รีวิวเที่ยวตามถนัด
8 วิวปังต้อง check in ให้โลกรู้!

เพราะการท่องเที่ยวไทยเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร และหลากจุดหมายที่ชาวต่างชาติล้วนฝันถึงเช่นกัน  ไปถึงก่อน เช็คอินก่อน แล้วบอกให้โลกรู้ไปเลยว่า นี่ล่ะ #Amazing Thailand!

1.สามพันโบก จ.อุบลราชธานี

มหัศจรรย์แห่งภูผา ใต้มหานทีแม่โขง หรือ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เกิดจากแอ่งหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมากมายกลางลำน้ำโขง 

แก่งสามพันโบกเป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะ กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก โบก หรือแอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ ลำน้ำโขง  และคำว่า “โบก”  เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน และจะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูแล้งที่น้ำแห้งขอด แก่งหินดังกล่าวก็จะโผล่พ้นน้ำกลายเป็น ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติสุดอลังการกลางลำน้ำโขง ที่สวยงาม แปลกตา จนชาวบ้านเรียกว่า แกรนด์แคนยอนน้ำโขง ทางเข้าของแกรนแคนยอนแม่น้ำ

 จุดท่องเที่ยวเที่ยวบริเวณใกล้เคียง

หาดสลึง

เป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวไปตลอดแนวแม่น้ำโขง เป็นท่าเรือสำหรับล่องเรือชมวิวไปยังจุดต่างๆ เช่น หาดหงส์ ปากบ้อง หาดหินสี สามพันโบก

หาดหงส์

เกิดจากการการพัดพาของน้ำและนำตะกอนทรายมาทับถมกันจนลักษณะพื้นที่เป็นพื้นทรายกว้างใหญ่ มีลักษณะคล้ายกับ ทะเลทรายที่กว้างใหญ่ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวหาดหงส์ให้งดงามควรเป็นช่วงเวลาเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น และในยามบ่ายแก่ๆ ช่วงที่พระอาทิตย์ ใกล้ตกดิน เพราะทั้งสองช่วงแสงทองของดวงอาทิตย์จะ กระทบกับทรายสีขาวระยิบระยับ สวยงามยิ่งนัก

หลักศิลาเลข

อยู่ก่อนถึงหาดหงส์ที่ฝรั่งเศสมาทำเอาไว้เพื่อบอกระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองลาว

ปากบ้อง

ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุดตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างของแม่น้ำเพียง56 เมตร เท่านั้น ชาวบ้านในระแวก นั้นมีอาชีพจับปลาซึ่งยังคงใช้วิถีชีวิตและเครื่องมือจับปลาแบบโบราณ

หินหัวพะเนียง

อยู่ถัดจากบริเวณปากบ้องขึ้นไปทางเหนือ มีแก่งใหญ่ขวางกลางลำน้ำโขง ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสายหรือสองคอนในภาษา ท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอน

ที่พักสามพันโบกและสิ่งอำนวยความสะดวก

บ้านสวนณัฐชนา http://www.natchana.net/

สองคอน รีสอร์ท โทร 087 256 1696

ปลายฟ้า รีสอร์ท โทร 081 967 2149

สามพันโบก คันทรี่ รีอสร์ท โทร 086 249 9091

บริเวณสามพันโบกมีร้านอาหาร คือ ครัวสามพันโบก รสชาติอร่อย รวมถึงบริเวณหาดสลึงก็มีร้านอาหารให้บริการอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน

การเดินทางท่องเที่ยวไปยังสามพันโบก

หากต้องการไปชมสามพันโบกเพียงอย่างเดียวก็สามารถขับรถไปที่นั่นเพื่อชมความงามได้เลย เพราะที่สามพันโบกรถเข้าไปจอดที่นั่นได้ แต่หากอยากล่องเรือไปชมยังจุดอื่นๆด้วย สามารถติดต่อเรือได้ที่สามพันโบกได้เลย มีเรือคอยให้บริการ หรือจะล่องเรือจากหาดสลึง โดยโปรแกรมการล่องเรือ คือ หาดสลึง หินหัวพะเนียง และหาดหินสี ยังหาดหงส์สามพันโบก โดยโปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยน ได้ตามใจชอบ ว่าอยากไปตรงจุดใดบ้าง ราคา 700-1000 บาท ตามจำนวนคนและขนาดของเรือ

การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานี

1. รถยนต์ส่วนตัว

จากจังหวัดอุบลราชธานี ระยะทาง 120 เมตร วิ่งตามทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านอำเภอตระการพืชผล ไปยัง อำเภอโพธิ์ไทร ด้วยระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตรและเดินทางต่อไปยังบ้านสองคอนเข้าไปหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร

2. รถโดยสารประจำทาง

มีรถทัวร์ปรับอากาศของบริษัท เชิดชัยทัวร์จากกรุงเทพฯ - สองคอน ลงที่สองคอนหลังจากนั้นก็โทรแจ้งให้รีสอร์ท ขับรถมารับ (เสียค่าใช้จ่ายแล้วแต่ตกลง) หรือ อาจจะอาศัยโบกรถของชาวบ้านมาลงแถวนั้น

2. ดอกไม้ในป่าสน บนภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

ป่าสนภูสอยดาวได้ชื่อว่าสวยสุดในเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงกลางฤดูฝน (สิงหาคม) ถูกสำรวจจัดตั้งเป็นวนอุทยานตั้งแต่ปี 2533 ตั้งแต่นั้นภาพความงดงามของทุ่งหญ้าป่าสนและทุ่งดอกไม้ในช่วงฤดูฝน ก็ได้ถูกเผยแพร่สู่สายตาคนเดินทางที่รักขุนเขา ในปี 2551

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคกอำเภอบ้านโคกตำบลห้วยมุ่นอำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์ตำบลบ่อภาคอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูง จากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย จุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว คือ การได้ชมทุ่งดอกไม้สีม่วงที่เรียกว่า"ดอกหงอนนาค" และดอกไม้หลากสีสันสลับให้เห็นอยู่ทั่วลานสน ซึ่งจะบานในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน ส.ค. - ก.ย ของทุกปี

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูสอยดาว

น้ำตกภูสอยดาว

อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี

ลานสนสามใบภูสอยดาวและทุ่งดอกไม้ในป่าสน

เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป เป็นป่าสนสามใบพืชชั้นล่างเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี จะมีดอกไม้ดินชูช่อแย่งกันออกดอกเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่นดอกหงอนนาค, ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอมในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์และต้นเมเปิลซึ่งจะ เปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมากการเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวขึ้นสู่ยอด ภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง ผ่านเนินต่างๆ ดังนี้ เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ ซึ่งเป็นเนินสุดท้ายลาดขันที่สุด

น้ำตกสายทิพย์

เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมากจึงมีมอสส์สีเขียว ขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ สามารถเดินทางได้จากลานสน ทางลาดชันใช้เวลาเดินประมาณ 10-20 นาที

หลักเขตไทย- ลาว

เป็นหลักเขตที่ปักปันเขตแดนแบ่งระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวมีขึ้นหลังสงครามบ้านร่มเกล้า

สิ่งอำนวยความสะดวกบนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

บริเวณที่ตั้งอุทยาน มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว มี ลานกางเต้นท์เต็นท์และสถาน ที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้ กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง สุขาชาย-หญิง และ ห้องอาบน้ำบริการร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว เฉพาะทางขึ้นภู ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น. โทร 055-436-793, 055-436-001,055-436-002  ติดต่อที่พัก อาหาร เต้นท์ ลูกหาบก่อนขึ้นลานสน. ขอล่วงหน้าก่อน 3-4 วัน และติดต่อในเวลา 08.00 น.- 16.30น.

 

สิ่งที่ควรรู้อื่นๆ และการเตรียมตัว

- ค่าลูกหาบกิโลกลัมละ 20 บาทต่อเที่ยว มัดจำขยะ 100 บาทต่อคณะ ตอนลงนำขยะลงมารับเงินมัดจำคืน

- ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท

- ควรฝึกเดินระยะทางไกลๆ

- รองเท้าที่ใช้เดินควรเป็นแบบรองเท้าผ้าใบมีดอก หรือสต็ดดอยหรือจีนแดง

- เตรียมโทรศัพท์มือถือไปด้วยเผื่อมีอุบัติเหตุฉุกเฉิน แต่สัญญานมีแค่บางจุดต้องเดินไปปรมาณ 500 เมตร (เฉพาะ AIS และ ดีแท็ค)

- เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน อุทยานมีให้เช่าอย่างละ 30 บาท/คืน และจะต้องมีผ้ายางคุลมเตนท์ และผ้ายารองเตนท์เพื่อป้องกัน น้ำฝนเตรียมไปเอง

- หม้อสนาม และอุปกรณ์เครื่องครัว

- ด้านบนภูมีเตาอั้งโล่ให้เช่า ดังนั้นต้องเตรียมถ่านไปด้วย ซึ่งถ่านจะต้องเตรียมทั้งแบบไม้ที่ติดไฟง่าย และถ่านอัดก้อนที่ติดไฟนาน แนะนำใช้หัวแก๊ซดีกว่า

- ซอฟเฟวหรืออื่นๆ สำหรับป้องกันยุงและแมลง (คุ้น)

- อาหารต้องเตรียมไปทั้งหมดเลย อยากกินอะไรก็เตรียมไปเอง ไม่มีร้านค้าด้านบนและตามรายทาง

- น้ำไม่ต้องเตรียมไปเพราะด้านบนมีน้ำฝนที่เจ้าหน้าที่รองไว้และน้ำในลำธารที่นำมาต้มดื่มได้ เตรียมไว้แค่ไว้กินตอนเดินขึ้นระหว่างทาง

- ไฟฉายสำหรับเวลากลางคืน และตะเกียงให้ความสว่างตอนกลางคืน

- มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แต่จะต้องไปตักน้ำเอาเอง มีถังให้ยืมไปตักน้ำได้ ห้ามลงอาบน้ำล้างจานในลำธารเด็ดขาด (อย่าให้เจอนะ)

- เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยเพราะตกอย่างแน่นอน

- เสื้อผ้าสัมภาระต้องนำใส่ถุงมัดให้แน่นก่อนที่จะใส่กระเป๋าเพื่อป้องการการเปียกจากน้ำฝน

 

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

โดยรถยนต์

จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร

จากจังหวัดอุตรดิตถ์ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) จนถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ไปอีก 47 กิโลเมตร จึงเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร

 

โดยรถประจำทาง

1.เ ริ่มจากการเดินทางจากกรุงเทพที่สถานีขนส่งหมอชิตซื้อตั๋วไปลงที่จังหวัดพิษณุโลกราคาเริ่มต้นประมาณ 300 กว่าบาท (การเดินทางมาที่ จ.พิษณุโลก ดูจะสะดวกกว่าและนักเดินทางนิยมใช้เส้นทางนี้) ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง

2.ควรกะเวลาให้พอดีมาถึงที่นี่ประมาณตี 5 ให้ทันรถประจำทางไปอ.ชาติตระการเที่ยวแรก ราคาประมาณ 80 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง  (หรือจะใช้บริการเหารรถแท็กซี่หรือสองแถวที่ขนส่งให้ไปส่งที่ถูสอยดาวเลยก็ได้มีบริการประมาณ 2500 บาทต่อเที่ยว ไม่รอรับกลับ ถ้าให้มารับกลับต้องคุยราคากับเขาดูน่าจะแพงมากเพราะเขาต้องตีไปตีกลับหลายเที่ยว

3.เมื่อไปถึงอ.ชาติตระการก็ต่อวินมอเตอร์ไซต์ไปลงที่ตลาด อยู่ไม่ไกลนัก ประมาณ 20 บาท หาไรกินลองทองที่ตลาดรอรถสองแถว

4.จากนั้นรอรถสองแถวสีส้มจะออกจากตลาดชาติตระการ 10.30 กับ 12.30 เท่านั้นในแต่ล่ะวัน (อาจมีการคลาดเคลื่อน) และต้องสอบถามก่อนว่าเวลาไหนจะผ่านไปภูสอยดาวบางที 10.30 อาจจะไม่ผ่าน ก็ต้องนั่ง 12.30 ไปถ้าเวลา 10.30 ผ่านก็ไปถึงเกือบบ่าย 2 ก็ยังพอขึ้นภูสอยดาวทัน (แต่ฝีท้าวต้องขั้นโปร) เวลา 12.30 ก็ถัดไปอีกถ้าเดินไวก็ยังขึ้นได้ ราคาคนละ 100 บาท

5. ส่วนคนที่เดินทางโดยรถสองแถวจะมีปัญหาตอนขากลับ คือบางวันอาจไม่มีรถสองแถว หรือมีแต่เราอาจจะลงมาไม่ทัน ถ้าไม่มีรถขากลับหรืออาจจะลองนัดหมายกับคนขับดูตกลงเรื่องราคาและวันกลับให้ดี ไม่งั้นอาจต้องนอนต่อข้างล่างอีกคืน อิอิ หรือมีอีกวิธีที่คือขอติดรถคนอื่นมาลงที่อ.ชาติตระการ หรือบางทีอาจจะโชคดีเค้ามาที่ตัวเมืองพิษณุโลก วิธีนี้จะใช้ได้ผลก็ต้องมี สมาชิกประมาณ 1-3 คน ดูจะง่ายในการขอเค้าติดรถ

***รถโดยสารชาติตระการ-พิษณุโลก ช่วงบ่ายมีน้อยกว่าช่วงเช้า โดยจะมี 14.00 กับ 17.00 (น่าจะทันเที่ยว 5 โมงเย็น)

โดยรถไฟ

1.ซื้อตั๋วรถไฟไปพิษณุโลกที่สถานีรถไฟหัวลำโพง รอบประมาณ20.55 ถึงพิษณุโลก 05.23 ราคา 179 รถเร็วขบวน 115 (หรืออาจจะนั่งรถธรรมดาขบวน 201 เวลา 09.25 ถึงพิษณุโลก 17.50 รถฟรี ไปนอนที่พิษณุโลกก่อนหนึ่งคืน)    

2.นั่งรถสามล้อ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปลงที่สถานีขนส่งเพื่อต่อรถไปอ.ชาติตระการ

3.เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต

เกาะสวรรค์ที่ถูกปิดเป็นส่วนตัวมานานนับสิบปี ความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะและโลกใต้ท้องทะเลต้องสวยงามสุดๆ จนยกให้เป็น Honeymoon Private Island

เกาะไม้ท่อน เป็นเกาะเล็กๆ ที่เงียบสงบบนฝั่งอันดามัน ที่ได้รับสมญานามว่า มัลดีฟเมืองไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต มีหาดทรายขาวยาว น้ำทะเลสวยใสจนสามารถมองเห็นฝูงปลาสวยงามหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นปลาเสือ ปลาสิงโต ปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน บางวันอาจจะได้เห็นปลาโลมาขึ้นมาเล่นคลื่น ที่นี่มีปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน เล่นน้ำหรือดำน้ำ เหตุที่เรียกว่า “เกาะไม้ท่อน” นั้น ก็เพราะว่า ถ้าดูจากภาพถ่ายทางอากาศแล้ว เกาะแห่งนี้จะมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับท่อนไม้ แต่ถ้าจะให้ เรียกว่าเกาะท่อนไม้คงไม่ไพเราะเท่าไรนัก จึงมีการปรับเปลี่ยนชื่อซะใหม่ และก็ได้ชื่อที่ลงตัวว่า “เกาะไม้ท่อน” ซึ่งถือว่าเป็นเกาะส่วนตัว ที่มีสภาพภูมิประเทศของป่าเขาที่สมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยปะการังและมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใส เหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อน ว่ายน้ำ ตกปลา พร้อมทั้งสามารถดำน้ำชมปะการังบริเวณหน้าหายหาดได้เลย เกาะไม้ท่อน เป็นเกาะสรรค์สถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติ และ ชาวไทยนิยม ไปพักผ่อนกันมาก รวมทั้ง มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในพระนาม “เจ้าชายจิกมี” แห่งราชอาณาจักรภูฏาน หนึ่งในพระราชอาคันตุกะคนสำคัญของงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็ทรงเคยเสด็จฯเยือนเกาะไม้ท่อน แห่งนี้เพื่อสำราญพระราชอิริยาบถในระหว่างที่พระองค์ทรงพำนัก อยู่ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

การเดินทางไปเกาะไม้ท่อน

ปัจจุบันเกาะไม้ท่อนยังไม่อนุญาตให้พักค้างแรมบนเกาะให้ท่องเที่ยวได้แบบเช้าไปเย็นกลับเท่านั้น สำหรับใครที่สนใจอยากจะมา สัมผัสความงดงามสามารถใช้บริการทัวร์ของบริษัท Love Andaman  ซึ่งเป็นแพคเกจเรือสปีดโบ๊ทนำเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ รายละเอียดที่ https://www.facebook.com/loveandaman  และอีกหนึ่งบริษัท คือ Discover Catamaran โดยให้บริการเรือยอร์ช นำเที่ยวเกาะไม้ท่อน ในราคาพิเศษ

4.เกาะหลีเป๊ะ

เกาะกลางทะเลอยู่ในเขตจังหวัดสตูล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง อุดมไปด้วยท้องทะเลสดใสสะอาด สวยงาม มีปะการังรายล้อมรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มนวลขาวเหมือนแป้ง มีชายหาดที่สำคัญ ๆ อยู่ 4 หาด ได้แก่ หาดพัทยา หาดซันไรส์ หาดคาร์มา  หาดซันเซ็ท

เกาะหลีเป๊ะ อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดังราวีราว 2 กิโลเมตร เกาะหลีเป๊ะ หมายถึง เกาะที่ราบเรียบคล้ายกระดาษ ซี่งมีที่มาจาก ภาษาท้องถิ่นชาวน้ำหรือชาวเล(ชนเผ่าอุรักลาโว้ย)บนเกาะซึ่งส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง รอบเกาะเต็ม ไปด้วยป่าปะการังอันสมบูรณ์ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียด อ่าวที่สวยงามที่สุด คือ อ่าวพัทยา บนเกาะ มีที่พักเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งด้านหน้าและ ด้านหลังเกาะในเดือน 6 และเดือน 11 ขึ้น 13-15 ค่ำ ตลอด 3 วัน 3 คืนชาวบ้านที่มีเชื้อสายชาวเล จะมารวมกันที่เกาะแห่งนี้เพื่อจัดงาน ประเพณีลอยเรือตามความเชื่อที จะขับไล่สิ่งอัปมงคล และเสี่ยงทายอนาคตของการประกอบอาชีพ เกาะหลีเป๊ะและหมู่เกาะใกล้เคียง มีความงดงามทางทะเลมาก จนได้รับการขนานนามว่ามัลดีฟส์เมืองไทย

ชายหาดของเกาะหลีเป๊ะ

แบ่งเป็น 3 หาด คือ โดยแต่ละหาดสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้โดยใช้เวลาเดินไม่มากนักเพียง 15-20 นาที

1. หาดพัทยา (บันดาหยา)

ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเกาะ หรือเป็นหาดที่คึกคักที่สุด เพราะเป็นจูดรับส่งของเรือ โดยสารหาดนี้ได้รับ การขนานนามว่า "พัทยา 2 เนื่องจากคึกคักเหมือนพัทยา ชายหาดยาวเป็นโค้งเว้ารูปครึ่งวงกลม หาดขาวสะอาดตลอดแนวละเอียดเหมือนคอฟฟี่เมต หาดพัทยา ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ สวยงามที่สุดของบรรดาเกาะทั้งหลายในทะเลสตูลก็ว่าได้ ถัดจากแนวหาดขึ้นไปเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท สไตล์บังกะโล หลาย แห่งให้เลือกใช้บริการ บริเวณหน้าเกาะเป็นโขดหิน ที่พักที่ปลูกสร้างเป็นเนินชมทีวทัศน์ได้สวยงาม ชายหาด ด้านนี้เป็นที่นิยม ของ นักท่อง เที่ยว ต่างชาติมาก ในมื้อดินเนอร์จึงมีเสียงเพลงสากลขับกล่อม เพราะผู้คนที่มานั่งดื่ม กินบนโต๊ะริมหาด เป็นฝรั่งเสียส่วนใหญ่ นอกจากมีที่พักแล้ว ยังมีร้านขายของชำ ร้านอาหาร ร้านให้เช่าอุปกรณ์ ดำน้ำ และเรือหางยาว ให้เช่าไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ

2. หาดชาวเล

(Sunrise Beach)ตั้งอยู่บริเวณหน้าเกาะหลีเป๊ะ ทางทิศตะวันออกของเกาะ หาดชาวเลเป็นชายหาดทอดยาว หลายร้อยเมตร ร่มรื่น ไปด้วยทิวมะพร้าวน้อยใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายตลอดแนวหาด สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงาม สามารถมองเห็นเกาะอาดัง ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะหลีเป๊ะเพียง 800 เมตรได้อย่างดี มีบ้านเรือนชาวเลอาศัยอยู่กระจัดกระจายไม่หนาแน่น และมีที่พักริมหาดให้เลือก บริการไม่มากหาดชาวเล เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวย ที่สุดแห่งหนึ่งของอันดามันหาดทรายละเอียดส่วนตัว ที่สะอาด สงบ บริสุทธิ์และร่มรื่นภายใต้แนวสนใหญ่มาก มายจากหาดชาวเลสามารถเดินเท้าไปยังหลังเกาะด้านทิศตะวันตกเส้นทางจะผ่านชุมชน ชาวเลที่มีการจัดการชุมชน อย่างเป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน จากนั้นผ่านสวนมะพร้าวเข้าสู่หลังเกาะอันเป็นที่ตั้งของหาดพัทยา 2 ได้อย่างสบาย ๆ

3.อ่าวประมง(Sunset Beach) มีที่พักน้อย แต่สงบมาก

กิจกรรมต่างๆบนเกาะหลีเป๊ะ

1. ดำน้ำชมประการัง

ส่วนการเล่นน้ำชมปะการังและฝูงปลาที่เกาะหลีเป๊ะ สามารมารถทำได้ทั่วทั้งเกาะ เพียงแต่บางพื้นที่ อาจต้องคอยระวังจุดที่น้ำตื้นมากๆ เข้าไว้ เพราะตัวปะการังเองก็มีความคมอยู่แล้ว ทั้งยังหอยเม่นที่กลายเป็นเหมือนเพื่อนข้างกายเหล่าปะการังสีสวย ตามหาดต่างๆ ดังนี้

หาดพัทยา

ตลอดความยาวของหาดทราย ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร ในระดับน้ำเพียง 1-3 เมตร มีแนวปะการังโขด ที่สามารถให้ ความเพลิดเพลินกับนักท่องเที่ยว ทั่วไปได้อย่างดี (สามารถยืนก้มหน้าบนพื้นทราย เพื่อมองดูเหล่า ปลาการตูนที่วนเวียนรอบ กอดอกไม้ทะเล)

อ่าวชาวเล

ห่างออกไปในทะเล 200 เมตร หน้าโรงเรียน มองผ่านเรือหางยาวของชาวเลออกไป เกาะเล็กๆ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิตใต้ท้องทะเล ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมองข้าม เกาะกระ จัดได้ว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงาม อีกแห่ง ของอุทยานฯ ตะรุเตาตัวเกาะมีขนาดเล็ก กว่ามากจนมองดูคล้ายเกาะบริวาณของเกาะหลีเป๊ะไปด้วย ระยะห่าง เพียงแค่ 200 เมตร ยามที่ระดับน้ำลดเต็มที่จึงสามารถเดินข้าม ไปถึงกันได้

2. เดินชมวิถีชีวิตของชาวเลบนเกาะ

ของชาวเล(ชนเผ่าอุรักลาโว้ย)บนเกาะซึ่งส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงรอบเกาะ

การเดินทางไปตามเกาะต่างๆในบริเวณใกล้เคียง

นอกจากเที่ยวชมความงามของน้ำทะเลบนเกาะหลีเป๊ะแล้ว สามารถเช่าเรือนำเที่ยวไปดำน้ำและเที่ยวชมเกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้ เช่น ดำน้ำบริเวณร่องน้ำจาบัง การนำชมเกาะต่างๆ ใกล้เคียง เช่น เกาะหินงาม เกาะหินซ้อน รวมถึงการรับประทานอาหารเที่ยงบน ชายหาดที่สวยงามบนเกาะลองกอย ในเช้าวันใหม่จึงหาเรือหางยาวเช่าเหมา ตามร้านดำน้ำ และรีสอร์ทต่างๆ ซึ่งมักจะมีอุปกรณ์ดำน้ำ ให้เช่า ซึ่งหากใช้เวลาตลอดวันก็สามารถเที่ยวได้หมด ทุกเกาะ เพราะแต่ละเกาะอยู่ใกล้ ๆ กัน เช่น เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหินงาม เกาะจาบัง เกาะยาง เกาะผึ้ง เกาะรอกลอย ฯลฯ หรืออาจะแบ่งการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 1 วันก็ยังได้ ตกเย็นก็กลับมานอนที่เกาะหลีเป๊ะ แล้วรอเรือโดยสารกลับในวันถัดไปเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ในราคาลำละ 1,200-1,800 บาท นั่งได้ 8-9 คน โดยติดต่อกับทาง รีสอร์ทที่ท่านพักได้เลย

สิ่งอำนวยความสะดวก

ปัจจุบันถือได้ว่าเกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ที่นี่มีที่พักหลาย ระดับไว้บริการทั้ง ห้องพัดลม ห้องแอร์ หรือแม้กระทั่งลานกางเต็นท์ มีร้านอาหาร มีบาร์ มีเธค การจองเที่ยวบิน จองตั่วรถและซื้อตั๋วเรือ สามารถทำได้ จากออฟฟิศทัวร์เล็กๆ บนเกาะหรือรีสอร์ทขนาดใหญ่ ทั้งยังมีสัญญาณโทรศัพท์ของ Dtac และ GSM ให้ใช้บริการ

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะจากท่าเรือปากบารา

ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวตะรุเตาประมาณเดือนพฤศจิกายน-เมษายน มีบริการเรือโดยสารสู่เกาะต่างๆในเขต อุทยานแห่งชาติตะรุเตา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ซีแอท ฮอลิเดย์ โทร. 086 655 707,084 407 2587074 782 222,  อาดัง ซี แอดเวนเจอร์ ทัวร์  โทร. 074 783 3338, 089 735 7637,081 609 2604บริษัท ไทเกอร์ ไลน์ ทราเวล จำกัด โทร. 074 732 510 ,บริษัท หลีเป๊ะ เฟอรี่ แอนด์ สปีดโบ๊ท จำกัด โทร. 081 909 1413  (สำหรับเวลาการเดินเรือของแต่ละเจ้าอาจะมีการยืดหยุ่นจากเดิมเล็กน้อย) 

5. ซิปไลน์ ไร่ชา ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย

กิจกรรมใหม่ให้คุณได้ผจญภัยท่ามกลางวิวไร่ชาด้วยพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ สนุกสนานกับการ โหนสลิง ชมวิวไร่ชาแบบ 360 องศา

ไร่บุญรอด หรือสิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นไร่ของบริษัท บุญรอด ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ เส้นทางเดียวกับวัดร่องขุน อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงาม ภายในไร่บุญรอดมีการจัดแต่งสวนดอกไม้เมืองหนาวสีสันสวยงามนานาชนิด มีพื้นที่ เกษตรกรรมและไร่ชากว่า 600 ไร่  โดยจัดเป็นรูปแบบฟาร์มทัวร์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม ไร่บุญรอด ปลูกพืชหลายชนิด ตามความเหมาะสมกับสภาพดิน มีชาพันธุ์อู่หลง รวมทั้งแปลงเกษตรผสมผสาน และกิจกรรมต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส

โดยการท่องเที่ยวฟาร์มทัวร์ภายในบุญรอดต้องใช้บริการรถราง (shutter bus) ซึ่งทางไร่ได้จัดเตรียมไว้โดยรถจะออกทุก 15 นาที จุดแวะมีทั้งหมด 4 จุด จุดแรกคือทุ่งดอกคอสมอส จุดที่ 2 คือ ให้อาหารยีราฟและม้าลาย จุดที่ 3 คือ ศูนย์กีฬาและสันทนาการ หรือบ้านแดง จุดนี้เป็นจุดเช่าจักรยานและกิจกรรม zip line และจุดที่ 4 คือ จุดชมวิวไร่ชา 360 และร้านอาหารภูภิรมย์ โดยจุดนี้ สามารถนำรถเข้ามาจอดได้ ซึ่งในระหว่างที่เรานั่งรถรางชมไร่ก็จะได้เห็นบรรยากาศของไร่ชาที่กว้างใหญ่ตลอดทาง

ทางไร่บุญรอดยังมีบริการให้เข้าจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักในการปั่นโดยได้จัดทำเลนสำหรับจักรยานไว้โดยเฉพาะ โดยมีจักรยานให้เลือก 2 แบบ คือ

- จักรยาน 2 ที่นั่ง อัตราค่าบริการ 1 ชั่วโมง 150 บาท 2 ชั่วโมง 200 บาท 6 ชั่วโมง หรือ 1 วัน 400 บาท

- จักรยานเสือภูเขา อัตราค่าบริการ 1 ชั่วโมง 100 บาท 3 ชั่วโมง หรือ 1/2 วัน 250 บาท6 ชั่วโมง หรือ 1 วัน 400 บาท

โดยสามารถเช่าได้ที่ จุดที่ 3 บ้านแดง ซึ่งนำรถเข้าไปได้

นอกจากกิจกรรมขี่จักรยานแล้ว ในจุดที่ 3 เป็นส่วนของกิจกรรม Zip Line หรือโหนตัวให้เล่นด้วยกิจกรรม Zip Line มีทั้งหมด 4 ฐาน ราคาท่านละ 800 บาท สามารถมาจองคิวเล่น และใส่ชุดอุปกรณ์ที่บ้านแดง ครบ 6 คนถึงออก 1 รอบ โดยต้องขึ้นรถเข้าไปที่ไร่ชา แปลงที่ 2 ซึ่งอยู่ด้านในไร่

นอกจากนี้ยังสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามในบรรยากาศแห่งขุนเขาเมืองเหนือ ชมพระอาทิตย์ยามเย็นก่อนลับขอบฟ้า และ รับประทานอาหารอร่อยได้ที่ร้านอาหารภูภิรมย์ บนจุดชมวิว 360 องศา อีกด้วยมีร้านกาแฟเบเกอรี่ ซึ่งตั้งอยู่ทางเข้าไร่ ร้านขายของที่ระลึกและร้านค้าขายผลิตภัณฑ์ที่มาจากไร่ ไม่ว่าจะเป็น ชา ไวน์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

รายละเอียดท่องเที่ยวไร่บุญรอด เชียงราย

ไร่สิงห์ปาร์คเชียงรายเปิดให้เข้าเที่ยวชมตลอดปี การบริการรถฟาร์มทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมไร่วันจันทร์-ศุกร์ รถฟาร์มทัวร์ให้บริการเป็นรอบๆ ตั้งแต่เวลา 8.30 - 17.00 น.โดยออกทุกครึ่งชั่วโมง

ไร่บุญรอด โทร 091 576 0374 053 172 870 https://www.facebook.com/SinghaparkChiangrai

การเดินทางไปไร่บุญรอด

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว

ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดร่องขุ่น เลี้ขวเข้ามาตรงส้นทางวัด วัดร่องขุ่นจะถึงก่อนหลังจากนั้นขับเลยไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงไร่บุญรอด หากไม่มีรถสาธารณะวิ่งผ่านต้องเหมารถสองแถวหรือตุ๊กๆจากตัวเมืองเชียงรายเข้ามาที่นี่

6.วนอุทยานภูลังกา

ตั้งอยู่ในอ.ปง จังหวัดพะเยา ไฮไลท์ของการมาเที่ยวภูลังกา คือ การได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นหน้าภูลังการีสอร์ท ส่องแสงลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด 

วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยว วนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณไม่ควรพลาดไปเยือน คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว จากนั้นขอแนะนำให้ไปเยือน “ดอยภูนม” เป็นสันเขาแคบๆทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา เป็นยอดดอยหัวโล้นมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรงบนยอดสามารถชมทิวทัศน์ได้รอบโดย เฉพาะทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตก

นอกจากนี้แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมาก อาทิเช่น

– ทุ่งดอกโคลงเคลง เป็นต้นไม้พุ่ม ดอกสีม่วง มีลักษณะสวยงาม ออกดอกบานสพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขึ้นรวมกันเป็นทุ่งกว้างและกระจัดกระจายทั่วไปในวนอุทยานภูลังกา

– น้ำตกภูลังกา เป็นน้ำตก น้ำใสเย็น มี 2 ชั้น ชั้นที่ 1 มีความสูง 30 เมตร ชั้นที่ 2 มีความสูง 20 เมตร มีความสวยงามในช่วงฤดูฝน

– ลานหินล้านปี มีสภาพเป็นลานหินบนสันดอยภูลังกา มีมอสเกาะตามหิน โดยมีดอกไม้ป่าขึ้นกระจายสวยงาม เช่น ต้นบีโกเนีย, กล้วยไม้ป่า, ชมพูภูพาน, โคลงเคลง, เทียนป่า, ละตาเหินไหว เป็นต้น สวยงามมากช่วงปลายฝนต้นหนาว

– หินแยงฟ้า เป็นแท่งหินยื่นโผล่ขึ้นไปบนฟ้า อยู่ปลายสุดของยอดดอยภูลังกา

– ป่าก่อโบราณ เป็นสภาพป่าดิบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์พืชสมุนไพรและต้นก่อขนาดใหญ่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพันธุ์พืช ดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า และชมนกได้อย่างสนุกตื่นเต้น โดยเฉพาะปลายฝนต้นหนาว

– ร่องรอยตำนานคอมมิวนิสต์ในอดีต ดอยภูลังกาในอดีต เป็นฐานที่มั่นของคอมมิวนิสต์ ยังมีสนามเพลาะ หลุมระเบิด และถ้ำหลบภัย หลงเหลือให้ได้ดูชม

การเดินทาง

รถยนต์ การเดินทางไปวนอุทยานภูลังกามี 3 เส้นทาง ดังนี้

1.เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ถึงอำเภอเทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร จากอำเภอเทิงถึงอำเภอเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแฮะ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 127 กิโลเมตร

2.เดินทางจากจังหวัดพะเยาผ่านอำเภอปงถึงแยกทางเข้าอำเภอเชียงคำตามทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 1092 ระยะทาง 104 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่ออีก 3 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทาง 119 กิโลเมตร

3.เดินทางจากอำเภอเมืองน่านถึงอำเภอท่าวังผาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข1080 ระยะทาง 43 กิโลเมตร เดินทางไปทางเหนือแล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสองแถวตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ระยะทาง 33 กิโลเมตร จากอำเภอสองแถวถึงอำเภอเชียงคำแล้วเดินทางต่อไปถึงวนฯ 71 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 147 กิโลเมตร

สถานที่ติดต่อ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา โทร.0-5441-2699, 05441-4003,

วนอุทยานภูลังกา โทร.08-1883-0307,

อบต.ผาช้างน้อย โทร.0-5440-1100,

ภูลังกา รีสอร์ท โทร.0-5441-5570,

โครงการหลวงปังค่า โทร.0-5440-1023

7.ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

จินตนาการดูสิว่า หากคุณได้นอนท่ามกลางหมู่ดาวและหยอกเย้ากับทะเลหมอกจะสุขใจแค่ไหน แม้การเดินทางจะยากลำบากสักหน่อย แต่นี่คือครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณต้องไป

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ประมาณ 583,750 ไร่ หรือ 934 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เทือกเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตก และตะวันออกแบ่งพื้นที่ออกเป็น ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังใน เขตเทือกเขาประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา พบสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมี อยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดำ หมี กวาง หมาป่า และหมาในมีสัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญ คือ ช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ดอยเสมอดาว

เป็นพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขาเหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถ ชมทะเลหมอกในยามเช้า ชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค้ำคืนได้อย่างสวยงาม

ผาหัวสิงห์

เป็นหน้าผามีรูปร่างหมือนสิโตนอนหมอบหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ 360 องศา ทิศเหนือมอง เห็นตัว อำเภอเวียงสา ทิศใต้มองเห็นทิวเขาเป็นแนวยาว ทิศตะวันออกมองเห็นผาชู้ แม่น้ำน่าน ทิศตะวันตกมองเห็นตัวอำเภอนาน้อย เกือบทั้งหมด และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีเส้นทาง เดินสำรวจธรรมชาติให้ผู้รักการปีนป่ายและการผจญภัยได้

ผาชู้

มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกลางขุนเขาเขียวขจีหลายแสนไร่ บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งที่ทำการ อุทยานฯ ในฤดูหนาว สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากยอดผาชู้ และเมื่อหมอกจางลง จะมองเห็นลำน้ำน่าน ทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ที่ปลายผืนป่าผาชู้เป็นสถานที่ ตั้งเสาธงที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ ยอดเขา ซึ่งสายเสาธงมีความยาวกว่า 200 เมตร จากพื้นถึงยอดผาชู้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นระยะทางประมาณ 2 ก.ม.ช่วงใกล้ขึ้นถึงยอดจะเป็นหินแหลมคมจึงต้อง เตรียมรองเท้าให้ กระชับไปด้วยเพื่อความสะดวกในการปีนป่าใช้เวลาในการเดินไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ที่ประสงค์ จะเดินขึ้นยอดผาชู้ต้องติดต่อ เจ้าหน้าที่นำทางที่อุทยานฯ

ตำนานผาชู้

กล่าวว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับ คนที่ตัวเองรักจึงตัดสินใจ ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่า เจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดด หน้าผาไป้แล้วจึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตาม คนรักตกไปอยู่ใกล้กัน และเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดด หน้าผาไป จึงรู้สึก เสียใจและตัดสินใจ กระโดดหน้าผาตามลงไปด้วย แต่กระเด็นห่างออกไปด้วยความรักแท้ ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้ง จึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสนณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือแปลว่า ต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

บ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวก

มีบ้านพักไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง และเต็นท์ให้เช่า ราคาหลังละ 225 บาท นอนได้ 3 ท่าน แผ่นรองนอน 20 บาท ถุงนอน 30 บาท หมอน 10 บาท (ราคานี้ของปี 2555 อาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาสอบถามทางอุทยานอีกครั้ง) ติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้ที่ 054 731 714

- อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตู้ปณ. 14 ตำบลศรีสะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150 โทร. 054 701106

หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร 02 579 7223 , 02 561 2919 ต่อ 724 ,725 ,, www.dnp.go.th

 

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว

อุทยานแห่งชาติศรีน่านอยู่ห่างจากตัวอำเภอนาน้อย 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ ระหว่างทางมี จุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นเทือกเขาที่อยู่ในเขตอุทยานฯ และแม่น้ำน่านที่ไหล คดเคี้ยว ได้อย่างชัดเจน แม่น้ำน่านไหลผ่านอุทยานฯ ไปจนถึงอำเภอปากนาย

2.โดยรถประจำทาง

ใช้รถสายกรุงเทพฯ-น่าน ลงที่อำเภอเวียงสา แล้วต่อรถประจำทาง สายเวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ลงที่สามแยกบ้านใหม่แล้วเหมารถสองแถว เข้าอุทยานฯ

8. จุดชมวิวเสม็ดนางชี อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

จุดชมวิวแห่งใหม่ ที่สามารถมองเห็นอ่าวพังงาได้180 องศา ไฮไลท์ อยู่ที่การดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า งดงามดั่งสรวงสวรรค์

จุดชมวิวเสม็ดนางชี ตั้งอยู่ที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลาง ภูเขาหินปูนน้อย ใหญ่ของอ่าวพังงา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่สุดอันซีนที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายขอบฟ้า พร้อมแทรกตัวอยู่ระหว่าง ภูเขาน้อยใหญ่ นอกจากจากนี้ในยามค่ำคืนยังสามารถมองเห็นด้วยดาวเต็มท้องฟ้าอีกด้วย โดยการขึ้นไปจุดวิวต้องเดินเท้าขึ้น จุดชมวิวแบ่งเป็น 2 จุด คือ จุดชมวิวจุดที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่บนสุด ระยะทางการเดินเท้าประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า และจุดชมวิวจุดที่ 2 จะถึงก่อนเห็นวิวภูเขาได้ใกล้กว่า ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 300 เมตร ทั้งนี้ บริเวณจุดชมวิวที่ 2 มีจุดกางเต้นท์ ชื่อว่า เสม็ดนางชี รีอสร์ท ที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวที่สนใจค้างแรมดูดาวในยามค่ำ มีห้องน้ำ ให้บริการแต่ต้องเตรียมอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปเอง บริเวณด้านล่างจุดจอดรถมีร้านอาหารเล็กรวมถึงร้านขายเครื่องดื่ม

ที่มาของคำว่า เสม็ดนางชี มาจากเรื่องเล่าว่าในอดีตว่า ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีพระภิกษุชรา1รูปอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดเฒ่า พระภิกษุหนุ่ม อาศัยอยู่ที่เขาพระอาดหนุ่มและมีแม่ชีอาศัยอยู่ที่ใกล้จุดชมวิวและจะเดินไปมาหาสู่กัน แล้วต้องเดินผ่านลำคลอง เมื่อแม่ชีเดินผ่านต้อง เหม็ดผ้าขึ้น หมายถึง พับผ้าขึ้น ให้พ้นจากระดับน้ำ ไม่เช่นนั้นชายผ้าจะเปียกหมดจึงเป็นที่มาของคำว่า เสม็ดนางชี

รายละเอียดเพิ่มเติม

ค่าธรรมเนียมการเข้าชม คนไทย 30 บาท ต่างชาติ 50 บาท เด็กเล็กฟรี ค่าเช่าเต็นท์พร้อมอาหารเช้า 400 บาท ต่อหลัง (นอนได้ 2 คน) ค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ 100 บาท สำหรับผู้ที่จะมานอนค้างแรม ติดต่อได้ที่ 098 740 3897 , 081 894 1159 , 084 744 8653

การเดินทางไปจุดชมวิวเสม็ดนางชีข้าสู่อำเภอตะกั่วทุ่งไปยังบ้านท่าอยู่ สังเกตมีสะพานลอยอยู่ก่อนถึงทางเข้าบ้านท่าอยู่และมีซอยเล็กๆ ให้เลี้ยวเข้าไปขับตรงไปอีกประมาณ 13 กม. ถึงจุดจอดรถจากนั้นเดินเท้าขึ้นไป

รีวิวใกล้เคียง

. . . . . . เ ที่ ย ว . . . . . . อี ส า น ใ ต้ . . . . . .

ยามเช้า ริมถนนหลวงก่อนเข้าตัวเมือง จ.มุกดาหาร...

4 มี.ค. 2552

สวรรค์ในเเมืองเเมน..ดินเเดนนาม โขงเจียม

เนื่องจากกระผมถูกโยกย้ายให้มาทำงานในที่เเห่งนี้ จึงอยากจะนำรีวิวนี้ มาให้พี่พี่ได้ลองสัมผัสดินเเดนที่มีนามว่าโขงเจียม อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดอุบล ซึ่งถือ...

21 ส.ค. 2552

ดอกไม้ป่าบนลานหิน..ผาแต้ม

ปลายฝนต้นหนาว ฤดูกาลแห่งการเดินชมดอกไม้ป่ามาถึงแล้ว อุตส่าห์เดินตามโปรไปเที่ยวอุทยานผาแต้ม คงจะเดินห่างเกินไป เลยไม่ได้ยินที่โปรสอน ถ่ายอะไรกลับมาก็รก...

7 ม.ค. 2553

ภาพขาวดำ และสีบ้างรูปจากการเดินทางไป งานแห่เทียนที่อุบล

ผมเดินทางไปงานแห่เทียนที่อุบลมาครับ ยังมีรูปงาน แห่อีกหลายสิบรูปแต่เอารูปที่ผมชอบ มาให้ดูก่อน ส่วนเรื่องเล่าถ้าอยาก อ่านประกอบภาพไปดูได้ที่นี้ครับ...

23 มิ.ย. 2553