ไปอีก 26 กิโลเมตร สังเกตป้ายทางซ้ายมือจะพบทางแยกขึ้น เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์ สภาพถนนเป็นดินลูกรัง สำหรับรถเก๋งอาจจะต้องระวังเล็กน้อยแต่ถ้าใช้รถกระบะ SUV ก็ไปได้อย่างสบาย

    ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา  72 หมู่ 7 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180 โทร 053-518-302, 081-952-7650

2.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

    มาต่อที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและแมกไม้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2521 มีจุดท่องเที่ยวที่เด็ดๆ ก็ต้องเป็นสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางศูนย์ฯ มีกุหลาบกว่า 200 สายพันธุ์ให้ได้ชมทั้งพันธุ์หายากไปจนถึงทั่วไป อาทิเช่น แดงมินิเจส (Miniature Roses) มิดไนท์บลู (Midnight Blue Rose) พิงค์พีช (Pink Peach Rose) บีเวอรี่ (Bevery Rose) รวมไปถึงแปลงสาธิตการปลูกอาโวคาโดหลากสายพันธุ์ก็มีให้ชมเช่นกัน

    รอบๆ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำตั๊กแตน เป็นโพรงถ้ำขนาดกลางมีหินย้อย และเป็นจุดชมวิว สามารถชมวิถีชีวิตชาวพื้นเมืองที่บ้านแม่ขนิลเหนือ ภูมิปัญญาการเคี่ยนไม้เป็นภาชนะสำหรับใช้ในครัวเรือน โดยนำไม้เป็นท่อนมายึดกับแกนหมุนแล้วใช้การแกะ ถากให้เป็นรูปทรงต่างๆ ที่นี่ยังมีประเพณีสู่ขวัญควายที่จะจัดก่อนฤดูกาลทำนาเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของควายที่ใช้งานไถนาทำให้มีข้าวกิน

การเดินทาง

    จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอหางดง กิโลเมตรที่ 10 ถึงทางแยกเลี้ยวขวาไปสะเมิง  ทางหลวงหมายเลข 1269 จากแยกนี้ไปอีก 18 กิโลเมตร  ตั้งอยู่ทางขวามือทางเข้าหย่อมบ้านห้วยผักไผ่  ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ เพียงแค่ 50 นาที ก็เดินทางถึง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

    ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ 099-1351118

3.สถานีเกษตรหลวงปางดะ

    เมื่อปี พ.ศ.2522 มูลนิธิโครงการหลวงได้เลือกพื้นที่ในสถานีทดลองข้าวไร่ และธัญพืชเมืองหนาวสะเมิง ของกรมวิชาการเกษตรหมู่บ้านปางดะ เป็นแหล่งทำการขยายพันธุ์พืช ต่อมาพ.ศ.2528-2529 จึงซื้อที่ดินเพิ่มอีกประมาณ 65 ไร่ ขยายพื้นที่สำหรับการขยายพันธุ์พืชอย่างถาวร ดำเนินงานภายใต้ชื่อ “ศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวง” จนเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเยี่ยมศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวงเป็นครั้งแรก และทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาพระราชทานให้ใช้ชื่อ “สถานีเกษตรหลวงปางดะ” พร้อมกับได้ขยายพื้นที่เพิ่มเติมรวม 150 ไร่ ในปีเดียวกัน

    ที่นี่มีแปลงวิจัยทดสอบมากมายทั้งผัก ผลไม้ สมุนไพร ไม้ผล และไม้ดอก เช่น มะเดื่อฝรั่ง องุ่นไร้เมล็ด เสาวรส         ราสเบอรี่ มัลเบอรี่ มะระหัวใจ มันเทศญี่ปุ่น จิงจูฉ่าย เลมอนทาร์ม เสจ หญ้าหวาน ยูโคมิส กอลิโอซ่า เฮลิโคเนีย โดยจะใช้เส้นทางเดินชมสวน แปลงผัก หรือสามารถนำจักรยานมาปั่นชมรอบ ๆ บริเวณในสถานีฯ ก็ได้ด้วย

การเดินทาง

    จากตัวเมืองเชียงใหม่ ระยะทางรวม 50 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่าน อำเภอแม่ริม เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง  ถึงสามแยกสะเมิง  แล้วเลี้ยวขวา ไปอีก 1 กิโลเมตร สถานีปางดะจะตั้งอยู่ด้านขวาสังเกตป้ายด้านหน้าสถานี

    ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  สถานีเกษตรหลวงปางดะ 192 หมู่ 10 ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 50250 เบอร์โทรศัพท์ : 053-378046 087-1735454 เบอร์แฟกซ์: 053-378163 E-mail : pangda.rpf@gmail.com หรือ atomaun@hotmail.com

4.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ

    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2544 ลักษณะพื้นที่เป็นที่ลาดชันและที่ราบหุบเขา เชิงเขามีแหล่งน้ำสำคัญ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 27.42 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 18.5 องศาเซลเซียส ที่นี่มีฟาร์มตัวอย่างแม่ตุงติง ฟาร์มการเกษตรแบบผสมผสานอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริให้เราได้ชมและเรียนรู้ พร้อมทั้งแปลงสาธิตผัก เช่น ถั่วแขก แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือก้านม่วง และแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะเฟือง ลิ้นจี่ รอบๆ ศูนย์ฯ มีบ่อน้ำพุร้อน เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ มีบ่อแช่น้ำแร่ และยังมีน้ำตกขนาดเล็ก เหมาะแก่การพักผ่อนเล่นน้ำ

    นอกจากนั้นยังมีที่พักเป็นอาคารพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน  1 หลัง มี 4 ห้อง สามารถเข้าพักได้ 10-15 คน มีสถานที่กางเต็นท์ บริการเช่าเต็นท์และถุงนอน แต่ไม่มีบริการร้านอาหาร นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอาหารมาเองเท่านั้น

การเดินทาง

    จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 107 เชียงใหม่-แม่ริม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย แม่ริม-สะเมิง ระยะทาง 43 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาตรงหน่วยพัฒนาต้นน้ำโปร่งไคร้ ตรงไปตามถนนลูกรังระยะทาง 20 กิโลเมตร รวมระยะทาง 62 กิโลเมตร ฤดูฝนการคมนาคมลำบากควรใช้รถกระบะในการเดินทาง

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 50250 โทร 086-117-2377

5.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

     ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย เกิดขึ้นมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้กับราษฎร เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านหนองหอย ในปี พ.ศ.2512 จากนั้นกรมป่าไม้ได้จัดส่งหน่วยงานร่วมกับหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร จนกระทั่งปี พ.ศ. 2527 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ทรงเห็นว่าบ้านหนองหอยมีประชากรเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีการปลูกฝิ่นเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยขึ้น เพื่อให้มีบทบาทในการเสริมสร้างอาชีพและแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น

     ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์ฯ ที่มีชื่อเสียง ได้แก่

ม่อนแจ่ม เป็นจุดชมวิวบนสันเขาสามารถมองวิวภูเขาได้ 360 องศา สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก ทะเลหมอกช่วงฤดูหนาว มีบริการร้านอาหาร มุมนั่งจิบกาแฟ และชาสมุนไพรสด 7 ชนิด ด้านหน้าทางเข้าม่อนแจ่มมีร้านค้าของที่ระลึกชุมชนจำหน่ายสินค้าผลผลิตตามฤดูกาล งานหัตถกรรมชาวเขา และรถล้อเลื่อนไม้ (ฟอมูล่าม้ง)ให้นักท่องเที่ยวได้ลองขับ

สถานีวิจัยพัฒนาพืชผักโครงการหลวง มีผักหลากหลายชนิดหมุนเวียนปลูกตามฤดูกาลเพื่อทำงานวิจัยเก็บข้อมูล เช่น อาติโช๊ค เรดโอ๊ค มะเขือเทศ พืชสุมนไพร และผักไฮโดรโพนิคส์ปลูกโดยไม่ใช้ดิน แปลงผักแบบขั้นบันได เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขาลาดชัน ชาวบ้านก็เลยทำแปลงผักแบบขั้นบันไดเพื่อให้ง่ายกับการปลูกผัก ช่วงที่สวยที่สุดจะเป็นกลางฤดูฝนจนถึงกลางฤดูหนาว (สิงหาคม-ธันวาคม) มีผักหลากชนิด เช่น ผักกาดหอมห่อ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แปลงสาธิตไม้ผล

การเดินทาง

จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที ระยะทางรวม 39 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107  เชียงใหม่-แม่ริม แล้วเลี้ยวซ้าย กม.ที่ 17 ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง ระหว่างกิโลเมตรที่  13-14  จะเจอป้ายศูนย์ทางด้านขวา  ขึ้นไปอีก 6 กิโลเมตร จะถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 เบอร์โทรศัพท์ 081-9509767 ที่พักม่อนแจ่ม 081-8063993 หรือ 084-7320466

6.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่

    ปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จไร่ฝิ่นที่กำลังออกดอกบาน และเสด็จพระราชดำเนินถึงหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งแม่สาใหม่ ระหว่างทรงงานพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นสุกร ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่สำคัญต่อการดำรงชีพตามวิถีชีวิตและพฤติกรรมของชาวม้งที่มีขนาดเล็ก พุงลากดิน จึงได้ทรงพระราชทานลูกสุกรพันธุ์ดี จำนวน 2 ตัว พร้อมพันธุ์พืชอาหารสัตว์เพื่อเพาะปลูก

    ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2517 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ได้เริ่มต้นดำเนินงานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ดำเนินการทดลองวิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเมืองหนาวขึ้น ปี พ.ศ. 2525 จึงได้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ มีจุดประสงค์หลัก เพื่อนำความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาสู่ชุมชนชาวเขา สร้างอาชีพและรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ลดการบุกรุกทำลายป่าและการปลูกฝิ่น

    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 23.59 ตารางกิโลเมตร หรือ 14,743 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 990 เมตร มีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่สาใหม่ บ้านแม่สาน้อย บ้านม่วงคำ และบ้านกองแหะ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้งและคนพื้นเมือง นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีความชันค่อนข้างสูง อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส

    ที่นี่มีที่ท่องเที่ยวหลากหลายนอกจากชมแปลงสาธิตการปลูกผลผลิตในโรงเรือนตามฤดูกาลแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชนเผ่าม้งที่บ้านแม่สาใหม่ เส้นทางเดินชมธรรมชาติป่าดงเซ้ง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องรักษาความสงบให้ชุมชน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติดอยผากลอง ระยะทาง 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวและศึกษาพรรณไม้ป่า เช่น กล้วยไม้ป่า ดอกลิลี่ป่า (เด็งช้างเผือก)

การเดินทาง

                จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ – ฝาง ถึงอำเภอแม่ริมบริเวณ กม. 17 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 ตรงไปอีก 15 – 16 กิโลเมตร ถึงวัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติ ให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 3 กิโลเมตร จะพบที่ทำการศูนย์ฯ อยู่ซ้ายมือ รวมระยะทาง 38 กิโลเมตร

                ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ บ้านแม่สาใหม่ หมู่ 6 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 โทร 053-313-300 หรือ 089-851-9922

7.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง

    ปี พ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมราษฎรในพื้นที่บ้านโป่ง ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของการประกอบอาชีพทำสวนเมี่ยงที่ตกต่ำ จึงทรงมีพระเมตตาพระราชทานค่าใช้จ่ายเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท สำหรับการปลูกสร้างศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความลาดชัน เป็นป่าดิบเขาที่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำกวง แม่น้ำหวาน และแม่น้ำตอน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 800-1,200 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 15 องศาเซลเซียส

    คอกาแฟนั้นไม่ควรพลาดเลย ต้องไปชมสวนกาแฟอาราบิก้าพันธุ์ดีของโครงการหลวงและเกษตรกร รสนุ่ม ชวนให้ลิ้มลอง และมีบริการกาแฟสดให้ชิม ถ้าติดใจกาแฟที่นี้จะซื้อไปทานเองหรือเป็นของฝากก็ยังได้ เพราะที่นี่มีผลิตภัณฑ์กาแฟผงแปรรูป เมล็ดกาแฟสด หรือจะเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน และกล้วยไม้กระถาง ยังมีของเอาใจพ่อบ้านแม่บ้านด้วยงานหัตกรรมจักรสานสุ่มไก่  ตะกร้าสะพายหลัง ไม้กวาดทางมะพร้าว ไม้กวาดดอกหญ้า และหมอนใบชาดับกลิ่น แล้วไปแวะน้ำตกเทพเสด็จ เป็นน้ำตกสูง 80 เมตร มีหลายชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้ให้ชื่นใจหายเหนื่อย

การเดินทาง

                จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 118 เชียงใหม่-เชียงราย ผ่านแยกดอยสะเก็ดตรงไปถึงบ้านปางแฟน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายแจ้ห่ม ลำปาง ตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร ทางเข้าศูนย์ฯ จะอยู่ขวามือ รวมระยะทาง 54 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

                ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง หมู่บ้านปางบง หมู่ที่ 1 ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 50220 โทร 053-318-338, 081-783-1208

8.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก

    จากหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญ ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมรายได้น้อยความเป็นอยู่ยากลำบาก จวบจนกระทั่ง พ.ศ. 2524 สายพระเนตรที่ทรงห่วงใยราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 300,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์ในการก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ดและกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ให้แก่ราษฎรนอกเหนือจากการปลูกเมี่ยง การรับรู้รับฟังตลอดจนสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้าน ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการดำรงชีวิต ทำให้ชาวบ้านก้าวสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ มีที่ราบเชิงเขาบางส่วน สภาพป่าอุดมสมบูรณ์

    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกยังเป็นแหล่งผลิตกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีของโครงการหลวง ล้อมรอบด้วยธรรมชาติป่าไม้ และลำน้ำจากน้ำตก มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำโครงการหลวงแห่งแรก และชุมชนคนเมืองมีชื่อเสียงในด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน “บ้านแม่กำปอง” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมากว่าบริการที่พักแบบ Home Stay ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย ยังมีโบสถ์กลางน้ำ ในเชียงใหม่ มี 2 แห่ง คือที่ อ.แม่แจ่ม และที่วัดแม่กำปอง (วัดคันธาพฤกษา) และยังมีวิหารที่ทำด้วยไม้สักทอง แกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม เป็นงานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของชุมชน เป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา ปลูกไว้กลางน้ำและมีน้ำเป็นใบเสมา ใกล้ๆ ยังมีร้านดังในโลกโซเชียลคือ ร้าน The Giant บ้านป๊อก ร้านกาแฟบนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งมีบริหารห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยว

การเดินทาง: สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง

เส้นทางที่ 1 (ทางคดเคี้ยว) จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 ผ่าน อำเภอดอยสะเก็ด กม.ที่27 เลี้ยวขวาผ่านบ้านโป่งกุ่ม แม่ตาดิน ถึงแยกห้วยแก้วเลี้ยวขวาไปจนถึงที่ทำการศูนย์ ระยะทาง 43 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง สายดอนจั่น-อำเภอแม่ออน ผ่านน้ำพุร้อนสันกำแพงไป ถึงแยกห้วยแก้วเลี้ยวขวาไปจนถึงที่ทำการศูนย์ ระยะทาง 55 กิโลเมตร

                ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก บ้านปางผึ้ง หมู่ 8 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 เบอร์โทรศัพท์ 053-318316 จองที่พัก 093-1467726

 

แหล่งอ้างอิง โครงการหลวง

http://royalprojectthailand.com/

http://www.paiduaykan.com/travel/เที่ยวโครงการหลวง

http://travel.kapook.com/view104734.html

http://royalprojectthailand.com/maesamai

รีวิวใกล้เคียง

เที่ยวสันกำแพงกันค่ะ

ไปเที่ยวสันกำแพงมาค่ะ เอารูปมาฝากกัน แต่รูปอาจไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะเพราะใช้กล้องจากมือถือ...

22 เม.ย. 2552

กรีนเลค รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่

เป็นรีสอร์ทที่มีบึงน้ำขนาดใหญ่ และวิวดอยสุเทพ อยู่ ถ.เลียบคลองชลประทาน บรรยากาศดี ปลอดโปร่งโล่งสบาย ร้านอาหารน่านั่ง ห้องพักแบบดีลักซ์น่าสนใจ สระว่ายน...

17 ก.ย. 2556

แทมมารีน ตัวเมืองเชียงใหม่ นุ่มๆสบายๆ

เป็นรีสอร์ทกลางเมืองสำหรับตลาดบน ที่เล็กๆแต่ดูน่าพักสบายๆ บรรยากาศรีสอร์ทกลางเมือง เดินไปไหนมาไหนง่าย ไม่ได้เข้าไปดูห้องพักแต่เชื่อว่าใช้ได้ ถ้าเห็นรา...

17 ก.ย. 2556